คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. โกลเด้นโจ
เปิดฉากพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012/13
18/08/2012 10:47:20 น.

แชมป์เก่า ''เรือใบ'' ยังแกร่ง, ผีมี ''อาร์วีพี'' ชูโรง



         ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012-13 จะประเดิมสนามนัดแรกในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555 นี้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าพรีเมียร์ลีก ยังเป็นฟุตบอลที่สนุกและตื่นเต้นเร้าใจมากที่สุดในโลก โดยปีนี้นอกจากจะมีสตาร์หน้าใหม่เดินทางเข้ามาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกแล้ว ยังมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหลายๆ ทีม รวมทั้ง ลิเวอร์พูล และสเปอร์ส สองทีมหัวแถวที่ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่, อาร์เซน่อล ที่ยังต้องเสียสตาร์ดังของทีมเหมือนเดิม และ แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด กับเชลซี ยังเป็นสามทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์มากที่สุดเหมือนเดิม 


               ฤดูกาลที่แล้วพรีเมียร์ลีก ฉลองครบรอบ 20 ปีอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องจากการแข่งขันฤดูกาล 2011-12 ที่เปิดฉากตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม และสิ้นสุดในวันที่ 13 พฤษภาคม  ต้องไปตัดสินแชมป์กันจนถึงนาทีที่ 94 ของนัดสุดท้าย ก่อนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ จะยิงประตูชัยให้แมนฯ ซิตี้ เฉือนควีนส์ปาร์คไปได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับกระชากแชมป์ไปจากแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า  


           การเสียแชมป์เพราะประตูได้เสีย เชื่อว่ายังทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และทีม ''ผีแดง'' เจ็บปวดมาถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่ามันยิ่งทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมยร์ลีกฤดูกาล 2012-13 น่าสนใจไปตลอดทั้งเก้าเดือน โดย ''เฟอร์กี้ '' แก้ปัญหาในเรื่องการเสียแชมป์ เพราะลูกได้เสียด้วยการคว้า โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าทีมอาร์เซน่อล ที่แม้แต่ซิตี้ก็ต้องการตัว เข้ามาเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บวกกับมิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง ชินจิ คางาวะ แล้ว ปัญหาเรื่องการทำประตูคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป เพราะพวกเขายังมีทั้ง เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ รวมทั้ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (หากว่า เบอร์บาตอฟ ยังหาทีมใหม่ไม่ได้ ) 


           ขณะเดียวกันการได้ผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บรบกวนอย่าง เนมานย่า วิดิช และ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ฟิตสมบูรณ์ดีอีกครั้ง ก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริม โดยเฉพาะวิดิชที่จะสามารถช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยลงได้ อย่างไรก็ตาม เฟอร์กูสันยังเชื่อว่าการคว้าตัว ฟาน เพอร์ซี่ มาร่วมทีมคือกุนแจดอกสำคัญ และกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์จะทำให้แนวรุกของ ''ผีแดง'' แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป เหมือนสมัยที่คว้า 3 แชมป์เมื่อปี 1999


           ''รูนี่ย์ และ ฟาน เพอร์ซี่  เป็น 2 นักเตะชั้นยอด และเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมที่เรามีทั้งคู่อยู่ในทีม สิ่งนี้ทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้นในแนวรุก ย้อนกลับไปเมื่อซีซั่น 1999 เรามี (ดไวท์) ยอร์ค, (แอนดี้) โคล, (เท็ดดี้) เชอริงแฮม และ (โอเล่) กุนนาร์ โซลชา เป็น 4 กองหน้าที่ดีที่สุดในยุโรป''


          ''ตอนนี้เรากำลังจะมี เวย์น, โรบิน, ชิชาริโต้ (ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ) และ แดนนี่ เวลเบ็ค มันเป็นรวมสุดยอดนักเตะเอาไว้ในทีม มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่มีนักเตะที่เต็มไปด้วยคุณภาพอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ เข้ามาอยู่ในทีม ผมดีใจจริงๆ'' 


          ทางด้าน แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า ที่ยังเป็นเต็งหนึ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนักในตาลดซื้อขายนักเตะ โดยมีแค่การคว้า  แจ็ค ร็อดเวลล์ มิดฟิลด์จากเอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัวราว 12 ล้านปอนด์ (ราว 600 ล้านบาท) และเซ็นสัญญากับสโมสรเป็นเวลา 5 ปี  ซึ่งทาง โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็ยืนยันว่าการเสริมทัพครั้งนี้ เป็นการมองไปในอนาคตข้างหน้ามากกว่า ดังนั้นเขาจะไม่ได้รีบกดดันให้ร็อดเวลล์ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองแต่อย่างใด  


