บราซิลเต็งหนึ่งยังคงโชว์ฟอร์มสมราคาเมื่อจัดการอัด เบลารุส ไป 3-1 พร้อมกับผลงานอันโดดเด่นของ เนย์มาร์ ที่ตอกย้ำคำถามที่ว่า พร้อมหรือยังในการย้ายมาพิสูจน์ตัวเองในลีกใหญ่ของยุโรป
ขณะที่ สหราชอาณาจักร ชาติเจ้าภาพคืนฟอร์มเก่งทุบเอาชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปด้วยสกอร์เดียวกันส่วนที่เซอร์ไพรส์สุดๆ เห็นจะหนีไม่พ้น สเปน แชมป์ยุโรปที่มีอันต้องกระเด็นตกรอบเป็นที่เรียบร้อยหลังพ่ายต่อ ฮอนดูรัส 0-1
ของ ฮุสเซน เฮกาซี่ ของอียิปต์ ที่เคยทำเอาไว้ในเกมพบกับ ฮังการี ปี 1924 ด้วยวัย 37 ปีกับ 225 วันเป็นที่เรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เกือบจะทำให้ อุรุกวัย ต้องน้ำตาตกมาแล้วด้วยสไตล์การต่อบอลสั้นตามช่องก็มาแผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยการพังประตูตีเสมอ 1-1 จากการหลุดเข้าไปยิงของ ราเชด อิซ่า
ทว่าด้วยความยอดเยี่ยมของ เคร็ก เบลลามี่ ที่วันนี้อาศัยสปีดต้นที่จัดจ้านก่อกวนแนวรับของทีมแกร่งจากเอเชียได้เป็นอย่างดีก็จัดการเปิดบอลให้ สกอตต์ ซินแคลร์ ที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองได้นาทีเดียวชาร์จเผาขนเข้าประตูไปด้วยการสัมผัสบอลเพียงครั้งแรกเท่านั้น
ก่อนที่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าคนสำคัญที่เกือบจะต้องชวดลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยโรคไข้สมองอักเสบลงมาเป็นตัวสำรองแล้วก็จัดการหลุดเข้าไปชิพข้ามหัว อาลี คาห์เซอีฟ นายทวารสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดงามพาทีมสหราชอาณาจักร ประเดิมคว้า 3 แต้มในฟุตบอลโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1960 ได้สำเร็จ
หลังเกมการแข่งขัน สจ๊วร์ต เพียร์ซ เทรนเนอร์ทีมสหราชอาณาจักร ออกมากล่าวว่า ''พวกเราทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ซึ่งเราก็ทำสำเร็จ ผมต้องชื่นชมนักเตะทุกคน โดยเฉพาะตัวสำรองที่ลงมาเปลี่ยนเกมตอนนี้เราเหลือเกมนัดชี้ชะตากับ อุรุกวัย ซึ่งเราต้องเอาชนะให้ได้''
ล็อกถล่มซ้ำสองแชมป์ยุโรปร่วงรอบแรก
สเปน ดีกรีแชมป์ยุโรปชุด ยู-21 เมื่อปีที่แล้วและเป็นหนึ่งในตัวเต็งคว้าเหรียญทองกลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่รายแรกที่ต้องกระเด็นตกรอบแรกแบบช็อกโลกหลังลงเล่นนัดที่สองพ่ายให้ต่อ ฮอนดูรัส แบบฉิวเฉียด 0-1
แม้ว่าทีมชุดใหญ่ของ สเปน จะสร้างผลงานไร้เทียมทานด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์เมเจอร์ 3 รายการติดต่อกันแต่กับทีมชุด ยู-23 ปีที่นั้นกลับต้องกระเด็นตกรอบแรกอย่างน่าอับอาย
หลังจากสร้างปรากฏการณ์พลิกล็อกช็อกโลกด้วยการพ่ายต่อ ญี่ปุ่น 0-1 เกมนัดนี้ขุนพล ''กระทิงดุ'' ต้องพยายามเอาชนะ ฮอนดูรัส ทีมดังจากโซนคอนคาเคฟ ให้ได้เพื่อโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
อย่างไรก็ดีเพียงแค่ 3 นาทีแรกของการแข่งขัน สเปน ก็ต้องเจอลางร้ายเมื่อ โรเจอร์ เอสปิโนซ่า โยนบอลอย่างแม่นยำเข้าหัว เจอร์รี่ย์ เบงส์ตัน กองหน้าตัวเก่งโขกให้ทีมขึ้นนำและเป็นลูกที่ 3 ใน 2 นัดขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ มุมซ่า โคนาเต้ ของเซเนกัล
ประตูนี้นอกจากจะชี้ให้เห็นถึงความอ่อนอัดในเกมรับของทีมแชมป์ยุโรปที่ยืนประกบตัวกันไม่ดีแล้ว ดาบิด เด เคอา นายทวารมือหนึ่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเผยให้เห็นจุดอ่อนในการออกมาตัดบอลกลางอากาศอีกครั้งหลังจากนัดแรกที่พ่าย ญี่ปุ่น ตัวเขาก็ก่อความผิดพลาดหลายครั้งและทำให้เห็นว่าประสบการณ์ในการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ช่วยให้นายด่านวัย 21 ปีเก่งกล้าขึ้นมาเลย
ขณะเดียวกันการต่อบอลตามช่องของ สเปน ที่เป็นเอกลักษ์ดูเหมือนว่าจะยังห่างไกลกับมาตรฐานที่ชุดใหญ่ทำเอาไว้พอสมควรรวมไปถึงทัวร์นาเมนต์นี้พวกเขายังขาดในเรื่องของโชควาสนาที่ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของทีมที่จะประสบความสำเร็จ
นอกจากจังหวะยิงที่จะไม่ผ่านมือ โฮเซ่ เมนโดซ่า นายทวารของฮอนดูรัสแล้ว อีเกร์ มูเนียอิน ดาวจาก แอธ.บิลเบา ยังยิงไปชนเสา และ โรดริโก้ โมเรโน่ ของ เบนฟิก้า ยังโหม่งชนคานอีก ซึ่งถือว่า ทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ใช่รายการของพวกเขาอย่างแท้จริงก็ว่าได้
ผลจากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำมให้ สเปน มีอันต้องตกรอบแรกด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดรวดแถมยิงประตูไม่ได้เลยอีกด้วยนัดสุดท้ายพวกเขาจะลงสนามพบกับ โมร็อกโก ทีมแกร่งของแอฟริกา ที่ต้องการ 3 แต้มสถานเดียวเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป