บอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีกยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงนี้มี ''โอลิมปิก'' ที่ลอนดอนมาเสริมให้แฟนกีฬาชาวไทยได้ติดตามลุ้น
โดยเฉพาะทีมยกน้ำหนักได้ 1 เหรียญเงินถือว่าเป็นไปตามเป้าที่วางเอาไว้ เพราะส่งไป 4 คนแล้วได้เหรียญสำคัญกลับมา ซึ่งถือว่าไม่ง่าย เนื่องจากนักกีฬาจากจีน, เกาหลีเหนือ, ยุโรปตะวันออกนั้นแข็งแกร่งจริงๆ โดยเฉพาะในรุ่นของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว เจ้าของเหรียญรางวัลแรกของนักกีฬาไทยในลอนดอนครั้งนี้ น้องแต้ว ทำให้คนไทยได้ชื่นใจกันไปแล้วท่ามกลางความหวังอันน้อยนิดของ 37 นักกีฬาในโอลิมปิก
สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของชาวโอลิมปิก และทุกคนต้องยึดมั่นคือ ม็อตโต้ของ โอลิมปิกซึ่งเป็นพื้นฐานของกีฬาทุกประเภทแหละครับ นั่นคือเน้นการมีส่วนร่วม...ชัยชนะมาทีหลัง แม้ว่าแต่ละชาติมุ่งมั่นถึงชัยชนะมาก่อน แต่หมายถึงต้องสู้กันอย่างขาวสะอาด ปราศจากกลโกงใดๆ
โอลิมปิกสากลพยายามอย่างยิ่งที่จะกำจัดนักกีฬาที่ชอบเล่นนอกกติกา เพราะหากไม่ทำมันจะเป็นค่านิยมที่ผิดๆ และถือว่ากีฬาไม่ได้ช่วยพัฒนาจิตใจมนุษย์เลย ความสวยงามของการแข่งขันกีฬาอยู่ที่เล่นในกฎ กติกา มีมารยาท แพ้ยอมรับว่าแพ้ ชนะก็เป็นผู้ชนะที่ผู้แพ้ยอมรับยกนิ้วให้
ดังนั้นเราจะเห็นข่าวที่โอลิมปิกดำเนินการลงดาบ และสั่งฟันนักกีฬาที่เล่นไม่อยู่ในกฎ กติกา มารยาท เหมือนครั้งล่าสุดที่ทีมแบดฯ คู่หญิงของจีน, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย ที่เข้ารอบไปแล้วแต่เล่นเพื่อให้แพ้ในเกม เพราะจะได้ไปเจอคู่แข่งที่ไม่หินมากนักในรอบต่อไป
ข้อนี้ก็ถกเถียงกันพอสมควร...ว่าเป็นเพราะกติกาในการเข้ารอบของแบดมินตันครั้งนี้ถูกวิจารณ์ว่า ทำไมต้องมีรอบแบ่งกลุ่ม...เพราะเมื่อสองทีมที่ชนะมาแล้วพบกัน เข้ารอบไปแล้วก็จะเล่นแบบดึงๆ ไม่เต็มที่ ข้อนี้ทางโอลิมปิกก็ยืนยันว่า กีฬาแข่งเพื่อเข้าร่วมและเน้นสปริตของการแข่งขัน อย่ามาเฉไฉ และเบี่ยงประเด็น
เป็นนักกีฬาลงสนามแล้วต้องเต็มที่...ซึ่งผลพวงที่เกิดขึ้นทำให้นักแบดมินตันที่เกี่ยวข้องโดนปรับแพ้ออกจากการแข่งขัน ด้วยเหตุผลสำคัญคือ
"เล่นไม่เต็มที่ ไม่มีสปิริต"
ผมเขียนถึงเรื่องนี้เพื่อย้อนมายังวงการฟุตบอลบ้านเราซึ่งกำลังเดินหน้าสู่ความเป็นมืออาชีพ และต้องเดินหน้าไปพร้อมๆกันกับ
"สปิริตแห่งเกมกีฬา" รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ข้อนี้มันก็มีอยู่ในหน้ากระดาษเป็นม็อตโต้ที่สวยงาม เป็นปรัชญาที่นักกีฬา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาทราบดี ทว่า..ในแง่ปฏิบัติมันก็ยากที่สุดแหละครับ
มันเป็นเรื่องเชิงนามธรรมที่ใครไม่โดนกับตัวก็คงไม่ทราบ ต้องให้โดนกับตัวเองจึงจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร...แน่นอนครับ มันทำใจยอมรับยาก ให้อภัยยากหากผลแข่งขันทำให้เราแพ้อย่างไม่ยุติธรรม...เช่น ผู้ตัดสินให้ใบแดงผิด...เป่าจุดโทษผิด การประท้วง...การวอล์กเอาต์ เกิดขึ้นตลอดเวลา...การรุมทำร้ายผู้ตัดสิน
