คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. ทีมข่าวต่างประเทศ
เป้าหมายของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กับ เชลซี
24/08/2012 8:29:43 น.


     โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีม เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่า ตนรู้ดีว่า จำเป็นต้องคว้าแชมป์มาให้กับทีมได้เรื่อยๆ หลังจากที่เจ้าตัวพา ''สิงห์บลูส์'' ซิวทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้สำเร็จ เมื่อฤดูกาล 2011-12



        ถึงแม้ซีซั่นก่อน ดิ มัตเตโอ จะทำให้ยอดทีมแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ประสบความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ในบอลถ้วย แต่พวกเขากลับมีผลงานในลีกที่ไม่น่าประทับใจ จากการจบในอันดับ 6 ซึ่งกุนซือชาวอิตาเลียน ระบุว่า ตนจำเป็นต้องนำความสำเร็จเข้ามาสู่สโมสรให้ได้อย่างต่อเนื่อง
 
        "ความคาดหวังมันอยู่ในระดับที่สูงอยู่เสมอ มันอาจจะไปเพิ่มความกดดันนิดหน่อย แต่ยังไงความกดดัน และความคาดหวังมันก็สูงตลอดเวลาอยู่แล้ว นี่เป็นสโมสรที่มีความทะเยอทะยานอย่างมาก และเราก็รู้ว่า ต้องพยายามคว้าแชมป์ และประสบความสำเร็จให้ได้"
 
        กุนซือวัย 42 ปี เผยด้วยว่า เป้าหมายของตนในซีซั่นนี้ คือการพาทีมทำผลงานในลีกให้ดีกว่าเดิม "นักเตะทุกคนกำลังตั้งตารอที่จะได้เริ่มซีซั่นใหม่เสียที ซึ่งความปราถนาของเราก็คือการทำผลงานในพรีเมียร์ลีก ให้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน ผมเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวเต็งที่จะได้แชมป์ไปครอง เพราะพวกเขาไม่เสียนักเตะตัวหลักๆ ไปเลย แต่การได้ (โรบิน) ฟาน เพอร์ซี่ ไปร่วมทัพก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน"
 
        สำหรับกรณีของ ออสการ์ กองกลางป้ายแดงชาวบราซิเลียนของทีม ที่เพิ่งมาร่วมซ้อม หลังเสร็จภารกิจการรับใช้ชาติ ในศึก โอลิมปิกเกมส์ 2012 และในเกมกระชับมิตร ที่ทีมชาติบราซิลเอาชนะ สวีเดน 3-0 เมื่อวันพุธที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น  ดิ มัตเตโอ เผยว่า ตนยังไม่ตัดสินใจว่า แข้งวัย 20 ปี จะได้ลงเล่นในวันอาทิตย์นี้เลยหรือไม่ "ออสการ์ เพิ่งมาซ้อมกับทีมได้แค่ 1 วันครึ่งเท่านั้น ดังนั้นเราจะรอดูกันอีกที ผมยังต้องคิดเรื่องเกี่ยวกับจะส่งเขาลงเล่นในวันอาทิตย์นี้ดีหรือไม่ก่อน แต่มันก็ยังมีเวลาให้ลงสนามอีกเยอะแยะอยู่ดีนะ"
 
        อย่างไรก็ดี ดิ มัตเตโอ ก็ยอมรับการไล่ล่าแชมป์ลีกประจำฤดูกาล 2012/2013 "สิงห์บลูส์" ของตนมีลุ้นน้อยกว่าทีมแชมป์เก่าและรองแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามลำดับ ถึงแม้มีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ตาม
 
        ช่วงหน้าร้อนนี้ เชลซี เสริมทัพด้วยผู้เล่นดาวรุ่งฝีเท้าชั้นยอดอย่าง เอแด็น อาซาร์, มาร์โค มาริน และ ออสการ์ ซึ่งทั้งสามคนมีค่าตัวรวมกันสูงถึง 65 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,250 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยทัพ "สิงห์บลูส์" มีคิวลงหวดกับ แมนฯ ซิตี้ ในเกม คอมมูนิตี้ ชิลด์ วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมนี้ ซึ่ง ดิ มัตเตโอ ก็มองว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นทีมที่เหนือกว่า โดยมี "ปีศาจแดง" ของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตามมาติดๆ
 
