
กีฬามวยสากลสมัครเล่นไม่ว่าจะเป็นกี่ยุค กี่สมัย ถือว่าเป็นความหวังของคนไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่ สมรักษ์ คำสิงห์ ไปสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาครองเป็นครั้งแรกที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1996 นับจากนั้นทีมกำปั้นไทยก็สานต่อความสำเร็จมาได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น วิจารณ์ พลฤทธิ์ ในโอลิมปิกปี 2000 ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย, มนัส บุญจำนงค์ โอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และมาถึง สมจิตร จงจอหอ ในศึกปักกิ่งเกมส์ 2008
ทั้งหมดได้สานต่อความสำเร็จมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สำหรับ โอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นความท้าทายว่าทีมกำปั้นไทยจะก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกครั้งได้หรือไม่ แม้ว่าหลายๆ คนอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เนื่องจากว่าทีมกำปั้นชุดนี้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพียงแค่ 3 รายเท่านั้น คือ แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี และ สายลม อาดี
แน่นอนว่าเมื่อได้โควตาน้อยอัตราส่วนที่จะไขว่คว้าความสำเร็จก็มีน้อยตามไปด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะหมดโอกาสไปซะทีเดียวทีมชุดนี้ได้เก็บตัวฝึกซ้อมยาวนานก่อนจะไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองแมนเชสเตอร์ ในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่หนาวเย็น และช่วงเวลาที่ต่างกับไทยถึง 6 ชั่วโมง
การจับสลากแบ่งสายออกมาของนักชกไทยทั้ง 3 คน แก้ว ดูเหมือนว่าเส้นทางจะไม่ยากเย็นมากนักเจอกับ แอลจีเรีย ในรอบแรก ส่วนรายของ ฉัตร์ชัย พบกับ ตุรกี ที่ดูแล้วกระดูกยังไม่แกร่งอะไรมากมายนัก ส่วนที่หนักกว่าคนอื่นคือ สายลม อาดี ที่เจอกับนักมวยคาซัคสถาน
สายลม ขึ้นชกเป็นคนแรกของทีมไทย ซึ่งก็ผ่านพ้นสายตาของแฟนมวยไปแล้วและก็บ่นเสียดายเป็นแถวว่า สายลม ไม่น่าแพ้เพราะว่าคะแนนที่ออกมา 2 ยก เสมอกัน 8-8 ต้องตัดสินชิงดำในยกสุดท้าย ยกนี้ สายลม ชกได้เน้นๆ เข้าเป้ามากกว่าชัดเจนดูแล้วครบยกก็น่าจะได้เฮ แต่ผลปรากฏว่าคะแนนออกมา 12-12 ต้องตัดสินด้วยคะแนนดิบ สายลม แพ้ไป 33-37
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ของมวยคู่นี้มีมากมาย เกิดอะไรขึ้นกับทีมกำปั้นไทย ชกขนาดนี้แล้วยังแพ้อีกหรือ ''เสธ.อ้าย'' พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสมัครเล่น อารมณ์เสียกับผลการตัดสินที่ออกมาให้ทีมงานยื่นประท้วง สหพันธ์มวยสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) แม้จะรู้ดีว่าไม่อาจกลับคำตัดสินให้สายลมชนะได้ แต่ก็เป็นการกระตุ้นเตือนให้กรรมการทำหน้าที่ให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม
