คอลัมน์ : คลุกวงในบอลไทย โดย.. ปูเป้
Next Generation
04/08/2012 9:44:51 น.


     ตามธรรมเนียมครับ วันเสาร์อย่างนี้ผมรับปากไว้ว่าจะพยายามหาเรื่องที่มีประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน และอนาคตของวงการฟุตบอลบ้านเรามาเขียน



        อย่างที่เขียนไปหลายครั้งว่าหากเราอยากจะไปฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลโอลิมปิกรอบสุดท้าย ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ไม่ใช่หวังกัน 4 ปีข้างหน้าจบบอลโลกทีก็หวังกันที จบโอลิมปิกทีก็หวังกันที ระยะเวลามันสั้นไป ต้องตั้งเป้าหมายไว้ไกลๆแล้ว เพราะหากหวัง 4 ปีข้างเราเป็นไปได้ยากถึงยากที่สุด นอกจากจะฟลุกจริงๆ เท่านั้นเพราะทุกชาติในเอเชียที่จะแย่งโควตาไปเล่นเกมระดับโลก เขาเตรียมตัวมามากกว่า 4 ปี (เตรียมตัวนะครับไม่ใช่เตรียมทีม) ซึ่งการเตรียมตัวนี่มีปัจจัยเยอะแยะมากมาย ซึ่งต้องเตรียมทั้งโครงสร้างในระยะยาว เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะหวังต้องหวังไปที่ 20 ปีข้างหน้า หรือ 10 ปีเป็นอย่างน้อย

 

        ถ้า 20 ปีเราต้องเริ่มสร้างนักเตะอายุไม่เกิน 3 ขวบ เพราะอีก 20 ปีข้างหน้าจะ 23 เล่นโอลิมปิกได้และฉกรรจ์พอที่จะเล่นทีมชาติชุดใหญ่ หรือหากเราจะหวังระยะ 10 ปี วันนี้ต้องมองไปที่นักเตะอายุไม่เกิน 12 ปีทั้งประเทศ

 

        บังเอิญเดือนที่ผ่านมา เยาวชนทีมชาติไทยอายุไม่เกิน 12 และ 13 ปี 2 ชุดมีโปรแกรมไปแข่งขันรายการไซตามะ คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่นและรายการเคียงจู คัพ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ทั้ง 2 ชุดมี ''โค้ชหลอ'' สมศักดิ์ เซ็นเชาวนิช เป็นกุนซือวิ่งผลัดคุมทั้ง 2 ทีม รายการแรกเด็กไทยได้อันดับ 4 ขณะที่รายการที่เกาหลีเราตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

        หากมองที่ผลงานถือว่าไม่เลวนัก แต่อย่าลืมว่าเราไปในนามทีมชาติคัดผู้เล่นรุ่นนี้ที่ดีที่สุดไปเตะ แต่คู่ต่อสู้ส่วนใหญ่จะเป็นสโมสรอย่างไซตามะ คัพ ส่วนมากเป็นทีมอำเภอและจังหวัดในญี่ปุ่น มีทีมชาติมาเลเซีย, ฮาวาย และ อินชอน จากเกาหลีใต้มาแจม รายการเคียงจู ก็มีทีมคาชิม่า แอนท์เลอร์ส จากญี่ปุ่น, กว่างโจวจากจีน และ ลา กอรุนญ่า จากสเปน ส่วนของไทยใช้ทีมชาติไทย

 

        สิ่งที่น้องๆทีมงานฟุตบอลสยามทีวีไปทำข่าวทั้ง 2 รายการแล้วกลับมารายงานให้ทราบก็คือ ความแตกต่างระหว่างเด็กไทยกับเด็กต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็คือ เด็กไทยแข็งแรง วิ่งเร็ว เล่นเกมเก่งเพราะชำนาญมาจากบอลนักเรียนบ้านเราซึ่งแข่งแทบจะทุกวัน ส่วนญี่ปุ่นเน้นระบบการเล่น, เบสิก ซึ่งเหมือนกับทีมชาติชุดใหญ่เป๊ะๆ สามารถต่อยอดไปในอนาคตได้เลย

 

        อีกสิ่งที่เด็กไทยเหนือกว่าชาติอื่นก็คือความเก๋า เด็กญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้แต่สู้ในเกม เด็กไทยเจอกรรมการเป่าเข้าข้างล้อมกรอบโวยจะเอาเรื่องกรรมการ พอคุมอารมณ์ไม่ได้ กองหลังตัวหนึ่งก็สั่ง ''เตะแม่งเลย''...นี่คือเด็กอายุ 12 ปีไทยแลนด์นะครับ

 