           ''แจ็ค ร็อดเวลล์ เป็นนักเตะดาวรุ่งที่ต้องพัฒนาฝีเท้าในการที่จะเล่นในระดับนี้ แต่เขายังหนุ่มแน่นและเป็นนักเตะที่ดีสำหรับเราในอนาคต มันเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้อยู่ในสโมสรที่เล่นเพื่อชัยชนะและมันจะแตกต่างออกไปสำหรับเขา แต่ผมแน่ใจว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้เขาจะกลายเป็นมิดฟิลด์ระดับท็อปอย่างแน่นอน''


          เหตุผลสำคัญที่ทำให้ซิตี้ไม่ได้ขยับตัวอะไรมากนักในปีนี้ น่าจะมาจากเรื่องกฎใหม่ของยูฟ่า ที่บีบให้แต่ละสโมสรสามารถใช้จ่ายได้เท่ากับที่พวกเขาหาได้ เรียกง่ายๆ ว่าไม่ต้องการให้แต่ละทีมก่อหนี้ ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่เจ้าของ ''เรือใบ'' เห็นว่าขุมกำลังที่พวกเขามีอยู่ ดีที่สุดใน อังกฤษแล้ว  โดยในแนวรุกมีทั้ง อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ ส่วนแดนกลางมีทั้ง ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา และ ซามีร์ นาสรี่ 


           สำหรับฤดูกาลนี้ 7 จาก 20 ทีม ในพรีเมียร์ลีก มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีม หากว่าเรารวม โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือชาวอิตาลี ที่พาทีมเชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เข้าไปด้วย โดยฤดูกาลที่แล้วมัตเตโอทำหน้าที่กุนซือชั่วคราว แต่ผลงานการพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ ทำให้ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี ต้องเปลี่ยนใจเรื่องการหาโค้ชชื่อดัง พร้อมกับให้โอกาส ดิ มัตเตโอ ได้คุมทีมอย่างเต็มตัว


          เชลซีได้ เอแด็น อาซาร์, ออสการ์ และ มาร์โก้ มาร์ติน เข้ามาเสริมทัพ แต่ก็ต้องขาดกองหน้าแกนหลักอย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ตัดสินใจไปหาความท้าทายในลีกของจีน แต่บางทีการย้ายทีมของดร็อกบาอาจจะทำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ และเพิ่งจะคว้าแชมป์ ยูโร 2012 กับ สเปน รวมทั้งได้ตำแหน่งดาวซัลโว กลับมาระเบิดฟอร์มพังประตูให้กับทีม ''สิงโตน้ำเงินคราม'' อีกครั้ง 


           ขณะเดียวกันความสำเร็จของเชลซี กลับทำให้ทีมคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน อย่างสเปอร์ส ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงเมื่อ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ตัดสินใจไล่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ ''ไก่เดือยทอง'' ชวดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งที่ได้อันดับที่สี่เมื่อปีที่แล้ว และคนที่เข้ามาแทนที่เร้ดแน็ปป์ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอดีตกุนซือทีม ''สิงห์บูลล์'' ที่ถูกไล่ออกไปอย่าง อันเดร วิลลาช โบอาช แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยง เมื่อดูจากผลงานที่เร้ดแน็ปป์เคยทำไว้กับสเปอร์ส กับความล้มเหลวของโบอาชที่เชลซี 


           ทางด้านยักษ์ใหญ่ในลอนดอนอีกทีมอย่างอาร์เซน่อล ดูเหมือนว่าข่าวใหญ่ทุกปีจะเป็นการเสียสตาร์ดัง โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาต้องเสียทั้ง เชส ฟาเบรกาส และ ซามีร์ นาสรี่ ไปพร้อมๆ กัน และปีนี้เป็นเวลาที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต้องโบกมือลา ขณะเดียวกันมิดฟิลด์ดาวรุ่งอย่าง แจ็ค วิลเชียร์ ก็ยังไม่สามารถช่วยทีมได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ดังนั้นความหวังของแฟนๆทีม ''ปืนใหญ่'' ต้องฝากเอาไว้ที่ผู้เล่นใหม่อย่าง ลูคัส โพดอลสกี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  และ ซานติ กาซอร์ล่า


            ''ยักษ์หลับ'' อีกทีมที่มีแฟนๆ เต็มบ้านเต็มเมือง แต่ห่างเหินจากการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ มากกว่า 20 ปีแล้วคือลิเวอร์พูล ซึ่งฤดูกาลนี้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยการตั้ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแทน เคนนี่ ดัลกลิช หลังจากที่ ''หงส์แดง'' จบอันดับที่ 8 ในลีก ตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเอฟเวอร์ตัน 