ความพ่ายแพ้ของ สายลม ทำให้ทีมงานกำปั้นไทยต้องมีการปรับแผนการชกของ ฉัตร์ชัย ในการชกกับนักมวยตุรกี โดยเน้นให้ออกหมัดมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งฉัตร์ชัยก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมและเอาชนะคะแนนไปได้ขาดลอย 24-10 ผ่านเข้ารอบ2 ไปเจอกับนักมวยคิวบา ที่ถือว่าเป็นตัวเต็งในรุ่นนี้เช่นกัน
สิ่งหนึ่งที่เป็นของแปลกสำหรับทีมกำปั้นไทยคือ คะแนนที่ออกนั้นจะไม่ได้ขึ้นแต้มต่อแต้มบนจอเหมือนที่เคย จะรู้คะแนนก็หมดยกเท่านั้น การที่จะแก้เกมระหว่างยกจึงทำได้ลำบากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าคะแนนนำหรือตาม เพียงแต่คาดเดาเอาเท่านั้นว่าชกแบบนี้น่าจะนำ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดเอาไว้
โอลิมปิกครั้งนี้ได้ปรับเรื่องของการให้คะแนนโดยให้กรรมการ 5 คน ที่นั่งกดอยู่รอบเวที ถ้าเป็นสมัยก่อนจะใช้แบบ กดพร้อมกัน 3 คนใน 1 วินาที ก็จะเป็นคะแนน ซึ่งก็มีสิทธิ์มั่วนิ่มได้ ดังนั้นหนนี้จะใช้การเกาะกลุ่มคะแนนของกรรมการ 3 คน มารวมกันแล้วคิดค่าเฉลี่ยออกมาก็จะเป็นคะแนนของนักมวยคนนั้น จะเห็นว่าคะแนนจะมากที่ผ่านมาเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักมวยขยันออกหมัด
งานนี้ถือว่าเป็นงานหนักที่ทีมกำปั้นไทยต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นกว่าเดิม แต่ก็น่าห่วงเนื่องจากการศึกษาสไตล์การชกของนักมวยที่เป็นคู่แข่งแต่ละรุ่นนั้นเราไม่มีข้อมูลมากพอ เนื่องจากไม่ได้ส่งนักมวยไปตระเวนแข่งขันที่ต่างประเทศเลย รู้แต่เราแต่ไม่รู้เขา ลำพังจะไปหาข้อมูลในโลกออนไลน์ ยูทูบ ก็คงจะไม่ได้ผลอะไรมากมายนัก
สิ่งที่ทำได้คือการศึกษาสไตล์การชกของคู่แข่งขันในแต่ละวันเท่านั้น มีการถ่ายเทปเอาไว้ โดยมี ''เสธ.ศักดา'' พ.อ.ศักดา เพ็ชรจินดา ผจก.ทีม และ 2 โค้ชคือ พ.ต.ธง ทวีคูณ และ มร.โอมาร์ พารากอน โค้ชชาวคิวบา ส่วนที่ว่าจะมองมวยละอียดแค่ไหนแก้เกมเก่งหรือไม่ก็ต้องให้โอกาสทำงาน
อดีตนายกสมาคมมวยสมัครเล่น พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ ที่ถือว่าคลุกคลีกับวงการมวยสมัครเล่นมาโชกโชน ได้ให้ข้อคิดเอาไว้ว่า อยากให้สมาคมมวยทำความเข้าใจกับการเตรียมทีมก่อนแข่งขันให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะได้ตัดปัญหาโดนโกง เพราะถ้าเราพร้อมทุกด้าน ทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามมวยสมัครเล่นโอลิมปิกในครั้งนี้ เชื่อเถอะว่านอกจากนักมวยต่อสู้บนเวทีแล้ว ข้างล่างเวทีก็ต้องต่อสู้ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะการตัดสินของกรรมการที่ทุกฝ่ายมองว่าเป็นสิ่งสำคัญมองข้ามไม่ได้ แม้ว่าก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่มผู้บริหารระดับสูงของไทยจะพูดคุยกับ ม.ร.ชิง โค วู ประธานไอบ้า แล้วก็เถอะ แต่ก็วางใจอะไรไม่ได้เพราะขนาดสายลมยังโดนแบบนี้ แล้วคนอื่นล่ะ
ยังมีรายของ แก้ว พงษ์ประยูร ที่ถือว่าเป็นความหวังอันสูงสุดจะพบกับนักมวยแอลจีเรีย ที่ แก้วเคยปะทะมาแล้วในการเก็บตัวที่มวกเหล็ก สระบุรี ซึ่ง แก้ว ก็ไล่ต้อนมาได้ตลอด ดูแล้วก็ไม่น่าพลาดที่จะคว้าชัย
คิดแล้วก็หนาวแทน แต่ก็ขอเอาใจช่วยนักชกไทยและนักกีฬาไทยทุกคน ขอให้สู้เพื่อคนไทย ไทยแลนด์สู้ๆ สู้ๆ
คอลัมน์อื่น ๆ