โอลิมปิกเกมส์ 2012 การพ่ายแพ้เทควันโดต่อคู่แข่งทั้งรอบแรกต่อ ลี แด ฮุน จอมเตะจากเกาหลีใต้
และรอบชิงเหรียญทองแดงกับ ออสก้า มูนอส โอเวียโด้ จากโคลอมเบีย ของ "เจ้าไอร์" เป็นเอก การะเกตุ จอมเตะรุ่น 58 กก.ยังคงเป็นที่เสียดาย และถูกนำมากล่าวถึงทุกครั้งที่ไปร่วมรายการต่างๆ ของเหล่าฮีโร่ ลอนดอนเกมส์
ทุกแง่มุมต่างๆ ของความเสียดาย ที่ถูกกล่าวถึง ส่วนตัวของ "เจ้าไอร์" จะรู้สึกผิดหวังทุกครั้งที่ฉุกคิด ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่อยากจดจำของจอมเตะหนุ่มวัย 22 ปี ที่กำลังฮอตฮิตและมีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วงเวลานี้ ประวัติความเก่งกาจของ เป็นเอก ตั้งแต่หัดเริ่มเล่นเทควันโดมาจนถึงความสำเร็จต่างๆ ได้ถูกสาวๆ แฟนคลับแอบเจาะหาข้อมูลต่างๆ ตามสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง
แม้แต่เรื่องความรักของ "เจ้าไอร์" ที่ไม่เคยให้ใครได้เจาะลึกมาตลอด แต่มาตอนนี้ได้ถูกเปิดออกมาสู่สารธารณชนเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ เป็นเอก จะพยายามขอร้องพี่สื่อมวลชนทุกครั้ง อย่านำเรื่องความรักมาเปิดเผย กลัวโค้ช เช ยอง ซอก จะต่อว่า และไม่อยากให้ผู้ใหญ่ในสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยได้รับรู้ ตอนนี้มันปิดไม่มิดเสียแล้ว
ความรักเป็นสิ่งสวยงาม...ถึงแม้คำว่า "รัก" จะดูชื่อสั้น แต่ความหมายมันยาวไกล ทำให้มนุษย์ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เรารัก เช่นเดียวกับ ความรักของ "ไอร์" เป็นเอก การะเกตุ กับ "สอง" บุตรี เผือดผ่อง ฮีโร่เหรียญเงินเทควันโดโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปลูกต้นรักมานานกว่า 2 ปี ซึ่งกำลังเบ่งบานจนกลายเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เมื่อคนเก่งเทควันโดระดับโลก 2 คนมารักกัน
เกือบ 6 ปี ที่ "เจ้าไอร์" กับ "น้องสอง" ได้เจอกันในแคมป์ฝึกซ้อมเทควันโดเยาวชนทีมชาติ ซึ่งช่วงนั้น จอมเตะสาวไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่า ไอ้หนุ่มหน้าตี๋แอบชื่นชอบในตัวเธออยู่ เวลาที่มีความสุขที่สุดของ "เจ้าไอร์" คือการได้ชำเรืองตามองสาวเจ้าในอิริยาบทต่างๆ ความเป็นธรรมชาติของ "สอง" ได้ถูกบันทึกไว้ในหัวใจของ เป็นเอก การะเกตุ ซึ่งมันเป็นการแอบรักแบบใสๆ โดยไม่ทำให้ผลงานของนักเทควันโดทั้งสองคนด้อยลงไปเลย ทั้งคู่ยังเป็นจอมเตะเยาวชนไทยเจ้าของประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์เยาวชนโลกได้พร้อมๆ กัน เมื่อปี 2549 ที่ประเทศเวียดนาม