        "พวกเขา (แมนฯ ซิตี้) เป็นแชมป์เมื่อซีซั่นที่แล้ว และเป็นทีมที่ยากแก่การเอาชนะ ถึงแม้ ยูไนเต็ด ใกล้เคียงกับพวกเขามากๆ ก็ตาม ทั้งสองทีมนี้แหละ น่าจะมีลุ้นมากกว่าเราอยู่นิดๆ แต่เราเองก็ต้องการไล่ล่าแชมป์เช่นกัน" นายใหญ่แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระบุ   
 
        จากการที่เป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ซีซั่นนี้ เชลซี มีคิวลงเตะถ้วย ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมถึง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ซึ่ง ดิ มัตเตโอ ก็ยืนยันว่า ตนมีเป้าหมายอยู่ที่การกวาดแชมป์ให้ได้ทุกรายการ รวมทั้งการมีผลงานที่ดีในเวที พรีเมียร์ลีก ด้วย โดย กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 42 กะรัต กล่าว "เป้าหมายใหญ่สุดสำหรับพวกเราก็คือ การมีลุ้นแชมป์ยาวไปจนจบฤดูกาลในทุกๆ รายการ เรากำลังจะได้เตะสองรายการซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับพวกเรา ซึ่งมันก็เป็นโอกาสที่ดีทั้งสำหรับสโมสรและนักเตะ แต่เราก็ต้องการทำผลงานใน พรีเมียร์ลีก ให้ดีขึ้นเช่นกัน"
 
        ส่วนเรื่องแผนการเล่นกับนักเตะใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมหลายรายดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีม เชลซี แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลง "แน่นอนว่ากับอิทธิพลของนักเตะใหม่ มันคงจะค่อนข้างต่างออกไป เนื่องจากพวกเขามีนิสัยและความสามารถที่ต่างออกไปจากนักเตะรายอื่น แต่ผมรู้ว่าพวกเราจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้หลายๆ เกมด้วยเช่นกัน ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่าคุณจะสามารถไปคาดหวังว่า เชลซี จะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบชั่วข้ามคืน เพราะนักเตะตัวหลักของทีมก็ยังคงอยู่ที่นี่ ซึ่งกับนักเตะเหล่านั้น สโมสรผ่านความสำเร็จมาอย่างมากมายแล้ว ดังนั้นจึงไม่คาดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ"
 
        เมื่อถูกถามถึงการปรับแนวทางการเล่นให้ไปคล้ายคลึงกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า สโมสรแห่งศึกลา ลีกา สเปน นั้น ดิ มัตเตโอ ตอบว่า "ทุกคนอยากที่จะเล่นให้ได้เหมือนกับ บาร์เซโลน่า แต่มันไม่มีทีมไหนในโลกที่เล่นได้เหมือนกับพวกเขา มันเป็นวัฒนธรรม, แนวทางการดำเนินชีวิต, รูปแบบการเล่นที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ มันไม่มีทีมไหนที่เล่นได้เหมือน บาร์ซ่า และก็มี ลิโอเนล เมสซี่ เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น"
 
        "ผมคงจะไม่สั่งให้พวกเราทำสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ พวกเราจะเล่นและพยายามที่จะเอาชนะให้ได้ในแนวทางที่พวกเราสามารถทำได้ และเหมาะกับพวกเรา พวกเราคงจะมีเกมที่ดีหลายเกม ผมมั่นใจ ทว่าผมคงจะไม่พูดถึงสิ่งนั้น ความแน่นอนกับทีมอื่นๆที่เล่นได้อย่างแน่นอนตลอดทั้งฤดูกาลด้วยการเล่นที่น่าสนใจ คุณจะต้องเล่นในหลายเกมให้ดีกว่าทีมอื่น" ดิ มัตเตโอ ทิ้งท้าย
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมข่าวต่างประเทศ

จำนวนเรื่อง : 60
All post : 34
All view : 166,346
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263