ว่ากันว่า วิธีการวัดศักยภาพของมนุษย์ที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การวิ่ง100เมตร!
ดังนั้นมยุษย์ที่ได้ชื่อว่าวิ่งเร็วที่สุดในโลก ถึงได้รับการยกย่องว่าเป็น "ยอดมนุษย์"มาทุกยุคทุกสมัย
เพราะฉะนั้นจึงต้องยอมรับกันว่า ยูเซน โบลท์ คือยอดคนแห่งยุคนี้ หลังจากที่พิสูจน์ให้ชาวโลกได้เห็นกันอีกครั้งว่า เขายังเป็นคนที่เร็วที่สุดในโลกอยู่เหมือนเดิม
เรียกว่าการวิ่ง100เมตรในโอลิมปิคหนนี้ ยังคงเป็นไฮไลท์ของการแข่งขันที่4ปีมีครั้งอยู่เหมือนเดิม และต้องบอกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างยิ่ง
ผมว่าการลุ้น100เมตรหนนี้ ดูตื่นเต้นกว่าหลายๆครั้งที่ผ่านมา เพราะบรรดานักวิ่งที่หลุดเข้ามาถึงรอบชิงฯได้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นประภทเจ้าลมกรดด้วยกันทั้งนั้น
และสาเหตุอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกว่าการชิงความเป็นคนที่เร็วที่สุดหนนี้ ดูมีสีสันมากขึ้น คือการสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ด้วยน้ำมือของคนที่เร็วที่สุดในโลกเอง
โบลท์คือคนที่เขียนบทเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยตัวของเขาเอง โดยเริ่มจากการที่เขาแพ้เพื่อนร่วมชาติมาตั้งแต่ในการคัดตัวทีมชาติ
เช่นเดียวกันกับในรอบคัดเลือก100เมตรหนนี้ ที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า โบลท์จงใจที่จะดึงเช็งเอาไว้ เพื่อให้ใครๆคิดว่า เขาอาจจะแพ้ก็ได้ในการชิงชัยคราวนี้
ดังนั้นการวิ่ง100เมตรในโอลิมปิคหนนี้ เปรียบไปก็เหมือนกับหนังเรื่องหนึ่ง ที่ค่อยๆมีการปูเรื่องให้คนดูอินกับหนังมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงจุดไคลแม็กซ์ในตอนสุดท้าย
และสุดท้ายพระเอกก็ยังคงเป็นโบลท์ ซึ่งใครๆก็คงจะคาดเดากันเอาไว้แล้วล่วงหน้า แต่เชื่อว่าหลายคนก็อาจจะหลงกลไปบ้างเหมือนกัน
หนังเรื่องนี้อาจจะจบไปแล้ว แต่เชื่อได้ว่าน่าจะต้องมีภาคต่อไปอีกอย่างแน่นอน!
No.10