นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างใหญ่หลวงที่ประเทศเล็กๆ ของอาเซียนอย่าง...ประเทศไทย ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7
นับจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ เป็นเวลาแรมปีที่คนไทยได้รับรู้ ได้รับทราบว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตบอลโต๊ะเล็กในระดับโลกในครั้งนี้
รวมถึงภาครัฐและทุกฝ่ายต่างพยายามกันอย่างสุดความสามารถที่จะจัดศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก ให้ยิ่งใหญ่ ไม่ขายหน้าชาวโลก ที่จะเดินทางมาร่วมมหกรรมฟุตซอลรายการนี้บนผืนแผ่นดินไทย
กรุงเทพมหานคร ได้ถูกกำหนดให้เป็นเมืองหลักที่จะจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก เพราะมี 3 สนาม ที่จะใช้เป็นสังเวียนแข้งไม่ว่าจะเป็น อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก, อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ที่นำมาปัดฝุ่นปรับปรุงแก้ไขจนสามารถใช้งานได้ในขณะนี้
แต่สนามหลักที่จะใช้ในพิธีเปิด-ปิด การแข่งขัน ที่เป็นเสมือนหน้าตาของประเทศเจ้าภาพ กว่าทุกอย่างจะลงตัวต้องใช้เวลาในการตัดสินใจกันเป็นปีระหว่าง 2 ตัวเลือก สวนรถไฟ กับ หนองจอก ที่เป็นที่ดินของกรุงเทพมหานคร
จนเมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินในการก่อสร้างสนามฟุตซอลมาตรฐานราคารวมกว่า 1,300 ล้านบาท บนที่ดินของกรุงเทพมหานคร ย่านหนองจอก โดยให้ชื่ออย่างสวยหรูว่า ''หนองจอก อารีน่า''
ที่จะเป็นสถานที่เปิด-ปิดการแข่งขันและจะเป็นสนามที่จะใช้ในการแข่งขันนัดเปิดสนามของทีมชาติไทย ที่จะพบกับคอสตาริกา ในวันที่ 1 พ.ย. 55
นับจากวันนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่ถึง 2 เดือน ที่ทางกรุงเทพมหานคร เจ้าของสถานที่ จะทำการส่งมอบสนามให้กับตัวแทนของฟีฟ่า ที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าสนามฟุตซอลหนองจอก อารีน่า พร้อมแล้วที่จะเป็นสังเวียนแข้งศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก
และเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ค่อนข้างที่จะร้อนก้นกับสนามแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่ตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ จึงเดินทางไปตรวจสนาม
ปรากฏว่าสนามหนองจอก อารีน่า ทำการก่อสร้างไปได้เพียง 75% ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 เดือนกว่าๆ สนามแห่งนี้จะต้องใช้เป็นสังเวียนแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก
ใครที่ได้เห็นสนามที่จะเป็นหน้าตาของคนไทยในศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลกในขณะนี้ ทุกคนจะต้องเป่าปาก หรือ ถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง
พร้อมกับจะมีคำพูดออกมาจากปากว่า....มันจะเสร็จทันไหมหนอ
แถมในช่วงนี้เป็นหน้าฝน ทุกวันย่านหนองจอก เหมือนโดนคำสาป จะมีฝนเทลงมาทุกวันส่งผลให้การก่อสร้างสนามเป็นไปด้วยความล่าช้า จะอ็อกเหล็กก็ทำไม่ได้ คนทำงานมีสิทธิ์โดนไฟดูดตาย
ทุกอย่างจึงดูเลือนราง จนตัวผู้เขียนเองสะกิดถามคนงานก่อสร้างที่มาทำงานก็ได้รับคำตอบว่า...อาจจะเสร็จไม่ทัน ถ้าเสร็จทันก็แบบเฉียดฉิว
แต่ถึงกระนั้นทาง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างสนามฟุตซอลหนองจอก อารีน่า ก็ตกปากรับคำว่า...เสร็จทันการแข่งขันอย่างแน่นอน
สนามหนองจอก อารีน่า จะเสร็จทันการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกหรือไม่ มันไม่ใช่ปัญหาของการจัดการแข่งขันเพราะทางสมาคมฟุตบอลฯ มีแผนสองรองรับเอาไว้แล้ว
แต่ถ้าสร้างเสร็จไม่ทัน มันเป็นการเสียหน้าอย่างร้ายแรงกับประเทศไทยที่ไม่มีสนามที่จะเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่จะอวดชาวต่างชาติ
มีเพียงสนามเก่าๆ ที่เอามาปัดฝุ่นจัดการแข่งขัน มันไม่อายชาวโลกเขาหรือครับ