''ดิไอส์แลนเดอร์'' ภูเก็ต เอฟซี ถือว่าเป็นทีมหนึ่งในศึกยามาฮ่า ลีก วัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสรค่อนข้างเยอะในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดยังไม่สามารถถีบตัวเองให้กลับคืนสู่ผลงานสุดวิเศษตามความคาดหวัง จบลงด้วยอันดับในพื้นที่ส่อเสี่ยงท้ายตาราง จนทำให้ในช่วงเลก 2 ภูเก็ต เอฟซี ปฏิวัติผ่าทีมอีกเพื่อเป้าหมายทวงบังลังก์และศักศรีดิ์ของทีมชาวเกาะให้กลับมาอีกครั้ง
ภูเก็ต เอฟซี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเค้าโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับปีแรกในศึกยามาฮ่า ลีก วัน มีโอกาสขึ้นไปลุ้นเลื่อนชั้นสู่ศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก แต่กลับสะดุดทำผลงานแผ่วปลายจนจบด้วยอันดับ 9 ของตารางการแข่งขัน
มาถึงฤดูกาล 2012 การออกสตาร์ตของทีมภูเก็ต เอฟซี กับผู้เล่นชุดเดิมที่นำโดย สุภัทร อ้นทอง, ปรมัตถ์ กรองบริสุทธิ์, วุฒิพงษ์ สิทธิธัญกิจ และ ถวิล บุตรสมบัติ กลับสร้างผลงานที่ระส่ำระสายไร้ทิศทาง ดิ่งลงไปอยู่ในอันดับพื้นที่โซนแดงส่อเสี่ยงต่อการตกชั้น โดย 12 นัดแรกของฤดูกาลพวกเค้าทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรขึ้น มีผลชนะ นครราชสีมา เอฟซี เพียงนัดเดียว นอกนั้นมีแต่เจ๊าและปราชัยทั้งสิ้น โดยเก็บคะแนนได้เพียง 9 แต้มเท่านั้น
สืบเนื่องจากผลงานในขณะนั้น ส่งผลกระทบถึงศรัทธาของแฟนคลับที่นับวันเริ่มถอยหนีจากทีมรัก ทีมบ้านเกิด เป็นปัญหาทางอ้อมที่กระทบมาใส่ ภูเก็ต เอฟซี แบบไม่คาดฝันมาก่อน
แต่แล้วแสงสว่างจากปลายอุโมงค์ในถ้ำของ ภูเก็ต เอฟซี ก็เจิดจ้าดูมีประกายอีกครั้ง เมื่อ ''ปมุข อัจฉริยะฉาย'' เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังก้องโลก เครือ ''ตะกะ กรุ๊ป'' กระโดดเข้ามาอุ้มทีม โดยมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนหวังให้ทีมชาวเกาะลืมตาอ้าปากทวงความยิ่งใหญ่ให้ได้ในอนาคต
หลังจากทีมงานบอร์ดบริหารชุดใหม่ นำโดย ปมุข อัจฉริยะฉาย บิ๊กบอสใหญ่ ก็ทำการปฏิวัติทีมยกใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับยกระดับสโมสรใหม่ทั้งหมด ไล่ไปตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการเปลี่ยนชื่อ ฉายา โลโก้ของสโมสรใหม่ทั้งหมด จนไปถึงเปลี่ยนถ่ายสายเลือดนักเตะครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณ 25-30 ล้านบาท
ซึ่งผลจากการปฏิวัติสโมสรครั้งใหม่ในรัง ''ดิไอส์แลนเดอร์'' ก็ทำให้สโมสรเริ่มมีผลงานที่ดีขึ้น เกิดคะแนน 5 นัดสุดท้ายไม่เลวร้ายนักคว้าได้ถึง 7 คะแนนจากการแข่งขัน 5 นัดสุดท้าย ก่อนที่จะปิดเลกแรกด้วยอันดับ 15 ของตารางการแข่งขัน เก็บได้เพียง 16 คะแนน
แต่ในความดีในช่วง 5 นัดสุดท้ายเลกแรก มันมีสิ่งที่น่าใจหายแฝงในค่าย ''ดิไอส์แลนเดอร์'' ภูเก็ต เอฟซี ซึ่งมันเกิดขึ้นหลังจากนัดที่ ภูเก็ต เอฟซี บุกไปเยือนค่าย ''พลังเพลิง'' ปตท.ระยอง ก่อนที่จะโดนคู่แข่งถล่มชนิดไม่ไว้หน้า 0-6 ส่งผลให้ ''มิลอส โจซิค'' กุนซือชาวเซอร์เบีย แสดงสปิริตด้วยการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมทันที
ด้วยผลงานและการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายในทีมทำให้ ปมุข อัจฉริยะฉาย บอสใหญ่ ภูเก็ต เอฟซี ต้องรวมหัวกับทีมงานอีกครั้งสำหรับการเตรียมทีมในเลกที่ 2 โดยดึง ''โค้ชน้อย'' รณงค์ อาจารยุตต์ อดีตนักเตะทีมชาติไทย ขึ้นมานั่งเก้าอี้กุนซือ พร้อมกับนักเตะที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งอีก 7 คน ซึ่งประกอบด้วย ยุทธนา จงนอก จากสุพรรณบุรี เอฟซี, โรล็อง วาร์กัส จาก ปตท.ระยอง กัมพล ปฐมอรรถฆ์กุล, วันใหม่ เศราษฐนันท์ จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, นนทพันธ์ เจียรสถาวงศ์, นวพล ตันตระเสนีย์ จาก อีสาน ยูไนเต็ด และ ชุน ชอน โบอาส จาก พัทลุง เอฟซี
โดยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดสร้างมิติใหม่ให้กับ ภูเก็ต เอฟซี โดยมีจุดมุ่งหมายรั้งอยู่ในศึกยามาฮ่า ลีก วัน ให้ได้ในฤดูกาลนี้ ก่อนที่จะต่อยอดสู่ความยิ่งใหญ่ของทีมชาวเกาะในศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ใน 2 ปีข้างหน้า
ก็ต้องรอดูกันต่อไปสำหรับทีมภูเก็ต เอฟซี หรือฉายา ''ดิไอส์แลนเดอร์'' กับอนคตในวันข้างหน้า การลงทุนและการเปลี่ยนแปลงที่อลังการของทีมงานฟุตบอลชาวเกาะ อาจจะประสบความสำเร็จในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้