ข่าวที่ปรากฏออกมาแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เราย้อนกลับมาคิดว่าสิ่งที่เป็นปรัชญาสวยงามของเกมกีฬานั้นมันไม่มีอยู่จริงๆแล้วหรือ
ถ้าดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องบอกว่ามันยังมีอยู่นะครับ เพียงแต่เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นหลายๆเหตุการณ์ มันก็สะท้อนให้เห็นว่า เราคงต้องช่วยกันปลุกจิตสำนึก กระตุ้นให้ทัศนคติของคนในวงการฟุตบอลตระหนักให้มากๆว่า ถ้าไม่ช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ หรือให้มีอยู่จริงๆ อีกหน่อยบอลอาชีพก็คงอยู่ได้ไม่นาน
หากเราเปรียบเทียบวงการฟุตบอลอาชีพที่ยุโรปคงพอมองเห็นนะครับว่า พวกเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะกำจัด และลบภาพเลวร้ายในวงการฟุตบอลให้ได้ทันที ต้องมีข้อสรุป ไม่ว่าจะเป็นผู้ตัดสินถูกจ้างวานให้ทำหน้าที่ผิดพลาดในฟุตบอลอิตาลี...นักบอลรับเงินล้มบอล...ซึ่งเกิดขึ้นประปราย
พอมีการประโคมข่าว..ตำรวจเข้าไปช่วยตรวจสอบ ก่อนได้ความกระจ่าง และหาคนผิดมาลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง แถมยังเป็นการกระตุกเตือนว่าอย่ามาทำล้อเล่นกับวงการฟุตบอล คนที่คิดเล่นนอกกติกาจะไม่มีที่ยืนอยู่ในสังคมนี้
ผมมองว่าในช่วงเริ่มต้นบอลอาชีพในบ้านเรามันยังคงขลุกขลักแหละครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันใหม่หมด...เราก้าวจากมือสมัครเล่นสู่ความเป็นมืออาชีพ มันยังต้องใช้กระบวนการสร้าง เพาะบ่ม เหมือนกรุงโรมแหละครับ สร้างวันเดียว ปีเดียว เสร็จที่ไหน
ดังนั้นเราก็ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกในการเป็นชาวกีฬา ชาวฟุตบอลที่ดี เพราะผลประโยชน์ทั้งหลายมันก็ตกกับวงการฟุตบอลทุกคน สังคมฟุตบอลแห่งนี้ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง
ม็อตโต้ที่สวยงามในหน้ากระดาษอย่าง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อาจไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ในทางปฏิบัติ แต่หากเราช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่ต้องถึง 100 แต่ขอให้มันเกิน 60-70 % ขึ้นไปนั่นก็ช่วยทำให้วงการยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีเกียรติ และศักดิ์ศรี
มีคุณค่าของความสวยงามในการแข่งขัน เหมือนโอลิมปิกที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปีเพราะพวกเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษา และดำรงไว้ซึ่งปรัชญาอันสวยงาม
"เน้นการมีส่วนร่วม และสปิริตแห่งเกมกีฬา"
การประกาศตัดทีมแบดมินตันจีน, เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ที่เล่นไม่เต็มที่ เพื่อหวังเข้ารอบ น่าจะเป็นบทบัญญัติให้ชาวกีฬาทั่วโลกทราบว่า ท้ายที่สุดแล้ว ควรเล่นอย่างเต็มที่ ในกฎ กติกา มารยาท ผลที่ได้มันไม่ใช่การค้นหาผู้ชนะ หรือต้องการประณามผู้แพ้ว่าไม่เก่ง
หากแต่มันคือการแข่งขันที่ต้องสู้กันเต็มที่...ชนะอย่างเต็มที่ แพ้อย่างเต็มที่ ภายใต้กฎ กติกา มารยาท สิ่งนี้จะทำให้กีฬาคงอยู่คู่โลกต่อไป....อีกนานเท่านาน
Jackie