ฟุตบอลไทยช่วงกลางสัปดาห์ลงสนามแข่งขันพร้อมกันกับนักเทควอนโดของไทยสองคน....
ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ต้องชื่นชมกับนักเทควอนโดทั้ง เป็นเอก การะเกตุ หนุ่มสุพรรณที่พลาดทองแดงอย่างเฉียดฉิว ขณะที่ ชนาธิป ซ้อนขำ เหรียญทองแดงโอลิมปิกเพิ่มให้นักกีฬาไทยอีกหนึ่งเหรียญและช่วงเช้ามืด แก้ว พงษ์ประยูร ทะลุตัดเชือกและมีสิทธิ์ลุ้นได้มากกว่าทองแดง ช่วงโอลิมปิกก็คงประมาณนี้ ไม่ค่อยได้หลับได้นอนเลยสำหรับผม
ส่วนฟุตบอลไทยที่อยู่ใกล้เป็นกิโลเมตรก็ยังดำเนินต่อไปนะครับ โดยผลแข่งช่วงกลางสัปดาห์ปรากฏออกมาเป็นสองเท่าทวีคูณ ในกลุ่มผู้นำเมื่อเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกเชือดอินทรีเพื่อนตำรวจในศึกดาร์บี้แมตช์โรงปูน 2-1 ขณะที่ชลบุรี เอฟซี เสมอเชียงราย นั่นทำให้สถานะการณ์ลุ้นแชมป์ห่าง....มากขึ้น
เมืองทองนำฉลามชล 12 แต้ม ผลต่างประตูได้เสียมากกว่าสองเท่า นั่นก็เลยทำให้การลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้เริ่มหมดสนุก ต้องไปลุ้นกลุ่มท้ายตารางแทนว่าจะออกมาแบบไหน เพราะเวลานี้มี 5 ทีมที่พัวพันกันท้ายตารางไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ, ปลาทูคะนอง, บีบีซียู, อินทรีเพื่อนตำรวจและทีทีเอ็ม เชียงใหม่ แต้มห่างกันระยะ 4 แต้ม โดยที่หนักสุดคือทีทีเอ็ม เชียงใหม่
โอกาสตกชั้นและอาจมีการเปลี่ยนชื่อทีมหรือย้ายถิ่นฐานไปจากเชียงใหม่มีไม่ใช่น้อยๆ อันนี้ต้องยอมรับไม่ได้เขียนแช่งนะครับ ถือว่าท้ายตารางสนุกและนับจากนี้ใครเจอทีมเหล่านี้รับประกันได้เลยว่าเหนื่อยและหืดจับ ถ้าไม่เนี้ยบกว่าจริงๆ รับรองได้ว่าชนะยาก ต้องลุ้นเหนื่อยและครับ
3 ทีมที่จะตกลงไปว่ามันแล้ว 3 ทีมที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมา มันกว่าหลายเท่ากับลีกรองอย่างยามาฮ่า ลีกวัน ที่อาจเป็นรองแค่ระดับ แต่ความมันเขาบอกว่าสนุกกว่าไทยพรีเมียร์ลีก
แม้ว่า..ราชบุรี เอฟซี รักษาบัลลังก์จ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น....แต่หากย่ามใจมีโอกาสลดช่องว่างได้เหมือนกันโดยเฉพาะเกมล่าสุด
"ช้างศึกยุทธหัตถี" โชว์ฟอร์มถล่มโคราชกลับขึ้นอันดับสองอีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญ ชัยชนะของสุพรรณเหมือนได้ 6 แต้ม เพราะราชบุรี ถล่มกระบี่ อีกหนึ่งทีมที่มีลุ้นเลื่อนชั้น เคยขึ้นจ่าฝูงและเกาะอันดับสองอยู่พักหนึ่ง เวลานี่กระบี่ฟอร์มตกลงไป....ทำให้การไล่ล่าโควต้าขึ้นชั้นไทยลีกสนุกเข้มข้น
แต้มระหว่างอันดับ 2 สุพรรณจนถึงอันดับ 6 แบงคอก ยูไนเต็ด ห่างแค่ 3 ทุกสัปดาห์ ทุกเกมอันดับเปลี่ยนตลอด พลิกไปพลิกมา ไม่ว่าจะเป็น ปตทระยอง, ศรีราชา เอฟซี, กระบี่ และแบงคอก ยูไนเต็ด
