คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. ลิ้ม ทรนง
"เรือใบ" ออกตัวคว้าชัยหืด "อาซาร์" นำสิงห์บลูส์ประเดิมแจ่ม
21/08/2012 10:25:07 น.

แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าเริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์ด้วยเส้นทางที่ไม่ได้โรยดวยกลีบกุหลาบเสียแล้ว เมื่อเกือบโดนทีเด็ดของเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าบุกมายัดเยียดความปราชัยให้ถึงเอติฮัด สเตเดี้ยม



        แต่ดีที่ได้ประสบการณ์ความเก๋าพลิกสถานการณ์แซงเอาชนะมาได้แบบหืดจับ 3-2 ขณะที่ เอแด็น อาซาร์ ดาวเตะทีมชาติเบลเยียมโชว์ฟอร์มระดับเวิลด์คลาสพาเชลซี ประเดิมสนามด้วยการบุกไปโค่นวีแกน ถึงถิ่น 2-0


         เกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาในอังกฤษเปรียบเสมือน ''เดจาวู'' ที่ทำให้แฟนบอลนึกย้อนไปถึงเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้วที่ แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมน้องใหม่ที่ต้องการแต้มอย่างมากเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น


         เกมนัดนั้นทีม ''เรือใบสีฟ้า'' เป็นผู้กุมชะตาชีวิตในการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่เพียงผู้เดียวและดูเหมือนว่าการเจอกับทีม ''ทหารเสือราชินี'' ในเกมนัดตัดสินแชมป์บวกกับข้อได้เปรียบอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างนั้นมันไม่น่ายากลำบากเกินความสามารถของพวกเขาและแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ดูจะทำใจล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว


         อย่างไรก็ตาม ควีนส์ปาร์ค ที่สู้ในสภาพหมาจนตรอกก็ทำให้เกมนัดตัดสินแชมป์นั้นมีความคลาสสิกชนิดที่ลืมไม่ลงเมื่อเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์จากที่โดนนำ 0-1 กลับมาแซงนำ 2-1 แม้สุดท้ายจะพ่ายไปด้วยสกอร์ 2-3 ส่งให้แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ในบั้นปลายก็ตาม


         เช่นเดียวกัน เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าก็ส่งข้อความเตือนแมนฯ ซิตี้ ว่าเส้นทางการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกของพวกเขาในฤดูกาลนี้นั้นมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และก็ทำให้ได้รับรู้ว่าแม้จะเป็นแค่ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาแต่ก็อย่าหวังจะใช้เป็นทางผ่านไปได้โดยง่าย


         การจัดทัพ 11 คนแรกของ โรแบร์โต้ มันชินี่ มีการเปลี่ยนแปลงบางตำแหน่งจากเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เฉือนเอาชนะ เชลซี 3-2 เมื่อสัปดาห์ก่อนแต่ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ เห็นจะหนีไม่พ้นการส่ง แจ็ค ร็อดเวลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาจากเอฟเวอร์ตัน สดๆ ร้อนๆ ลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงทันที


         ขณะที่เซาธ์แฮมป์ตัน ของ ไนเจล แอ็ดกิ้นส์ ทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในฐานะรองแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพวางระบบ 4-4-2 เข้าสู้พร้อมกับเน้นแท็กติกเกมรับอันแน่นหนาโดยมี เจย์ โรดริเกซ และ กูลี่ คู่หัวหอกเป็นตัวป่วน


         เกมเริ่มต้นเป็นไปตามความคาดหมายเมื่อทีม ''นักบุญ'' อาศัยการตัดเกมหนักเข้าเบรกเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ ราวกับว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีฉายา ''นักฆ่า'' อย่างไรอย่างนั้นและเพียงแค่ 8 นาที เนธาเนียล ไคล์น แบ็กขวาของเซาธ์แฮมป์ตัน ก็ไปสอย เซร์เคโอ อเกวโร่ จนได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ มันชินี่ ต้องส่ง เอดิน เซโก้ กองหน้าร่างยักษ์ลงมาเล่นแทน


         จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ลูกเขยของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ จะต้องเข้ารับการสแกนเอ็มอาร์ไอเพื่อตรวจดูอาการต่อไป และหากว่าถึงขั้นต้องพักยาวก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียหายไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะดาวยิงร่างเล็กรายนี้ถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยทีมป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้