           ร็อดเจอร์สประสบความสำเร็จกับสวอนซี ด้วยการเล่นฟุตบอลสไตล์ที่สวยงาม จนคนเปรียบพวกเขาว่าเป็นบาร์เซโลน่า แห่งพรีเมียร์ลีก แต่การมาอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่า ความกดดันก็ย่อมจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องลุ้นแชมป์คงจะยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดกันในตอนนี้ เพราะแค่การลุ้นโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าก็ลำบากแล้ว เพราะต้องแย่งกับเจ้าประจำ รวมทั้งทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน และนิวคาสเซิ่ล รวมทั้งซันเดอร์แลนด์ ที่ มาร์ติน โอนีล จะได้คุมทีมแบบเต็มฤดูกาล 


           ทางด้านการลุ้นหนีตกชั้นเวสต์แฮม ทีมน้องใหม่ที่มี แซม อัลลาร์ไดซ์ เป็นผู้จัดการทีม ดูเหมือนว่าจะถูกมองว่ามีโอกาสรอดตัวสูง ต่างจากทีมที่ขึ้นมาด้วยกันอย่างเซาธ์แฮมป์ตัน ที่เป็นเต็งหนึ่งที่จะตกชั้น รวมทั้งเร้ดดิ้ง ส่วนหน้าเก่าอย่าง  นอริช, วีแกน  และสวอนซี ถูกมองว่าจะต้องลุ้นหนีตกชั้นเหมือนเดิม และปีนี้อาจจะไม่โชคดีเหมือนอย่างที่ผ่านมา










          นานาทรรศนะกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก  ฤดูกาล 2012-13 


           แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์  :   ''ผมคิดว่าซิตี้เป็นเต็งแชมป์ แล้วรองลงมาก็เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และท็อตแน่มอีกครั้ง อาร์เซน่อลคงจะเจอกับฤดูกาลที่ยากลำบากกับการเสีย โรบิน  ฟาน เพอร์ซี่   และท็อตแน่มน่าจะจบด้วยอันดับที่เหนือกว่าพวกเขาในฤดูกาลนี้  เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด  จะต้องการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ และจะไล่บี้ แมนฯ ซิตี้ ไปตลอดทั้งฤดูกาลแน่นอน''


          ''ผมคิดว่าลิเวอร์พูลจะทำได้ดีขึ้น  หลายคนบอกว่าพวกเขาต้องใช้เวลาในการสร้างทีมขึ้นมา แต่พวกเขาจะทำได้ดีแน่นอน พวกเขามีนักเตะที่มหัศจรรย์มากมายในความคิดของผม อย่าง  หลุยส์  ซัวเรซ,  แอนดี้  แคร์โรลล์,  สตีเว่น  เจอร์ราร์ด,  เจมี่  คาร์ราเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, ผู้รักษาประตูชั้นยอดอย่าง เปเป้ เรน่า และเซนเตอร์แบ็กฝีเท้าดีอีกหลายคน พวกเขาน่าจะต่อสู้เพื่อจบภายใน 4 อันดับแรกให้ได้''


          ''ผมคิดว่านักเตะอย่างซัวเรซจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นนักล่าประตูชั้นดีและสร้างสรรค์โอกาสให้ทีมได้ประตูอีกด้วย เขาเป็นดาวเตะพรสวรรค์สูงที่ฝีเท้ามหัศจรรย์ ผมยังคิดด้วยว่าตอร์เรสจะได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องในปีนี้จากการที่ (ดิดิเย่ร์) ดร็อกบา ย้ายออกไปแล้ว เขาน่าจะเป็นกองหน้าสำคัญของเชลซีเลย''


          ''คุณต้องดูที่ทีมที่จะมีลุ้นบนหัวตาราง มันจะเป็นที่ที่มีประตูเกิดขึ้นมากมาย ดู แมนฯ ซิตี้ สิ นักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ควรจะทำประตูได้มากกว่าเดิมในปีนี้ เช่นเดียวกับ  คาร์ลอส  เตเวซ ถ้าเขาอยู่กับทีมต่อไปซัวเรซสามารถที่จะยิงประตูให้กับทีมได้มากกว่าเดิมเหมือนกัน''


          จอร์จ เกรแฮม ''ผมรู้สึกว่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แชมป์ยังจะอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ต่อไป ซิตี้  มี ดาบิด ซิลบา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ทำให้พวกเขามีนักเตะระดับโลกอยู่ในทีม และ คาร์ลอส เตเวซ ก็ยังอยู่ในทีม ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตู โจ ฮาร์ท ก็เป็นคนสุดท้ายของแนวรับที่มีการวางระบบมาเป็นอย่างดี และพวกเขายังมีมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งอีกด้วย''  