        นี่คือสิ่งที่เราต้องสร้างทัศนคติใหม่กันอย่างเร่งด่วนเลย ปล่อยให้เด็ก 12 ปีเป็นอย่างนี้ โตขึ้นมาก็จะเหมือนที่เราเห็นๆ ในวงการฟุตบอลบ้านเรานั่นแหละ โค้ชฟุตบอลเด็กสำคัญมากนะครับ สำคัญกว่าโค้ชชุดใหญ่อีกเพราะเป็นคนสอนเขียน ก.ไก่ ข.ไข่ หากเบสิกดีก็ต่อยอดไปได้ นอกจากจะต้องมีไลเซนส์แล้วต้องสอนวิธีคิด คุณธรรม จริยธรรม ให้กับเด็กๆได้ด้วย

 

        เด็กอายุ 10 ขวบ 11 ขวบในประเทศไทยมีเก่งๆ เยอะนะครับ ประสบการณ์ที่ทำข่าวฟุตบอลมาร่วม 20 ปี ผมเห็นเด็กอยู่ 2-3 คน ที่มีแววคล้ายพวก ธีรศิลป์, กวิน อะไรพวกนี้ เป็นลูกนักบอลเก่า

 

        คนหนึ่งชื่อ "เจ้าก็อด" เป็นลูกชายของอดีตกองหลังทหารอากาศ สามารถ บุมี เด็กบ้าอะไร ตัวท้วมๆอวบๆ ทรงเหมือน พอล แกสคอยน์ หรือ เวย์น รูนี่ย์ แต่พรสวรรค์เหลือล้น ตอนอายุ 6 ขวบเลี้ยงหลบรุ่นพี่อายุ 8-9 ปีได้ทีละ 4-5 คน ชีวิตเลยต้องแบกน้ำหนักเล่น เล่นกับรุ่นพี่อายุมากกว่าทุกรายการ ตอนนี้น่าจะสัก 10 ขวบได้แล้ว

 

        อีกคนชื่อ "เจ้าวิน" พัสกร เบี้ยวทุ่งน้อย ลูกชายของ นิพนธ์ เบี้ยวทุ่งน้อย นักเตะเก่าทอ.เหมือนกัน หมอนี่ติดทีม 13 ปีเคียงจูคัพและได้นักเตะยอดเยี่ยม ต่างชาติชื่นชมกันเป็นแถว ตัวเล็กนิดเดียวแต่เซนส์บอลสุดยอดทั้งจ่ายบอล ทำทางให้เพื่อนยิงประตู โดยเฉพาะฟรีคิกเป็นทีเด็ด

 

        เด็กๆเหล่านี้พวกเขาไม่ใช่ฟลุกขึ้นมาเก่งนะครับ นอกจากพรสวรรค์แล้วเพราะการได้อยู่กับพ่อที่เป็นนักบอลคลุกคลีตีโมงกับสนามฟุตบอลมาทั้งชีวิต เหมือน "เจ้ามุ้ย" ลูกจ่าประสิทธิ์ แห่งทอ.,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลูกไพโรจน์ พ่วงจันทร์ หรือ "เจ้าไฟฟ์" คุณาวุธ มาเพิ่ม ลูก ส่งเสริม มาเพิ่ม ที่ติดเยาวชนทีมชาติทั้งนั้น
 


        ผมอยากเห็นเด็กๆ เหล่านี้มีเลือดนักสู้ มีสัญชาตญาณนักฟุตบอลแบบพ่อ แต่มีความสามารถแบบนักเตะรุ่นใหม่ และมีทัศนคติด้านฟุตบอลแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แบบรุ่นพ่อที่เตะแหลกแล้วแหกค่าย เพราะถ้าเป็นแบบพ่อก็ได้เล่นแค่บอลเดินสายเท่านั้น 
 


        วันนี้ความสามารถของเด็กๆเหล่านี้พร้อมแล้วครับ...รอใครสักคนที่จะเอาพวกเขาไปปั้น แล้วใส่สมองใหม่เข้าไปให้ ใส่วิธีคิดแบบเด็กญี่ปุ่น เด็กเกาหลี ผมเชื่อว่า ฝีเท้าไทย หัวใจไทย ใส่สมองยุ่น เราไปบอลโลกได้ครับ

     
                                                                         ปูเป้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ปูเป้

จำนวนเรื่อง : 402
All post : 1,979
All view : 2,404,168
คอลัมน์ คลุกวงในบอลไทย
เลิกฝันเหอะ!!
ปูเป้
เลิกฝันเหอะ!!

View : 4,884 Post : 6
บ้าหอบฟาง
ปูเป้
บ้าหอบฟาง

View : 2,893 Post : 1
ตลาดบอลไทย
ปูเป้
ตลาดบอลไทย

View : 3,281 Post : 6
ลีกเดียวในโลก
ปูเป้
ลีกเดียวในโลก

View : 6,180 Post : 4

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263