         อย่างไรก็ตามหลังจากตั้งลำได้ แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าเป็นฝ่ายประเคนเกมรุกเข้าใส่จากทั่วทุกสารทิศและน่าจะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำอย่างยิ่งเมื่อได้ลูกจุดโทษแต่ทว่า ดาบิด ซิลบา ดาวเตะทีมชาติสเปนชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และแชมป์ยูโร 2012 กลับซัดเบาหวิวไปตรงตัว เคลวิน เดวิส นายทวารเซาธ์แฮมป์ตันที่พุ่งถูกทางล้มตัวเซฟไว้ได้


         แมนฯ ซิตี้ ยังคงไม่ย่อท้อดาหน้าบุกอย่างไม่ลดละพร้อมกับบีบให้เซาธ์แฮมป์ตัน ต้องลงไปตั้งรับในแดนตัวเองก่อนจะมาได้ประตูสมใจอยากจากจังหวะที่ก้ำกึ่งในการล้ำหน้าแต่ในเมื่อผู้กำกับเส้นไม่ยกธง คาร์ลอส เตเวซ ดาวยิงที่กลับตัวกลับใจใหม่เลยสบโอกาสหลุดเข้าไปซัดมุมแคบให้ทีม ''เรือใบ'' ออกตัวนำก่อนในครึ่งแรก 1-0


         ครึ่งเวลาหลังแม้ว่ารูปเกมจะเป็นไปในอีหรอบเดิมคือแชมป์เก่าเป็นฝ่ายครองบอลและเปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมน้องใหม่ก็ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีดีเหมือนกันโดยเฉพาะ ไนเจล แอ็ดกิ้นส์ กุนซือคนเก่งที่จัดการ ''ปล่อยของ'' ด้วยการส่งสองตัวสำรองลงมาพลิกสถานการณ์และเกือบสร้างเรื่องช็อกวงการลูกหนังเมืองผู้ดีตั้งแต่นัดออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่


         ริคกี้ แลมเบิร์ต กองหน้าวัย 30 ปีพกพาดีกรีดาวซัลโวเดอะ แชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่แล้วด้วยผลงาน 31 ลูกพร้อมกับได้รับเลือกให้คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีก และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรก็ใช้เวลาเพียงแค่ 226 วินาทีนับตั้งแต่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในสนามจัดการซัดประตูตีเสมอ 1-1


         ก่อนที่ความผิดพลาดของ แจ็ค ร็อดเวลล์ ดาวเตะป้ายแดงของแมนฯ ซิตี้ จะกลายเป็นการหยิบยื่นโอกาสทองให้ สตีเฟ่น เดวิส กองกลางทีมชาติไอร์แลนด์เหนืออีกหนึ่งตัวสำรองที่ลงมาอยู่ในสนามเพียงแค่ 143 วินาทีซัดประตูให้เซาธแฮมป์ตัน แซงนำ 2-1 เมื่อเวลาผ่านไป 68 นาที


         ช่วงเวลานั้นจากเสียงเชียร์อันอื้ออึงของแฟนบอล ''เรือใบ'' ในเอติฮัด สตเดี้ยม แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดราวกับป่าช้าในทางตรงกันข้ามกลุ่มกองเชียร์ทีม ''นักบุญ'' ที่ยกพลมาจากทางตอนใต้ของประเทศกันแบบยิบย่อยกลับเปล่งพลังเสียงแห่งความดีใจดังกึกก้องทั่วเมืองแมนเชสเตอร์


         ทว่าช่วงเวลาหลังจากนั้น เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ได้บทเรียนอันล้ำค่าที่สอนให้รู้ว่าการเอาตัวรอดในเวทีลีกสูงสุดนั้นจิตใจที่เข็มแข็งอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอหากแต่ประสบการณ์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งซึ่งในจุดนี้ทีม ''เรือใบ'' มีเหนือกว่าเยอะก่อนที่พวกเขาจะอาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่าไล่ยิงคืน 2 ประตูรวดแซงเอาชนะไปได้แบบหืดจับ 3-2 จากผลงานของ เอดิน เชโก้ และ ซามีร์ นาสรี่ ที่ซัดประตูชัยพร้อมกับความแมน ออฟ เดอะ แมตซ์ ในเกมนี้ไปครอง