          ''ส่วนยูไนเต็ด มีทั้ง เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, แดนนี่ เวลเบ็ค และ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ รวมไปถึง แอชลี่ย์ ยัง กับ นานี่ ด้วย พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งเช่นกัน''


         แม็ทธิว เลอ ทิสซิเอร์ : ''แชมป์แรกมันย่อมเป็นเรื่องยากที่สุดเสมอ ดังนั้นผมคิดว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะค้นพบว่าการคว้าแชมป์มันง่ายกว่าเดิมนิดหน่อย ถึงแม้ โรแบร์โต้ มันชินี่ อยากได้นักเตะใหม่มาเสริมทีม แต่พวกเขาก็มีทีมที่แกร่งมากอยู่แล้ว อีกทั้งยังเหลือเวลาเสริมทีมอีกเยอะพอสมควรด้วย'' 



          สตาร์ใหม่ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012-13  






           เอแด็น อาซาร์ (เชลซี) 

 มิดฟิลด์ร่างจิ๋วที่เคยช่วยให้ลีลล์ก้าวขึ้นมาครองแชมป์ ลีก เอิง เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ทำให้เขาถูกจับตาจากยักษ์ใหญ่หลายทีมทั่วยุโรป กระทั่งมาถึงฤดูกาลนี้ ลีลล์ ยอมขายอาซาร์ออกมา โดยที่ตัวนักเตะเลือกจุดหมายปลายทางเป็น เชลซี การมาของอาซาร์ทำให้เขาจะได้ประสานงานเกมรุกร่วมกับ ฆวน มานูเอล มาต้า, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส โดย โจ โคล มิดฟิลด์ทีมลิเวอร์พูล ที่เคยไปเล่นในฝรั่งเศส การันตีฝีเท้ามิดฟิลด์ผู้นี้เอาไว้ว่ามีสิทธิ์เป็น ลิโอเนล เมสซี่ (แต่ถนัดขวา) ของพรีเมียร์ลีก ได้เลย หลังจากที่โคลเคยเล่นกับอาซาร์ที่ลีลล์มาแล้ว 





 

          ชินจิ คางาวะ  (แมนฯ ยูไนเต็ด) 


          คางาวะนั้นเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ดอร์ทมุนด์ ซิวแชมป์ บุนเดสลีกา ใน 2 ฤดูกาลหลังสุด ซึ่งจริงๆ แล้วทีม ''เสือเหลือง'' เองก็ยังไม่อยากขาย แต่จำเป็นต้องปล่อยตัวออกมาเพราะเหลือสัญญาเพียงปีเดียว แน่นอนว่าชื่อชั้นของคางาวะอาจจะไม่ได้โด่งดังเหมือนอาซาร์ของเชลซี หรือว่า ดาบิด ซิลบา ของ แมนฯ ซิตี้ แต่เรื่องฝีเท้าหายห่วง เนื่องจากมิดฟิลด์ทีมชาติญี่ปุ่นผู้นี้ มีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งมีทีเด็ดในการขึ้นไปเติมเกมรุก  ซึ่งน่าจะประสานงานกับ เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้อย่างไม่น่าจะมีปัญหา 




 

           ลูคัส โพดอลสกี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์,   ซานติ กาซอร์ล่า  (อาร์เซน่อล)
 อาร์เซน่อลคว้า กองหน้าทีมชาติเยอรมัน มาจากโคโลญจน์ ตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อนแล้ว เหมือนกับรู้ตัวว่าจะต้องเสีย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ไปอย่างแน่นอน 


         จากนั้นทีมปืนใหญ่ยังไปล่าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกจากมงต์เปลลิเย่ร์ มาเสริมอีกราย หลังจากปีก่อนชิรูด์ ช่วยให้มงต์เปลลิเย่ร์ เถลิงแชมป์ ลีก เอิง สมัยแรกในประวัติศาสตร์ และ ซานติ กาซอร์ล่า กองกลางทีมชาติสเปน มาจาก มาลาก้า โดย แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ อดีตกุนซือทีมสเปอร์ส เคยพยายามที่จะคว้านักเตะรายนี้มาเสริมทัพ และมั่นใจว่ากาซอร์ล่าจะมีสิทธิ์เป็น เชส ฟาเบรกาส คนใหม่ในทีม ''ปืนใหญ่'' ได้  






          ''โกลเด้นโจ''


คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : โกลเด้นโจ

จำนวนเรื่อง : 60
All post : 57
All view : 171,827
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263