
ศึกฟุตบอลเอไอเอสลีก โซนภาคเหนือ กลับมาลุ้นกันสนุกคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะตำแหน่ง ''แชมป์'' ที่ตอนแรกถูกคาดการณ์ว่า ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี จะคว้าไปแบบสบายๆ หลังจากจบเลกแรก ทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งหลายแต้ม แถมมีเกมตกค้างเหลืออีก 1 เกม แต่สถานการณ์ล่าสุดไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อฟอร์มของ เชียงใหม่ เอฟซี สะดุดหลายเกมในช่วง เลก 2 ทำให้ทีมอื่นๆ ทำแต้มไล่จี้มาติดๆ จนทำให้ตำแหน่งแชมป์โซนภาคเหนือที่ว่าแน่ๆ ตอนนี้กลับไม่แน่เสียแล้ว
นับตั้งแต่จบเกมนัดที่ 7 ของฤดูกาลที่ เชียงใหม่ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ อุทัยธานี ฟอเรสท์ 1-0 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.55 เชียงใหม่ เอฟซี ก็รั้งตำแหน่งจ่าฝูงมาได้ตลอดทุกสัปดาห์ หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในแต่ละเกม ทำสถิติไร้พ่ายในฤดูกาลแรก แต่ในเลกที่สองพวกเขาฟอร์มหลุดสะดุดขึ้นดอย ทำแต้มหล่นหายไปเป็นว่าเล่น และอันดับตารางคะแนนหลังจบเกมวันเสาร์ที่ ปากน้ำโพ เอาชนะ ตาก เอฟซี 3-1 พร้อมกับทำแต้มมาเท่ากับ เชียงใหม่ เอฟซี และประตูได้เสียดีกว่า ทำให้เชียงใหม่ เอฟซี หล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงเป็นครั้งแรกในรอบ 126 วัน ทำให้แฟนบอลเริ่มเป็นกังวลกับตำแหน่งแชมป์ของทีมในปีนี้
แต่ทัพนักเตะ พยัคฆ์ล้านนา ก็ไม่ยอมตกเป็นที่สอง รองจากใคร เพราะให้หลังเพียงแค่ 24 ชั่วโมง เชียงใหม่ เอฟซี ก็ลงสนามเปิดบ้านพบกับ น่าน เอฟซี ที่ต้องการเพียงแค่ 1 คะแนนก็จะกลับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเหมือนเดิม แต่เกมนี้พวกเขาหวังมากกว่านั้น
ที่น่าแปลกใจก็คือ เกมนี้ เชียงใหม่ เอฟซี ส่งนักเตะใหม่ที่พึ่งย้ายเข้ามาสู่ทีมและร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้ไม่ถึง 3 วันลงสนามเป็นตัวจริงถึง 3 ราย ประกอบไปด้วย วุฒิพันธ์ พันธะลี, พยุงศักดิ์ พันนรัตน์, วัชรพงษ์ คงช่วย ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงพอสมควร สำหรับ ชัยยง ขำเปี่ยม กุนซือคนเก่งของทีม
แต่ผลที่ออกมานั้นก็ถือว่าดีเกินคาด เพราะนักเตะใหม่ที่ถูกส่งลงสนามในเกมนี้ ก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีทุกราย รวมไปถึงนักเตะคนอื่นๆ ในเกมนี้ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่นักเตะ เชียงใหม่ เอฟซี แสดงให้เห็นในเกมนี้ ก่อนที่ เชียงใหม่ เอฟซี จะเปิดบ้านถล่มเอาชนะ น่าน เอฟซี ไปอย่างขาดลอย 6-0
เกมในสนาม 90 น. นั้นตกเป็นของ ''พยัคฆ์ล้านนา'' เกือบตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะเกมรุกที่หลายแมตช์ก่อนหน้านี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร และเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมทำแต้มหล่นหาย ก็มาระเบิดฟอร์มในเกมนี้ เริ่มที่ อนุชา ไชยวงค์ ที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้แถมยังจ่ายให้เพื่อนยิงอีก 1 ประตู ถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี ร่วมไปถึง อาริยู เซ็ค ที่ยิง 2 ประตูในเกมนี้เช่นกันก็เล่นได้อย่างดี โดยเฉพาะประตูนำ 2-0 ของ เชียงใหม่ เอฟซี ที่เจ้าตัวโชว์ความเหนือชั้นของกองหน้าทั้งการจับบอลลงและตักบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูทีมเยือน ถือเป็นลูกยิงที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้นักเตะในเกมรุกคนอื่นๆ ก็ประสานกับกับ 2 กองหน้าของทีมได้เป็นอย่างดี
ไม่ใช่ว่าจะเล่นดีเฉพาะกองหน้าอย่างเดียว แต่ทุกตำแหน่งของ เชียงใหม่ เอฟซี ในเกมนี้ก็เล่นได้ประทับใจแฟนบอลของตัวเอง ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า
6 ประตูที่ทีมทำได้ในเกมนี้ก็เหมือนเป็นการระบายความเครียดกับฟอร์มล่าสุดที่ทำแต้มหายไปหลายคะแนน จนมาระเบิดฟอร์มเอาในเกมนี้ ทำให้นักเตะเชียงใหม่ คลายความกดดันขึ้นเยอะ และน่าจะส่งผลกับฟอร์มการเล่นที่ดีแบบนี้ในเกมต่อๆ ไป
นอกเหนือจากนี้แฟนบอล เชียงใหม่ เอฟซี ก็คงจะเห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะใหม่ของทีม ที่ล่าสุดเสริมมาเพิ่ม 5 ราย และได้ลงสนามในเกมนี้ 4 ราย ซึ่งทุกคนก็เข้ามาเติมเต็มและแก้ใขส่วนต่างๆ ของทีมได้เป็นอย่างดี ดูแล้วทีม เชียงใหม่ เอฟซี ชุดนี้มีอนาคตมากเหลือเกิน สำหรับการลุ้นแชมป์ในเลกสองที่โอกาสของพวกเขาก็ยังมีมากกว่าคู่แข่ง ร่วมไปถึงการคว้าตั๋วไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง
บางที เชียงใหม่ เอฟซี อาจจะต้องขอบคุณช่วง ''ฟอร์มตก'' ของทีม ที่ทำให้สตาฟฟ์โค้ชและบอร์ดบริหารของทีมตัดสินใจเสริมเขี้ยวเล็บเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นผิดหูผิดตา และมีอาวุธเอาไว้ใช้งานมากขึ้นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะแบบถล่มทลายเหนือ น่าน เอฟซี 6-0 ในเกมนี้ไม่ใช่เกมแรกที่พวกเขายิงคู่แข่งแบบขาดลอย เพราะในเลกแรก พวกเขาก็เคยเอาชนะ เพชรบูรณ์ เอฟซี 6-0 เมื่อวันที่ 5 พ.ค.55 และเกมที่เหลือในเลกสอง ก่อนไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกนี้ แฟนบอลอาจได้เห็น เชียงใหม่ เอฟซี ถล่มประตูคู่แข่งแบบถล่มทลายเช่นนี้อีกก็เป็นได้
และนี้ก็คือสิ่งที่ กองทัพ ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี ได้ส่งสัญญาณเตือนบรรดา 11 ทีมคู่แข่งที่จะเข้ามาเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปลายปีนี้ ให้ระวังพวกเขาไว้ เพราะฟอร์มแบบนี้ ยากที่ใครจะมาต้านพวกเขาได้
คอลัมน์อื่น ๆ