ผมติดตามฟุตบอลโอลิมปิก ''ลอนดอนเกมส์'' คราวนี้ด้วยความตั้งใจจะส่งแรงเชียร์ 3 ทีมตัวแทนจากทวีปเอเชีย นั่นคือ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และยูเออี
บางท่านอาจจะลืมๆกันไปบ้างว่าทีมชาติไทยหายไปตอนไหน ทำไม? ไม่ได้ไปโอลิมปิก ก็คงต้องทวนความจำกันอีกครั้งว่า ทีมไทยไม่ได้แพ้ใครในสนามนะครับ เราแพ้นอกสนาม เราชนะปาเลสไตน์ แต่โดนฟ้องที่ส่งผู้เล่นถูกแบนอย่าง สุจริต จันทกลลงสนาม ทำให้ดับฝันโอลิมปิก ตกรอบไปตั้งแต่ไก่โห่ เป็นไงครับ ทีมไทยของเรา ไม่ต้องให้ใครมาทำให้ตกรอบก็ตกเองได้
แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะเห็น 3 ทีมตัวแทนเอเชียที่เล่นในโอลิมปิกคราวนี้แล้ว ถึงไทยผ่านปาเลสไตน์ไปก็ต้องตกรอบอยู่ดี เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่า ทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีใต้และยูเออี ไม่ใช่มาตรฐานแบบเอเชียแล้ว กลายเป็นทีมมาตรฐานระดับโลกโดยเฉพาะนักเตะโสมและแข้งยุ่น
นี่ยังไม่นับทีมที่ตกหล่นระหว่างทางอดเป็นตัวแทนเอเชีย ทั้งที่มาตรฐานสูงเหมือนกันอย่างออสเตรเลีย, อุซเบกิสถาน, ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ นะครับ เพราะฉะนั้นถึงจะกระหืดกระหอบผ่านปาเลสไตน์ไปก็คงไม่ถึงไหนอยู่ดี เก็บแรงไว้เล่นฟุตบอลลีกดีกว่า 55
เกมแรกของญี่ปุ่นที่เล่นกับสเปน ถ้าไม่ได้ฟังคนพากย์ จำสีเสื้อไม่ได้ คงไม่รู้หรอกว่าฝั่งไหนเป็นแชมป์โลก, แชมป์ยุโรป และฝั่งไหนเป็นตัวแทนจากเอเชีย เพราะนักเตะซามูไรเล่นแบบบอลชั้นเดียวกัน ต่อบอล ทำเกม กล้าพลิก เลี้ยงหลบ 1 ต่อ 1 สร้างโอกาสในการเข้าทำได้มากกว่าแข้งกระทิงดุด้วยซ้ำ
จริงอยู่สเปนเหลือผู้เล่น 10 คนแต่ก็เป็นการโดนใบแดงหลังจากเสียประตูไปแล้วเพราะฉะนั้นไม่สามารถเป็นข้ออ้างได้ว่าญี่ปุ่นได้เปรียบที่ตัวผู้เล่นต้องยอมรับว่านักเตะแดนปลาดิบเหนือชั้นจริงๆ
เก็บ 3 แต้มแรกไปแล้วใครคิดว่าฟลุก เกมต่อมาญี่ปุ่นก็จัดการเชือดโมร็อกโกไปอีกเม็ด กลายเป็นทีมที่ชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ 2 นัด 6 คะแนนเข้ารอบสองได้สำเร็จ
ผ่านทีมอันดับ 1 ของโลกอย่างสเปนมาแล้ว ญี่ปุ่นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปดูจากรูปเกมที่เห็น พวกเขาสามารถชนะใครก็ได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ บางทีความสำเร็จด้วยการได้เหรียญทองโอลิมปิกเหมือนที่บอลหญิงญี่ปุ่นช็อกโลกด้วยการคว้าแชมป์โลกเมื่อปีที่แล้วอาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด เร็วกว่าที่วงการลูกหนังยุ่นตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกภายใน 50 ปีก็เป็นได้
