ตั้งแต่สมัยก่อนรถสปอร์ตนั้นถือเป็นยานพาหนะราคาแพง อย่าง นิสสัน สกายไลน์ (Nissan Skyline) ที่เปิดตัวในปี 1962 อย่าง Michelotti นั้น ราคาอยู่ที่ 1,850,000 เยน และ โตโยต้า 2000 จีที ที่เปิดตัวในปี 1967 นั้นราคาอยู่ที่ 2,380,000 เยน และรถลักชัวรี่ สปอร์ต
แบบนี้ที่พอจะสู้ราคาไหว (แต่ก็ถือว่าแพง) ก็คือตั้งแต่รุ่น แฟร์เลดี้ แซด (Fairlady Z) ที่เปิดตัวในปี 1969 เป็นต้นมา ซึ่งรุ่นนี้มีชื่อเสียงจากการที่ไปตีตลาดอเมริกาแข่งกับ พอร์ช (Porsche) และถือเป็นรถสปอร์ตของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทีเดียว
หลังจากเข้ายุค 80 มา รถรุ่นที่จุดไฟของรถ ลักชัวรี่ สปอร์ต ของญี่ปุ่นให้ลุกโชติช่วงอีกครั้ง คือ โตโยต้า ซอเรอร์ (Soarer) 2.8 แอล 6 สูบเรียง ที่เปิดตัวในปี 1981 และได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคฟองสบู่ ซึ่งหลายค่ายเล็งที่จะทำให้สปอร์ตคาร์ของตัวเองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ ฮอนด้า ที่เปิดตัว เอ็นเอสเอ็กซ์ ในปี 1990 ซึ่งแต่แรกนั้นดูท่าว่าจะผ่านสภาวะเศรษฐกิจไปได้ด้วยดี แต่สุดท้ายก็ล่มสลายไปพร้อมกับภาวะฟองสบู่แตก
หลังจากที่ จีที-อาร์ ฟื้นตัวกลับมาในปี 2007 ก็มีการเปิดตัว เลกซัส แอลเอฟเอ (Lexus LFA) ซึ่งเป็นลักชัวรี่ สปอร์ต ที่กลับมาคืนชีพอีกครั้ง
จากข่าวต่างประเทศระบุว่า มีสัญญาณสั่งให้สานต่อ แอลเอฟเอ II อย่างเป็นทางการแล้ว ราคาได้ยินว่าเพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเปิดตัวในอีก 2 ปีข้างหน้า ผู้เกี่ยวข้องของโตโยต้าท่านหนึ่งกล่าวว่า "แผนกสปอร์ตนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวเลย ถ้าถามถึงแผนกที่มีการเคลื่อนไหวคงจะเป็นแผนกพัฒนาไฮบริดมากกว่า" สำหรับรถสปอร์ตยุคใหม่นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้น่าจะเป็นเรื่องการประหยัดน้ำมัน ขอแค่ดีกว่า แอลเอฟเอ ตัวปัจจุบันก็พอ ซึ่งต้องจับตามองให้ดีว่าเครื่อง วี10, 560~570 แรงม้า นั้นจะสามารถประหยัดน้ำมันได้ขนาดไหน และตัวระบบเองจะเป็นอย่างไร อย่าง พรีอุส ซูเปอร์ จีที (Prius super GT) นั้นก็ใช้เทคโนโลยีไฮบริดของโตโยต้าเอง และกำลังพัฒนาเพื่อให้รองรับกับการขับขี่ที่ความเร็วสูง สำหรับ แอลเอฟเอ II แล้วจุดนี้ถือเป็นจุดที่สำคัญที่สุด
ปริ๊น สกายไลน์ สปอร์ต (ปี 1962) ถือได้ว่าเป็นรถสปอร์ตรุ่นแรกของญี่ปุ่น
------------------------------------------------------------------
ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ (HONDA NSX) ปี1990 เป็นที่ถูกจับตามองไปทั่วโลก ด้วยความเป็น midship เครื่องยนต์วางกลาง ที่มีตัวถังเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด
------------------------------------------------------------------
โตโยต้า ซอเรอร์ (Soarer) ปี1981 ได้รับความนิยมในฐานะลักชัวรี่ สปอร์ตเป็นครั้งแรก
------------------------------------------------------------------
โตโยต้า 2000 จีที (ปี1967) รถตำนาน เครื่อง 2 ลิตร,150 แรงม้า, ราคา 2,380,000 เยน
------------------------------------------------------------------
มาสด้า คอสโม สปอร์ต (Mazda Cosmo sport) ปี 1967 ที่เรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากในงานมอเตอร์ โชว์ ปี 1966
------------------------------------------------------------------
โตโยต้า ซูปร้า (Toyota Supra) ปี1986 ซิลิก้ารุ่นที่ 3 เครื่องยนต์มี 2 ลิตร, 2.5 ลิตรและ 3 ลิตร
------------------------------------------------------------------
นิสสัน แฟร์เลดี้ (Fairlady) ปี1969 เป็นที่นิยมด้วยราคาที่หั่นลงมาเหลือแค่ 840,000 เยน ส่วน แซด 432 ราคาอยู่ที่ 1,820,000 เยน (ปกติจะเป็นเครื่อง 2 ลิตร 6 สูบ 130 แรงม้า)
------------------------------------------------------------------
มิตซูบิชิ จีทีโอ (GTO) ปี1990 ใช้เครื่องเทอร์โบ 280 แรงม้า และเครื่องปกติ 225 แรงม้า แถมยังเปิดตัวระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออีกด้วย
------------------------------------------------------------------
นิสสัน จีที-อาร์ จะกลับมาด้วย วี 6,3.8 ลิตร 4WD 480 แรงม้า ราคาเริ่มต้นที่ 7,770,000 เยน
------------------------------------------------------------------
เลกซัส (ปี2009) เปิดตัวในงานมอเตอร์ โชว์ ปี 2009 ทั่วโลกขายได้ 500 คัน
------------------------------------------------------------------
ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์ ที่เปิดตัวในงานดีทรอยต์ โชว์ ปีนี้ นั้นมีกำหนดการจะวางตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2015 เครื่องยนต์ที่ใช้เป็น 3.5 ลิตร วี 6 วางกลาง แม้จะขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเครื่องยนต์ แต่ระบบทั้งหมดจะเป็น 4WD ที่ล้อหน้าขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
------------------------------------------------------------------
อินฟินิตี้ อีเมอร์จ-อี (Infiniti Emerge-e) ที่เปิดตัวในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์นั้นว่ากันว่านิสสันตั้งใจพัฒนาออกมาเต็มที่ โดยใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ กำลังเครื่องอาจจะไม่แรงเท่าไหร่ แต่เรื่องการเร่งความเร็วล่ะก็เทียบเท่าซูเปอร์คาร์เลยทีเดียว