เมื่อ 28 วันก่อน แอนดี้ มาร์รี่ย์ ได้รับความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส เดินออกจากเซนเตอร์ คอร์ต วิมเบิลดันในฐานะรองแชมป์ด้วยน้ำตานองใบหน้า ตอนนี้เขามีโอกาสอีกครั้งที่จะเคลียร์บัญชีแค้นเมื่อได้เผชิญหน้ากับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คนเดิม ที่คอร์ตเดิม แต่เป็นรอบชิงโอลิมปิกในวันอาทิตย์
ความคับแค้นใจของมาร์รี่ย์ที่ต้องปราชัยแก่เฟเดอเรอร์ในรอบชิงวิมเบิลดัน อาจจะบั่นทอนสภาพจิตใจของมืออันดับสี่โลกไปไม่น้อย แต่เขาก็ได้โชว์ให้เห็นว่าเป็นมืออาชีพเพียงพอที่จะฟื้นตัวเองและกลับมาผงาดได้อีกครั้งในออล อิงแลนด์ คลับ สังเวียนจัดการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ 2012
นักหวดบริติชสตาร์เล่นได้อย่างครบเครื่อง และเหนียวแน่นตลอดทั้งสัปดาห์สามารถล้ม โนวัค โจโควิช มืออันดับสองของโลกชาวเซอร์เบีย 7-5, 7-5 ในวันศุกร์ที่ผ่านมา และนี่อาจจะเป็นการส่งสัญญาณถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขากำลังจะเกิดขึ้นก็ได้
''ผมจะพยายามเอาชนะให้ได้ แต่มันไม่ใช่การแก้แค้นหรอกนะ'' มาร์รี่ย์กล่าว ''ถ้าคุณถามผมก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม ผมอาจจะตอบว่าการเป็นแชมป์วิมเบิลดัน หรือแกรนด์สแลมสักรายการคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักเทนนิสอาชีพคนหนึ่ง''
''แต่ในความเป็นกีฬาแล้ว เหรียญทองโอลิมปิกคือสิ่งยิ่งใหญ่สุดของนักกีฬาทุกคน และทุกคนก็เข้าใจว่าเหรียญทองนั้นมีความหมายเพียงใด หลังจากที่ผมประจักษ์กับตัวเองแล้วในคืนนี้ ก็คงต้องบอกว่ายังมีสิ่งอื่นนอกเหนือจากในเทนนิสที่ต้องไขว่คว้า''
ทั้งมาร์รี่ย์และเฟเดอเรอร์ผลัดกันแพ้และชนะคนละเท่ากันจากทั้งหมด 16 ครั้งที่พบกันในอาชีพ แต่ว่าแชมป์ 17 แกรนด์สแลมชาวสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นผู้ชนะในทุกๆ เมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ที่เจอกัน
เฟเดอเรอร์ชนะมาร์รี่ย์ในรอบชิงยูเอส โอเพ่น 2008, ออสเตรเลียน โอเพ่น 2010 และล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วในวิมเบิลดัน 2012 ทำให้รอบชิงในวันอาทิตย์นี้ เฟเดอเรอร์ย่อมเป็นต่อ
''เขายังไม่เคยเล่นแมตช์เพื่อเหรียญทองเดี่ยวมาก่อน ในขณะที่การพบกันของเราที่ผ่านมาเขาใช้ประสบการณ์ในสถานการณ์ที่มีมากกว่าผมเป็นข้อได้เปรียบ'' มาร์รี่ย์กล่าว ''ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้จึงนับเป็นของใหม่สำหรับเขาเพราะเขาประสบความสำเร็จในเทนนิสมาอย่างมากมาย ผมก็หวังว่าความเท่าเทียมของเราขณะนี้มีมากขึ้น แต่ผมรู้ว่ามันจะเป็นศึกที่หนัก และแน่นอนว่าผมต้องเล่นเทนนิสที่สุดยอดเท่านั้นจึงจะเป็นผู้ชนะ''