         หลังเกมการแข่งขัน โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่า ลูกทีมพลาดจังหวะจบสกอร์ไปหลายครั้ง ทำให้ต้องมาลุ้นเหนื่อยในช่วงท้ายเกมกว่าจะพลิกชนะเอาชนะมาได้พร้อมทั้งยอมรับว่าทีมของเขายังไม่เต็มร้อย เพราะหลายอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง


         ''เราไม่ได้อยู่ในสภาพที่ 100 เปอร์เซ็นต์ เราเล่นผิดพลาดหลายครั้ง แต่ปัญหาใหญ่คือเราพลาดโอกาสทำประตูไป 5 หรือ 6 ครั้งได้ ตอนที่เรานำอยู่ 1-0 และเกมก็เปลี่ยนไปจากนั้น''


         ''เราสมควรชนะในเกมนี้แล้ว พวกเขาไม่ได้สร้างโอกาสในครึ่งแรกได้เลย และเราก็มีโอกาสทอง 4 หรือ 5 ครั้งด้วย ในช่วง 2 หรือ 3 เกมแรก เกมของเราอาจจะเป็นแบบนี้ เพราะเรายังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์'' 


         ขณะที่ทางด้าน ไนเจล แอ็ดกิ้นส์ ผู้จัดการทีมน้องใหม่เซาธ์แฮมป์ตัน ยอมรับว่าการดร็อปศูนย์หน้าตัวเก่ง ริคกี้ แลมเบิร์ต เป็นการตัดสินใจทางแท็กติกที่ยากลำบาก พร้อมทั้งชี้ว่าเขาวางแท็กติกเพื่อชัยชนะในเกมนี้ ไม่ใช่เพื่อยันเสมอ


         ''มันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่จริงๆ ที่ดร็อป ริคกี้ แลมเบิร์ต เป็นตัวสำรอง แต่แผนการเล่นของเราที่วางเอาไว้ก็มีโอกาสได้บางอย่างกลับมาจากเกมนี้เหมือนกัน เราสู้อย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมายคือชัยชนะ และเราก็พยายามเล่นเพื่อชัยชนะในเกมนี้''


         เทพ ''อาซาร์'' นำสิงห์คว้าชัย


         ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าการที่จะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นรวมถึงปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ลูกหนังเมืองผู้ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายซึ่งจุดนี้ เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียมรู้ดีแต่ด้วยพรสวรรค์อันเอกอุของเขาดูเหมืนว่าปัญหาในจุดนั้นอาจไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาเลยก็เป็นได้


         อาซาร์ ประเดิมสนามนัดแรกในเกมลีกอย่างเป็นทางการด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมพร้อมกับตอบคำถามที่ว่าเหตุใด เชลซี ต้องทุ่มเงินถึง 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,280 ล้านบาท) ในการกระชากตัวพ่อมดน้อยรายนี้มาร่ายเวทมนตร์ในเวทีพรีเมียร์ลีก


         สองประตูใน 7 นาทีแรกของเกมที่ดีดับเบิลยู สเตเดี้ยม จากผลการรังสรรค์ปั้นแต่งของ อาซาร์ เพียงพอที่แล้วที่จะช่วยให้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทีมล่าสุดบุกไปคว้าชัยชนะกลับเมืองหลวงได้แบบไม่ยากเย็น


         ประตูแรกในนาทีที่ 2 จากเทคนิคการพลิกบอลหลบ อีบัน รามิส อันเหนือชั้นของ อาซาร์ พร้อมกับไหลถวายพานให้ บรานิสลาฟ อิวาโววิช สปีดหลุดเข้าไปกดเสียบเสาแรกพาทีมยักษ์ใหญ่จากนรครลอนดอนขึ้นนำแต่หัววัน


         ก่อนที่นาทีที่ 7 ความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยมของ อาซาร์ จะทำให้ อีบัน รามิส อดีตปราการหลังเรอัล มายอร์ก้า ต้องพบกับฝันร้ายตั้งแต่นัดแรกที่ลงประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกเมื่อเป็นผู้ทำให้ทีมเสียจุดโทษก่อน แฟร้งค์ แลมพาร์ต จะสังหารอย่างเฉียบขาดไม่พลาดให้เชลซี ขึ้นนำ 2-0 ในครึ่งแรกจากการยิงเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น


         ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่า วีแกน จะเริ่มตั้งเกมติดและเป็นฝ่ายลำเลียงเกมรุกเข้าใส่หวังพลิกสถานการณ์และมีโอกาสได้ลุ้นจาก วิคเตอร์ โมเซส, ฟรังโก้ ดิ ซานโต รวมถึงกองหน้าผู้มาใหม่อย่าง อารูน่า โกเน่ แต่ไม่อาจผ่านการป้องกันอันยอดเยี่ยมของ ปีเตอร์ เช็ก ไปได้สักราย


         เกมจบลงบนชัยชนะอันงดงามของเชลซี ที่บุกมาโค่นวีแกน ถึงถิ่น 2-0 พร้อมกับเป็นการออกสตาร์ตที่เยี่ยมยอดของลูกทีม โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ทว่าเส้นทางที่เหลือยังอีกยาวไกลและเวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบว่าทีม ''สิงห์บลูส์'' แข็งแกร่งแค่ไหนกับการลุ้นที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเต็งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้


         หลังเกมการแข่งขัน โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือเชลซี ยิ้มหน้าบานหลังเห็นผลงานลูกทีมโดดเด่นพร้อมเอ่ยป่ากชม เอแด็น อาซาร์ ปีกอนาคตไกลที่โชว์ฟอร์มสุดยอดในแมตช์นี้ 


         ''ผมคิดว่านี่เป็นเกมแรกของฤดูกาล และเป็นแมตช์เยือนซะด้วย แต่เราเริ่มได้อย่างสุดยอด บางครั้งคุณไม่อาจยิงประตูได้ตั้งแต่ต้นแบบนี้ แต่มันเป็นวันที่สมบูรณ์แบบที่เราสามารถจัดการยิงประตูได้ 2 ลูกตั้งแต่ต้นเกม''


         ''เราเตรียมตัวสำหรับเกมนี้ และทีมก็เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม มันไม่ค่อยเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยๆ หรอก แต่ผมคิดว่าวันนี้พวกเขาตอบสนองได้ดีมากๆ อาซาร์ ทำผลงานได้อย่างสุดยอด เขาโชว์ให้เห็นถึงคุณภาพชั้นยอดในเกมนี้ มันเป็นเรื่องยากที่จะประกบเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ได้ดูเขาเล่นในวันนี้''


         ขณะที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ นายใหญ่วีแกนยอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่ทีมออกสตาร์ตเกมกันได้ไม่ดีจนได้รับความพ่ายแพ้แต่ก็ปฏิเสธจะกล่าวโทษลูกทีม เมื่อพยายามเล่นกันได้ดีมากแล้วหลังจากโดน 2 ประตูแรกไปในตอนต้น 


         ''ก็คงเห็นกันง่ายๆ ว่าเราออกสตาร์ทกันได้ไม่ดี ผมไม่คิดว่าเรามีสมาธิมากพออย่างที่ควรจะมีในการเล่นเกมของลีกนี้ บางทีเราอาจจะยังสลัดช่วงปรีซีซั่นไม่พ้น และถ้ามันเป็นแบบนี้ คุณก็ทำให้ตัวเองมีปัญหาแล้ว เหนืออื่นใด สองประตูใน 6 นาทีแรก คือการออกสตาร์ทที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ทว่าปฏิกิริยาของเราก็ยอดเยี่ยมทีเดียว''




อเกวโร่โดนเสียบจนได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว




แข้งเรือใบเข้าไปดีใจกับนาสรี่หลังซัดประตูชัยให้ทีม




จังหวะซัลโวประตูชัยของนาสรี่




เดวิสเกือบพานักบุยบุกสร้างเซอร์ไพรส์




อาซาร์โชว์ฟอร์มเทพในนัดนี้




แลมพ์สซัดจุดโทษเต็มข้อให้เชลซีนำห่าง 2-0



        ลิ้ม ทรนง

 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

ลิ้ม ทรนง
นามปากกา : ลิ้ม ทรนง

จำนวนเรื่อง : 55
All post : 22
All view : 94,678
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263