แม้จะไม่ได้ ''เหรียญทอง'' โอลิมปิกเกมส์ แต่สำหรับ ''น้องเมย์'' รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวไทยวัย 17 ปี ได้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบ ''ฮีโร่'' กีฬาไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังกลั่นฟอร์มสุดยอดออกมาปราบคู่แข่งขันใน ''ลอนดอนเกมส์'' คนแล้วคนเล่า กระทั่งเข้ามาถึงรอบ 8 คนสุดท้าย แม้จะไม่สามารถฝ่าด่านผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่ผลงานการแข่งขัน และภาพที่ ''น้องเมย์'' ได้สวมหัวใจสิงห์ยืนหยัดสู้กับมือระดับโลกได้อย่างองอาจ ยังติดตาตรึงใจแฟนกีฬาชาวไทยไปทั้งประเทศ
เป็น
''สาวน้อยมหัศจรรย์'' ของวงการแบดมินตันโลก...
ความยิ่งใหญ่ที่เธอสร้างไว้ในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ จึงทำให้บรรยากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ่าย 3 โมง วันที่ 6 ส.ค. 55 คับคั่งไปด้วยผู้คนที่แห่ไปรอรับ
''น้องเมย์'' ไม่ต่างจาก
''ฮีโร่'' ที่คว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ คนอื่นๆ
แน่นอน วินาทีแรกที่ก้าวพ้นอาคารผู้โดยสารออกมายังบริเวณลานขาออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมย์ อาจจะประหม่า ชักเท้าหยุดก้าวไปสักพักใหญ่เพราะยังตกใจกับภาพผู้คนที่ไปรอรับอย่างคับคั่ง
แต่หลังจากรวบรวมสติได้แล้วก็เร่งฝีเท้าก้าวเข้ามาหาพ่อ
วินัสชัย อินทนนท์ กับ
แม่คำผัน สุวรรณษา พ่อและแม่ผู้ให้กำเนิด นอกจากมือจะยกขึ้นไหว้แล้ว น้ำตาแห่งความดีใจของทั้งลูกและพ่อแม่ก็หลั่งออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย
และที่จะลืมไม่ได้ก็คือการเข้าไหว้แม่บุญธรรม
นางกมลา ทองกร เจ้าของโรงเรียนสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด ผู้มีพระคุณหาที่สุดมิได้ในชีวิต
แม้จะถูกยกให้เป็น
''ฮีโร่'' คนใหม่ของวงการกีฬาไทย มีสื่อมวลชน ผู้คน ห้อมล้อมให้ความสนใจอย่างมาก แต่สำหรับ
''น้องเมย์'' แล้ว ทั้งชื่อเสียง และเกียรติยศที่ได้รับ ถือเป็นรางวัลตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกซ้อม แต่มิใช่สิ่งที่จะมาหลอกล่อให้หลงระเริงไปกับมัน
เพราะเส้นทางการแข่งขันกีฬาแบดมินของตัวเธอยังอีกยาวไกล...ความสำเร็จใน
''ลอนดอนเกมส์'' เป็นเพียงอีกหนึ่งขั้นบันไดให้ต้องก้าวข้ามขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า
ทั้งตำแหน่งมือ 1 โลก และเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์...