เฟเดอเรอร์ผิดหวังในการเข้าชิงเดี่ยวโอลิมปิกมาแล้วสามครั้ง ดังนั้นการเอาชนะฮวน มาร์ติน เดล โปโตร ชาวอาร์เจนตินาได้ 3-6, 7-6 (7-5), 19-17 ในวันศุกร์จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำสำหรับเขาเลยทีเดียว เพราะเมื่อ 12 ปีก่อนในซิดนีย์ เกมส์ปี 2000 เขาพ่ายแพ้ในรอบเดียวกันนี้ให้แก่ ทอมมี่ ฮาส ชาวเยอรมัน
เฟเดอเรอร์ประสบความสำเร็จสูงสุดในเทนนิสชายที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ และตอนนี้ความสำเร็จของเขาได้ต่อยอดเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยที่สุดก็ได้เหรียญเงินแน่นอนแล้วให้แก่ตัวเองและประเทศบ้านเกิด ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นความรู้สึกที่ดีเท่าเทียมกับการได้แชมป์แกรนด์สแลมเลยทีเดียว
''ในที่สุดผมก็ได้เหรียญโอลิมปิกประเภทเดี่ยวแล้ว'' มือหนึ่งโลกกล่าวหลังจากเอาชนะเดล โปโตรในเวลาสี่ชั่วโมง 26 นาที เป็นแมตช์ที่ได้รับการบันทึกว่ายาวนานที่สุดในยุคโอเพ่นสำหรับการแข่งขัน 2 ใน 3 เซต
''มันเป็นเวลาที่ยาวนานมากนับแต่ที่ผมแพ้แก่ ทอมมี่ ฮาส เมื่อ 12 ปีก่อน และยังแพ้ในการแย่งเหรียญทองแดงด้วย (แพ้ อาร์โนด์ ดิ ปาสกาล ชาวฝรั่งเศส) สำหรับผมมันความพลิกผันสิ้นเชิงเลยทีเดียว ผมดีใจที่ผลงานรุดหน้าขึ้น และได้เหรียญแน่ๆ แล้ว รวมถึงมีโอกาสที่จะได้เหรียญทองด้วย''
''สำหรับผมแล้วมันมีคุณค่าเสมอกับรอบชิงแกรนด์สแลม ความตื้นตันใจอารมณ์และความรู้สึกไม่ได้แตกต่างจากการเป็นผู้ชนะแกรนด์สแลม ตอนจบรู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย ผมตระหนักดีว่ามันเป็นเหรียญแรกของสวิตเซอร์แลนด์ในโอลิมปิก ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้ผมต้องสู้สุดฝีมือ''
เชื่อว่าเฟเดอเรอร์คงไม่พึงพอใจกับเพียงแค่เหรียญเงินเท่านั้น เขาเตรียมพร้อมตัวเองเพื่อทั้งวิมเบิลดันและโอลิมปิกโดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้นคงไม่เดินทางมาปักหลักที่ลอนดอนเป็นเวลา 5 สัปดาห์เข้าไปแล้ว และตอนนี้เขาต้องการชัยชนะอีกเพียงแมตช์เดียว เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดอยู่หนึ่งเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้
''ผมอยากเล่นกับแอนดี้ มันคงจะเป็นแมตช์ที่ยอดเยี่ยมมาก'' เขากล่าว ''ผมมีประสบการณ์และสถิติที่นี่วิมเบิลดัน ซึ่งก็หวังว่ามันจะช่วยให้ผมผ่านศึกนี้ไปได้'' หากเฟเดอเรอร์เป็นผู้พิชิตเหรียญทอง ก็คงจะทำให้การฉลองครบรอบวันเกิดปีที่ 31 ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ของเขามีความพิเศษมากยิ่งขึ้น
เฟเดอเรอร์ได้เก๋า,มาร์รี่ย์เหนือที่แรงเชียร์