ผลงานของญี่ปุ่นที่สู้กับทีมระดับโลกได้อาจจะเซอร์ไพรส์ แต่หากดูที่ผู้เล่นของพวกเขา จะเห็นว่ามีนักเตะที่เล่นอยู่ในยุโรปเพียบ ทั้ง ฮิโยตาเกะ อยู่เนิร์นแบรก, อัซสุ ที่ยิงสเปนก็อยู่กลัคบัค, ซากาอิ เล่นให้ฮันโนเวอร์ เท่าที่นับได้ก็ 8 คนเข้าไปแล้วที่เล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งก็คือนักเตะระดับโลกไปแล้วนั่นเองไม่แปลกหรอกที่พอมาเล่นให้กับทีมชาติพวกเขาจึงไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีของทีมจากทวีปไหน
ถัดมาเป็นเกาหลีใต้ที่ยึดครองการเล่นในโอลิมปิกรอบสุดท้ายตั้งแต่ปี 1988 แบบถาวร 7 ครั้งติดต่อกัน มากที่สุดในเอเชีย เกาหลีใต้ก็ไม่ใช่ทีมที่บ้ากำลัง ใช้แต่ความฟิตอีกแล้ว เกมที่เสมอเม็กซิโก พวกเขาโชว์เทคนิคแพรวพราวชนิดที่น่าชนะหากยิงประตูกันดีกว่านี้ ก่อนจะมาเชือดสวิตเซอร์แลนด์ 2-1 โอกาสเข้ารอบสูงขอแค่เสมอในเกมสุดท้ายกับกาบองเท่านั้น
ยูเออีอาจจะเป็นน้องใหม่สักนิด แพ้ 2 นัดรวดให้กับอุรุกวัย และสหราชอาณาจักรเจ้าภาพ แต่เป็น 2 เกมที่เล่นได้ดีเหลือเกินสู้กับทั้งสองทีมได้อย่างสนุกสูสี
น่าสังเกตอย่างหนึ่ง นอกจากเทคนิค ความสามารถที่ยอดเยี่ยมแล้ว สิ่งที่เราได้เห็นจากทีมมืออาชีพตัวแทนเอเชีย คือ วินัยในการเล่นฟุตบอล พวกเขามุ่งมั่นตั้งใจ หลายจังหวะที่ทำท่าจะมีปัญหา ให้ตายเถอะผมยังไม่เคยเห็นนักเตะเกาหลี, ญี่ปุ่นง้างหมัดใส่ใครเลย ส่วนทีมไทยไม่ต้องบอกนะครับ
ที่เราบอกเสมอว่าเพราะฟุตบอลลีก ทำให้โปรแกรมชุก นักเตะไม่มีเวลาซ้อมก่อนเล่นให้ทีมชาติ นี่ก็แปลกอีกเหมือนกัน ที่ผมเปิดโปรแกรมไปดูทุกวันนี้ที่โอลิมปิกแข่งขัน ฟุตบอลเคลีก และเจลีก ญี่ปุ่นเขาก็เตะกันโครมๆ ไม่เห็นมีปัญหาโปรแกรมทีมชาติกระทบลีก โปรแกรมลีกกระทบทีมชาติอะไรอย่างที่ประเทศสารขัณฑ์มีเลย
เห็นญี่ปุ่น, เกาหลี เล่นแล้วจะว่าท้อก็ท้อ จะว่าทำใจยอมรับก็ยอมรับแหละครับ ว่าเราคงต้องใช้เวลาอีกนานนัก ต้องใช้ความพยายามอีกเยอะมากๆ หากคิดจะเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของมหกรรมลูกหนังโลกอย่างโอลิมปิก, ฟุตบอลโลก
ไม่ใช่แค่เรื่องของสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ใช่แค่ตัวผู้เล่น เราต้องแก้ ต้องปรับทัศนคติใหม่กันทั้งระบบ หากฝันจะเป็นทีมระดับท็อปของเอเชีย ต้องเป็นแผนระดับ 20 ปีขึ้นไปและต้องเดินตามแผนในการสร้างฟุตบอล สร้างคนในวงการฟุตบอลอย่างเป็นระบบเป๊ะๆ จริงๆ จึงจะมีโอกาสไปถึงตรงนั้น
เวลานี้ขอร้อง...หยุดฝัน เลิกฝันซะทีเถอะ มันไม่มีความหวัง ไม่มีโอกาสเลยจริงๆ
ปูเป้