เราไม่รู้หรอกว่าความรักของแต่ละคนเป็นยังไง เพราะมันมีส่วนที่เหมือนและแตกต่างกันไป ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ความรักดูมีค่า และหลายคนพยายามค้นหา ''ความรัก'' ในแบบของตัวเอง
เคยได้ฟังบางคนบอกว่า ความรักแปรผันไปพร้อมๆ กับเวลาและระยะทาง
บางคนบอกว่า ''อย่าเลือกคนที่เราอยู่กับเขาได้ แต่จงเลือกคนที่เราขาดเขาไม่ได้''
และบางคนบอกว่า ''รัก'' ยิ่งห่างกันไป ยิ่งนานเท่าไหร่ ยิ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของความรักให้จางลง และจางลงเรื่อยๆ ซึ่งบางทีก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม...? ความรักถึงเป็นแบบนี้ทั้งที่เคยสัญญาว่า ''เราจะรักกันตลอดไป''
กับบางคู่เวลาและระยะทางอาจเป็นสิ่งวัดค่าความรู้สึกระหว่างกันได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของทุกคู่เสมอไป
อย่างน้อยที่สุด ''อุ๊'' จ่าอากาศเอก ธีรศักดิ์ นาคประสงค์ นักตบหนุ่มทีมชาติไทย และแฟนสาว ''ริน'' พรรณวรินทร์ วิริยะพันธุ์ นิสิต ม.บูรพา ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ''เวลา'' กับ ''ระยะทาง'' ไม่ใช่อุปสรรคหรือตัววัดความรักของทั้งคู่ว่า จะต้องจางลงตามระยะทางที่ไกลขึ้น
ทั้งคู่อาจจะไม่ได้เริ่มจากคนที่รู้จัก เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนสนิท และเป็นคนรู้ใจ จนกลายเป็นความรัก ตามแบบฉบับของใครหลายๆ คน
หากแต่ทั้งคู่มีบางอย่างที่ ''คลิก'' กัน จนกลายเป็นความลงตัว ก่อเกิดเป็นความรัก ความเข้าใจ ก่อนมาลงเอยด้วยการตัดสินใจใช้ชีวิตคู่
ระยะเวลาการคบหาดูใจยังไม่ถึงปี บางคนอาจจะบอกว่าเร็วไป แต่ไม่ใช่สำหรับคนคู่นี้ เพราะอย่างที่บอกว่า ทั้งคู่ ''คลิก'' กันได้ดีกว่าที่จะเอาเวลามาเป็นเครื่องชี้วัด
จุดสตาร์ตของความรักระหว่างเขาและเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2554 ในขณะที่ ''อุ๊'' ธีรศักดิ์ รับบทบาทเป็นนักตบให้กับสโมสรชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ และ ''ริน-พรรณวรินทร์'' เป็นพริตตี้สาวสวยอีกหนึ่งเบื้องหลังประจำสโมสร และแล้วนักตบหนุ่มก็แอบชอบพริตตี้สาว
''อุ๊-ธีรศักดิ์'' : เจอกันเพราะผมเล่นอาชีพให้กับชลบุรี และน้องรินเขาเป็นพริตตี้ ตอนแรกว่าจะขอเบอร์โทรศัพท์เอง แต่ไม่กล้า เลยให้รุ่นน้องที่เป็นนักกีฬาด้วยกันไปสืบว่า มีแฟนหรือยัง และให้ขอเบอร์ จากนั้นก็โทรศัพท์ไปคุย คุยกันสักพักเลยนัดเจอ นัดกินข้าว ยอมรับว่าชอบ หน้าตาน่ารักดี พอคุยกันไปนานๆ เจอกันบ่อยๆ เริ่มโอเค ตอนปีใหม่ 2555 เลยตัดสินใจขอเป็นแฟน ผมบอกน้องว่าเราคุยกันมาสักพักแล้ว พี่ไม่มีใครและรินก็ไม่มีใคร เรามาคบกันเป็นแฟนมั้ย
''ริน-พรรณวรินทร์'' : พี่เขาให้รุ่นน้องอีกคนมาติดต่อ หนูก็ยังไม่ได้อะไร ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะคบหรือไม่คบ เพราะได้ยินข่าวมาว่าพี่เขาเจ้าชู้ แต่หนูก็คุยกับพี่เขานะ คุยกันเกือบเดือนถึงได้ตกลงเป็นแฟน พอได้คุยกับพี่เขาทำให้หนูรู้เลยว่า เขาไม่ได้เจ้าชู้เหมือนอย่างที่ได้ยินมา เขาเป็นคนนิสัยดีกว่าที่คิดไว้
''อุ๊-ธีรศักดิ์'' : อายุเขาน้อยกว่าผม ตอนนี้น้องรินเรียนอยู่ปีสามมหาวิทยาลัยบูรพา แต่จากการพูดคุย นิสัยใจคอ ทำให้ผมมั่นใจว่าอยู่ด้วยแล้วโอเค คบกันแล้วสบายใจ หลายๆ คนคิดว่าผมเป็นคนเจ้าชู้ ก็มีบ้างที่ทำให้เขาเข้าใจผิด แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจและผมรักเขาจริง เลยบอกว่างั้นก็แต่งงานกัน จะได้อยู่ด้วยกัน และเพื่อให้เขาสบายใจด้วย ยอมรับว่าช่วงแรกๆ มีผู้หญิงเข้ามาคุยด้วยเยอะ โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก แต่ผมไม่ได้คิดอะไร กระทั่งมาเจอน้องเขา รู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่