ความเก่งกาจในเชิงเทควันโดของ "ไอร์" และ "สอง" โดดเด่นไม่แพ้กัน จนมีช่วงเวลาหนึ่ง เป็นเอก ต้องหยุดพักจากทีมชาติ หายไประยะหนึ่ง แต่ความรักของเขาที่มีต่อ "น้องสอง" ไม่ได้หยุดตามลงไป มิหนำซ้ำเขายังมีความศรัทธาในตัว บุตรี เพิ่มขึ้นมาอีกในเรื่องการทุ่มเทฝึกซ้อม จนประสบความสำเร็จ คว้าเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2008 และในช่วงนั้น จอมเตะสาวเริ่มระแคะระคาย รู้ว่า "เจ้าไอร์" แอบปลื้มเธออยู่ แต่มันรู้กันอยู่ในใจของคนสองคน
กามเทพเริ่มแผลงศรที่ทำให้ "เจ้าไอร์" และ "น้องสอง" ได้เป็นคู่รักกันจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คือเหล่าเพื่อนจอมเตะทีมชาติ ที่ต่างแซวกันไป แซวกันมา จนคนทั้ง 2 ได้มารักกันจริงๆ โดยการได้มาร่วมฝึกซ้อมในทีมชาติไทยคือการได้รดน้ำ พรวนดิน จนความรักเบ่งบานสวยงาม ทั้งคู่ได้ศึกษาอุปนิสัยซึ่งกันและกัน มีเวลาเจอกันยามที่ได้ฝึกซ้อมเทควันโด ถึงแม้การฝึกที่แสนจะหนักหน่วงตามโปรแกรมที่โค้ช เช ได้กำหนดจะหฤโหดเพียงได้ แต่ความรักของทั้งคู่มันเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นตามลำดับ เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันมาโดยตลอด และอยู่ในสายตาพ่อ แม่ ของทั้งสองฝ่ายมาตลอด
เป็นเอก ได้เปิดเผยเรื่องความรักของตัวเองว่า
"น้องสองเป็นคนน่ารัก เป็นห่วงเป็นใยคนอื่น คุยกันรู้เรื่อง โดยตัดสินใจเริ่มคบกันมาได้เกือบสองปี ตั้งแต่หลังการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 ที่กว่างโจว ในวันที่ 18 มีนาคม 2554 ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดผมพอดี เรื่องนี้ที่บ้านรับทราบตลอด และเข้ากับที่บ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมก็จริงจังกับเรื่องนี้มาก เราเป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอ"
หลังจากที่ บุตรี เผือดผ่อง ประกาศอำลาทีมชาติ ทุกครั้งที่ "เจ้าไอร์" เดินทางไปแข่งขันเทควันโดในต่างประเทศ "น้องสอง" จะต้องไปส่ง และมารับเสมอ แต่ไม่มีใครสงสัยในความความรักที่ถูกปกปิดของคนทั้งสองเลย เพราะเป็นทำเนียมปฏิบัติในวงการเทควันโดทีมชาติไทยไปแล้วว่ารุ่นพี่ หรือรุ่นน้องในทีมชาติจะต้องมาส่งหรือมารับทุกครั้งหากใครได้ไปแข่งขันในต่างแดน ยกเว้นเพื่อนนักกีฬาด้วยกันที่รู้
ก่อนไปแข่งขัน และกลับจาก ลอนดอนเกมส์ "น้องสอง" ยังคงมาส่งและรับเหมือนเดิม โดย "เจ้าไอร์" ได้ซื้อของมาฝากเป็นกระเป๋าแบรนด์ดัง และรองเท้าสไตล์เก๋ไก๋ ซึ่งถ้าใครได้เห็นความน่ารักของคนทั้งสองทำให้รู้เลยว่าโลกนี้ดูสวยงามมากเพียงใด...
น่าเสียดายที่ เป็นเอก การะเกตุ ไม่ได้คว้าเหรียญรางวัลใดติดมือกลับมา จึงไม่ถูกจารึกไว้ในทำเนียบเหรียญเทควันโดโอลิมปิกเกมส์ ไม่อย่างนั้นคู่รักระหว่าง "เจ้าไอร์" กับ "น้องสอง" จะได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ "ฮีโร่คู่รักโอลิมปิกเกมส์"
สกุลโอ๋