แมตช์ชิงชายเดี่ยวเทนนิสโอลิมปิกในวันอาทิตย์นี้ระหว่างเฟเดอเรอร์กับมาร์รี่ย์ เป็นการเผชิญหน้ากันของแชมเปี้ยนวิมเบิลดันและแชมป์แกรนด์สแลมผู้ยิ่งใหญ่กับผู้เล่นความหวังหนึ่งเดียวในเทนนิสชายของชาวบริเตนทั้งชาติ
คู่แข่งของมาร์รี่ย์นั้นมีสถิติการเล่นที่สุดยอดในรอบชิงเซนเตอร์ คอร์ต วิมเบิลดันถึง 7/8 ในขณะมาร์รี่ย์เป็นตรงกันข้ามที่ 0/1
ตอนปี 2001 เมื่อครั้งเฟเดอเรอร์ยังเป็นดาวรุ่ง เขาเป็นผู้พลิกล็อกใหญ่ล้ม พีท แซมพราส แชมป์เจ็ดสมัยในออล อิงแลนด์ คลับ จากนั้นในปี 2003 นักหวดสวิตเซอร์แลนด์ได้ครองแชมป์เมเจอร์แรกของชีวิตที่วิมเบิลดัน และได้ครองต่อเนื่องในรายการเดียวกันนี้ 5 ปีซ้อนขณะที่ได้ครองรวมกันทั้งหมด 7 ครั้ง
ปี 2009 เฟเดอเรอร์ชนะเลิศแกรนด์สแลมสูงสุดเป็นสถิติใหม่ของเทนนิส 15 รายการก็ที่วิมเบิลดันอีกนั่นแล และอีกสามปีให้หลัง เขาก็ชนะวิมเบิลดันได้เท่ากับสถิติสูงสุดเจ็ดครั้งของ พีท แซมพราส ด้วยการเอาชนะมาร์รี่ย์เมื่อเดือนที่แล้วในรอบชิง
ขณะที่เกียรติประวัติและผลงานของมาร์รี่ย์ในอาชีพนี้ เรียกว่าเทียบกันไม่ได้เลยกับโรเจอร์ เพราะหนุ่มบริติชยังไม่เคยเป็นผู้ชนะเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์มาก่อนจากความพยายาม 27 ครั้ง เขาแพ้รอบชิงเมเจอร์สี่ครั้ง ในจำนวนนี้แพ้แก่เฟเดอเรอร์คนเดียวสามครั้ง และสำหรับวันอาทิตย์นี้จะเป็นการลงเล่นนัดชิงครั้งที่สองในเซนเตอร์ คอร์ตของเขา หากแต่คราวนี้เป็นเหรียญโอลิมปิก
หลายปีมานี้มาร์รี่ย์ต้องแบกรับความคาดหวังของชาวสหราชอาณาจักรอันหนักอึ้งเอาไว้บนบ่า ไม่มีใครรับรู้แรงกดดันอันนี้ได้ดีไปกว่าตัวเขาสำหรับภารกิจอันนี้ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ นักเทนนิสชายบริติชคนสุดท้ายที่ชนะเลิศแกรนด์ สแลมคือ เฟร็ด เพอร์รี่ย์ ที่ชนะทั้งวิมเบิลดัน และยูเอส โอเพ่นในปี 1936
ในขณะที่อัตราต่อรองมองว่ามาร์รี่ย์เป็นรองเมื่อพิจารณาจากผลงานและประสบการณ์เฉพาะตัว แต่ในเรื่องของขวัญกำลังใจและแรงเชียร์แล้ว ชาวอังกฤษแม้จะรักเฟเดอเรอร์ แต่พวกเขาก็ต้องเลือกคนของตัวเองเอาไว้ก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเดือนที่แล้วมาร์รี่ย์เข้าใกล้ที่จะทำให้ชาวบริเตนสมหวังมากที่สุดแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้นำเอาประสบการณ์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาใช้ต่อสู้ใหม่ ด้วยความหวังว่าเทนนิสเป็นลูกกลมๆ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้
โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป็นต่อที่จะเป็นพิชิตเหรียญทองโอลิมปิก แต่ แอนดี้ มาร์รี่ย์ มีแรงผลักดันจากกองเชียร์ที่จะให้เขาสร้างเกียรติยศในโอลิมปิกใครจะเหนือกว่าใคร ไพร่หรืออำมาตย์ก็ไม่อาจรู้ได้ นอกจากพระเจ้าเท่านั้น