แฟนบอลไทยเลยพลอยสนุกไปกับมาตรฐานของยามาฮ่า ลีกวัน ที่ต้องยอมรับว่ามีทีมแกร่งมากถึง 10 ทีมและเล่นกันสูสีกันพอสมควร แพ้ชนะกันยาก อาจเคยชนะในบ้านแต่พอไปเยือนก็แพ้ได้ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่เกมในบ้าน หลายทีมเก็บแต้มได้เยอะ
อย่างศรีราชาเล่นในบ้านได้ 28 แต้ม มากกว่าราชบุรี 1 แต้ม เช่นเดียวกับสุพรรณเล่นในบ้านก็ 28 แต้ม นั่นก็ทำให้เกมในบ้านอาจเป็นปัจจัยชี้วัดด้วยส่วนหนึ่งว่าทีมไหนใกล้เป้าหมายของตัวเองมากกว่ากัน ดูแล้วลีกรองลุ้นสนุกและตื่นเต้นกว่าไทยลีกในซีซั่นนี้
อีกความตื่นเต้นหนึ่งของยามาฮา ลีกวันคือการพัฒนาบุคลกรของฟุตบอลอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารทีม, โค้ช,กระทั่งผู้ตัดสิน ถือว่านั่นคือส่วนหนึ่งในการเตรียมตัวเพื่อขึ้นชั้นมายังลีกสูงสุดอันเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ ยามาฮ่า ลีกวัน คือเวทีจำลองประสบการณ์ก่อนสู่เวทีใหญ่ ที่เน้นเป็นพิเศษคือบุคลากรด้านโค้ชกับผู้ตัดสิน
เราได้เห็นโค้ชที่เป็นอดีตนักเตะทีมชาติชื่อดังมากมายก่ายกองมาร่วมกันทำงาน พิสูจน์ฝีมือว่าเป็นนักเตะว่ายากแล้วเป็นโค้ชยากยิ่งกว่า เพราะมันคือการบริหารคน บริหารนักเตะ, บริหารผู้บริหารทีม, บริหารเจ้าหน้าที่...ทุกอย่างเป็นภาพมุมกว้างของโค้ชในการทำงาน
ลองสำรวจชื่อโค้ชในระดับ ยามาฮ่า ลีกวันดูสิครับ วรวุฒิ ศรีมะฆะ, สะสม พบประเสริฐ, ธชตะวัน ศรีปาน, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง.....แค่สี่ชื่อนี้ก็การันตีความสนุกในการวางแผนเล่นเกมต่อสู้กัน อดีตคือเพื่อนเล่นบอลด้วยกันทั้งสโมสรและทีมชาติ วันนี้ต้องมาอยู่คนละฝั่ง ทำงานเพื่อประโยชน์ของทีมตัวเอง
บอกตามตรงนะครับ...ว่าดีใจที่ได้เห็นอดีตนักบอลดังเหล่านี้มาทำงานในเส้นทางอาชีพที่ตัวเองถนัด ได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์กับสิ่งที่ตัวเองอยู่มาทั้งชีวิต ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำงานเพราะเห็นบอลดัง มีผลประโยชน์ก็เข้ามา ทั้งที่อาจรู้จักฟุตบอลแค่ไม่กี่ปี
ชื่นชมผลงานของบุคลากรเหล่านี้อยู่เบื้องหลังและผมก็ยังติดตามผลงานของพวกเขาอยู่เสมอ อยากเห็นความก้าวหน้าของพวกเขา ไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อนฝูงรู้จักกันมานานนับ 10 ปี แต่มันเป็นเพราะนี่คือเส้นทางชีวิต เส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับพวกเขา มันเกิดขึ้นได้เพราะบอลเริ่มเป็นอาชีพ
การที่อดีตฮีโรทีมชาติเหล่านี้มาเป็นโค้ช ผมยกให้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้บอลยามาฮ่า ลีกวัน สนุก ตื่นเต้น ในทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะกับปีนี้ที่ บุคลากรเหล่านี้ชุมนุมในลีกรอง เราก็เห็นผลงานที่แตกต่างไม่มาก สูสี คู่คี่ กันอย่างเข้มข้นเหลือเกินครับ
Jackie