เมื่อคำคืนวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555 หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ซูลฟียา ฉินซานหลอ นักยกน้ำหนักสาวร่างเล็กที่สร้างผลงานผงาดก้าวขึ้นคว้าเหรียญทองโอลิมปิกครั้งแรกของเธอและของประเทศคาซัคสถานในรุ่น 53 กิโลกรัมหญิง
แต่ชีวิตเธอนั้นไม่ได้สวยงามโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบแต่แปลกมากเธอคือเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งในมณฑลหูหนานของจีนก่อนจะก้าวมาเป็นนักกีฬาทีมชาติคาซัคสถานเธอมาได้อย่างไร
คาซัคสถานประเทศรัฐอิสระของอดีตสภาพโซเวียตอยู่ในเอเชียกลางหรือยูเรเซีย ส่งทัพนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในลอนดอน เกมส์ 2012 ครั้งนี้จำนวน 114 คน ใน 16 ชนิดกีฬา แต่ที่เน้นมากที่สุดคือมวยปล้ำกับมวยสากลสมัครเล่น หรือแม้แต่จักรยานโดยเฉพาะประเภทถนนอย่าง อเล็กซานเดอร์ วีโคอูรอฟ นักปั่นหนุ่มชื่อดังระดับโลกเพราะแข่งขันในจักรยานทางไกลรายการใหญ่ระดับโลกรวมทั้งตูร์ เดอ ฟร้องซ์ เขาเป็นนักกีฬาคนแรกที่คว้าเหรียญทองให้กับคาซัคสถานเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม วันแรกของการแข่งขันชิงชัยเหรียญรางวัลอย่างเป็นทางการ
และวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม ในวันที่สองของการชิงชัยเหรียญทองคาซัคสถานก็ได้เหรียญทองที่สองจนได้จากกีฬายกน้ำหนักหญิงรุ่น 53 กิโลกรัมจากสาวร่างเล็กนามว่า ซูลฟียา ฉินซานหลอ สาวน้อยวัย 19 ปี ที่สร้างผลงานผงาดโด่งดังไปทั่วโลกเพราะเธอยกทำสถิติโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 131 กิโลกรัม และดีที่สุดในโลกและสถิติน้ำหนักรวม 226 กิโลกรัม (95,131) คว้าเหรียญทองเป็นครั้งแรกของเธอในการแข่งขันโอลิมปิก
แต่ก็ไม่แปลกที่ ฉินซานหลอ คว้าเหรียญทองในครั้งนี้เพราะเธอคือแชมป์โลกสองสมัยปี 2009 และ 2011 และเธอน่าจะทำลายสถิติโลกด้วยซ้ำแต่ยกครั้งสุดท้ายไม่ผ่านเท่านั้นเอง
หลังจากที่ ฉินซานหลอ คว้าเหรียญทองเธอได้รับเกียรติจากทาง นายนูร์ซุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งคาซัคสถานที่เอ็กเซล อารีน่า เธอถึงกับน้ำตาไหลระหว่างที่รับเหรียญรางวัลเมื่อเพลงชาติคาซัคสถานดังขึ้นมาและธงชาติคาซัคสถานชักขึ้นมันเป็นความภาคภูมิใจของเธออย่างยิ่งที่ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติที่เธออาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้แม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้เกิดในคาซัคสถานเลย และไม่ใช่ชาวคาซัคฯ แต่เธอคือพลเมืองของประเทศคาซัคสถาน
หลังจากที่รับเหรียญทองแล้วมีผู้สื่อข่าวเข้าไปถามเธอว่าประธานาธิบดีคาซัคสถานได้พูดอะไรด้วยหรือเปล่าซึ่ง ฉินชานหลอ พูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยว่า ''ท่านเข้ามา และแสดงความยินดีกับฉัน แต่ฉันไม่บอกคุณหรอกว่าท่านจะให้เงินอัดฉีดฉันเท่าไหร่เพราะฉันกลัวคุณจะขโมยเงินฉัน''
ระหว่างที่ ฉินซานหลอ แข่งขันยกน้ำหนักเมื่อวันอาทิตย์นั้นหลายคนก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเธอเป็นใครทำไมหน้าตาคล้ายกับคนจีนมากจึงมีคำถามตามมาหลังจากนั้นว่าเธอเป็นใครมากจากไหนตัวเล็กนิดเดียวแต่ทำไมเก่งจังเลย
ความจริงแล้ว ซูลฟียา ฉินซานหลอ เป็นคนจีนมีชื่อจีนว่า จ้าว ฉางหนิง เกิดที่ในหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาในหยงโจว มณฑลหูหนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยลืมตามาดูโลกเมื่อวันที้ 25 กรกฎาคม 1993 ปัจจุบันอายุ 19 ปี ด้วยครอบครัวเธอเป็นคนยากจนในหมู่บ้านเล็กๆ ของจีนห่างจากตัวเมืองหยงโจวเดินทางถ้วยรถยนต์ 2 ชั่วโมง การที่เธอตัดสินเข้ามาเล่นยกน้ำหนักตามโครงการของทางการจีนที่สร้างนักกีฬาให้อยู่ในระบบของรัฐก็เพียงแค่ต้องการได้รับอาหารกิน และช่วยเหลือครอบครัวของเธอ และเรียนหนังสือ
แต่เส้นทางชีวิตของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเธออายุ 11 ปี พ่อแม่ส่งเธอเข้าไปยังโรงเรียนฝึกนักกีฬายกน้ำหนัก และด้วยผลงานความสามารถของเธอนั้นเก่งกว่าหลายๆคนทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปแต่สิ่งที่เธอวาดฝันเอาไว้ก็เหมือนกับนักกีฬาคนอื่นๆ ว่าสักวันอยากจะก้าวไปขึ้นไปยืนยันบนแท่นรับเหรียญรางวัลโอลิมปิกให้กับประเทศบ้านเกิดของเธอ แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักอย่างมากเพราะนักกีฬาจีนมากมายเหลือเกินราวกับนักนักฟุตบอลในบราซิลหากเปรียบเทียบนักยกน้ำหนักในจีน
แล้วอยู่มาวันหนึ่งเมื่อปี 2007 เมื่อเธอได้ร่วมทีมยกน้ำหนักของมณฑลหูหนานร่วมงานกับ เหอ อี้เฉิง ทำให้เธอได้มีโอกาสได้เรียนรู้การยกน้ำหนักที่ดีกว่าเดิมจากนั้นก็ได้ร่วมงานกับ เหลียง เซียวตง อดีตโค้ชทีมเมืองหยงโจว ซึ่ง เหลียว เป็นเลขาธิการทั่วไปของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติได้แนะนำเธอว่าอยากเล่นเอเชียนเกมส์หรือโอลิมปิกไหมเธอก็ตอบว่าต้องการ
แต่ เหลียว บอกว่าการอยู่ในจีนคงยากที่จะมีโอกาสดังนั้นมีอยู่ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือย้ายประเทศ เดิมทีนั้นเธอไม่ต้องการทำอย่างนั้นเพราะไม่ต้องการจากพ่อ-แม่ไปไกล แต่ในที่สุดเธอตัดสินใจเลือกจะที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตจึงนำไปสู่การย้ายไปเล่นให้กับคาซัคสถานตามโครงการแลกเปลี่ยนนักกีฬาและประชาสัมพันธ์กีฬาชนิดนี้ของรัฐบาลจีนกับคาซัคสถานนั่นคือที่มาของการจากบ้านเกิดเมืองนอนในหยงโจว ในมณฑลหูหนานก้าวไปสู่อัลมาตี้ เมืองหลวงของคาซัคสถานแล้วถือสัญชาติคาซัคสถานเปลี่ยนชื่อเป็นมุสลิมนามว่า ซูลฟียา ฉินซานหลอ โดนนำเอาชื่อและแซ่จีนของมารวมกันนั่นเอง
แล้วชีวิตใหม่ในนามชาวคาซัคสถานของเธอก็รุ่งโรจน์กลายเป็นแชมป์โลกยกน้ำหนักหญิงรุ่น 53 กิโลกรัมสองสมัยซ้อนปี 2009 และ 2011 แล้วก็ยังได้เหรียญเงินในยูธโอลิมปิกครั้งแรกที่สิงคโปร์ และเหรียญเงินโอลิมปิก 2010
ฉินซานหลอ กล่าวว่า ''ฉันจะไม่พูดถึงความเก่งของนักกีฬายกน้ำหนักจีนนะว่าเก่งหรือไม่แต่รุ่นพี่ของฉันอย่าง หลี่ ผิง นั้นก็เป็นอดีตแชมป์ และเธอก็ต่อสู้กับความยุ่งยากเหมือนกับฉัน''
หลี่ ผิง คือนักกีฬายกน้ำหนักแชมป์โลกคนแรกก็มาจากหูหนานเหมือนกันนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ ฉินซานหลอ มุ่งมั่นอยากจะเป็นเหมือนอย่าง หลี่ ผิง
แม้ว่าชีวิตช่วงแรกที่ไปอยู่ในคาซัคสถานจะมีปัญหาเรืองภาษาคาซัคฯ แต่ในที่สุดก็สามารถก้าวผ่านไปได้สามารถพูดภาษารัสเซียได้ เธอบอกว่า ''ฉันเป็นคนจีนพูดภาษาจีนง่ายกว่าแม้ว่าภาษาถิ่นของฉันไม่ใช่จีน (กลาง)''
แม้ว่าสองวันแรกจีนเพิ่งจะคว้าเหรียญทองยกน้ำหนักได้แค่เหรียญทองเดียวในรุ่น 48 กิโลกรัม แต่ชาวจีนก็ภาคภูมิใจไม่น้อยไปกว่าชาวคาซัคสถานเพราะมีคนจีนคว้าเหรียญสองเหรียญแล้วในยกน้ำหนักโอลิมปิกครั้งนี้จาก จ้าว ฉางหนิง หรือ ซูลฟียา ฉินซานหลอ นั่นเอง
อย่างไรก็ตามบางกระแสก็อ้างว่า ฉินซานหลอ เป็นชาวจีนชาติพันธุ์ตวงกาน ในมณฑลซินเจียง อุย์กูร์ ทางตะวันตกของจีนที่เป็นจีนมุสลิมซึ่งก็ไม่อาจรับรองได้ว่าข้อมูลนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่อย่างน้อยชีวิตของ ซูลฟียา ฉินซานหลอ ก็เป็นตัวอย่างของคนที่ต่อสู้จนกระทั่งก้าวมาสู่ความสำเร็จจากเด็กบ้านอกในชนบทสู่แชมป์โอลิมปิก เป็นฮีโร่ของประเทศคาซัคสถานไปแล้ว