เราตัดสินใจว่าจะแต่งงาน ผมก็บอกแม่ซึ่งแม่ไม่ได้ขัดข้อง เขาบอกว่าเรารักใครแม่รักด้วย เคยพาเขาไปเจอพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่ผมเขาก็ชอบ และแม่อยากให้มีคนมาดูแลผมด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมอายุ 27 ปี คิดน่าจะมีครอบครัวได้แล้ว และผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็โอเค ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันเรื่องแต่งงาน คุยกันตรงๆ ว่าถ้าอยากอยู่ด้วยกันต้องแต่งงาน ไม่อยากให้ผู้หญิงเสียหายและดูไม่ดี ฉะนั้นเลยคุยกันว่า ถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ต้องแต่งงานเท่านั้น
''ริน-พรรณวรินทร์'' : พี่อุ๊เขานิสัยดี น่ารัก เทกแคร์ดูแลหนูอย่างดี เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คิดว่าน่าจะดูแลหนูได้ดี เอาใจใส่ทุกเรื่อง ดูแล้วอบอุ่น อาจเป็นเพราะว่าพี่เขาอายุมากกว่าหนูด้วย เวลาอยู่ด้วยกันเขาเป็นผู้ใหญ่ และที่บ้านหนูก็ชอบพี่อุ๊ด้วย ช่วงที่คุยกันแรกๆ มีระแวงบ้าง เรื่องความเจ้าชู้ เพราะเราได้ยินมาจากคนอื่นเยอะ โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก แต่พอรู้จักกันเยอะขึ้น พี่เขาไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้
ตั้งแต่คบกับมาแทบจะไม่เคยทะเลาะกัน เพราะเวลามีอะไรจะคุยกันตลอด เข้าใจกัน ไม่ค่อยทะเลากัน พี่อุ๊เป็นคนชอบทำอะไรเซอร์ไพรส์ตลอด อย่างวันวาเลนไทม์ตอนแรกเขาบอกว่าจะไม่มาหาที่บ้าน บอกว่าติดธุระคงไม่ได้เจอกัน แต่พอถึงวันจริงๆ ปรากฏว่ามาโผล่ที่บ้านเฉยเลย เขาชอบเซอร์ไพรส์ซึ่งหนูก็ว่าน่ารักดี
''อุ๊-ธีรศักดิ์'' : เราไม่ได้สัญญาอะไรกัน หรือว่าหลังแต่งงานแล้วจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่เคยพูด เพราะผมคิดว่าเขาเป็นแบบนี้ดีอยู่แล้ว น้องเขานิสัยดี บางทีผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะน้องรินทำให้ทุกอย่าง ก็ไม่อยากให้เปลี่ยนอะไร ให้เขาเป็นแบบนี้ เป็นแบบที่เขาเป็นอยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว
ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตคู่ก็ไม่มีอะไรเยอะ เพราะเราสองคนมีอะไรคุยกันอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าจบซีเกมส์ที่พม่า ผมคงเลิกเล่นทีมชาติ เพราะอายุมากขึ้น และคงมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาทดแทน ผมคงเลิกเล่นและกลับมาใช้ชีวิตครอบครัว อยากมีลูกสัก 2 คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง หลังเลิกเล่นว่ากลับไปอยู่พิษณุโลก ซื้อบ้านสักหลัง กลับไปทำงานรับราชการ หรือหาอะไรทำเพิ่มเติมให้เป็นธุรกิจของผมกับริน ซึ่งแม่ผมเขาก็คิดไลน์ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ลงตกปลงใจว่าจะทำอะไร รอดูทิศทางอีกทีก่อน เพราะรินเองยังเรียนไม่จบ
''ริน-พรรณวรินทร์'' : ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไร เรื่องมีน้องก็เคยคุยกันขำๆ เรื่องการเที่ยวหลังแต่งงานคงรอดูอีกที หนูอยากไปทะเล ชอบทะเล แต่หนูยังต้องเรียนและพี่อุ๊เองต้องซ้อมเตรียมเล่นไทยแลนด์ลีก ตอนนี้หนูอยู่ชลบุรี พี่เขาอยู่กรุงเทพฯ เป็นหลักอยู่แล้ว ยังไม่รู้เหมือนกันว่า หลังแต่งงานใครจะต้องย้ายหรือเปล่า แต่คิดว่าถ้าหนูว่างหนูคงเข้ากรุงเทพฯ และถ้าพี่เขาไม่ได้ซ้อมก็จะให้เขามาที่ชลบุรี
เมื่อก่อนอาจจะเคยคุยว่า อยากให้เป็นแบบนั้น แบบนี้ แต่ตอนนี้หนูว่าพี่เขาดีมาก ดูแลเทกแคร์ดี หนูไม่อยากให้พี่เขาเปลี่ยน พี่เขาโอเคทุกอย่างในความรู้สึกหนู เขานิสัยดี ก็อยากให้เขาเป็นแบบนี้ตลอดไปเหมือนกัน
หากคุณได้พบรักแท้ ขอจงอย่าปล่อยมือจากมันไป จงรักษามันไว้ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของคุณ
ขอให้คุณสามารถสร้างสายใยรักเส้นนี้ ที่จะผูกเกี่ยวคุณทั้งสองไว้ด้วยกันให้ตราบนานชั่วนิจนิรันดร์
เขาและเธอพร้อมจะดื่มด่ำของคำว่า ''ครอบครัว'' ไปพร้อมๆ กัน วันที่ 26 สิงหาคม 2555 ที่โรงแรมเอส.เอส. จ.ชลบุรี วันที่ความรักบานสะพรั่ง และทั้งคู่จะจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์