คอลัมน์ : คลุกวงในบอลไทย โดย.. ปูเป้
บ้าหอบฟาง
29/07/2012 9:33:25 น.


     ค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา คนกรุงทุกข์กับฝนตก รถติดตามสูตร แต่ผมกลับมีความสุขที่สุดวันหนึ่งในรอบหลายปี..''เสี่ยเหน่ง'' ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ผจก.ทีมบางกอกกล๊าส กรุณาส่งบัตรคอนเสิร์ต ''26 ปีบ้าหอบฟาง'' อัสนี-วสันต์ โชติกุล มาให้ ผมหลบฝนถล่ม รถติดไปเกะกะฆ่าเวลาแถวเมืองทองก่อนคอนเสิร์ตเริ่มหลายชั่วโมง




        นี่เป็นศิลปินร่วมสมัย สุดยอดนักร้องของคนวัย 30 อัพ บัตรคอนเสิร์ตคราวนี้หายากมาก โชคดีที่สิงห์เป็นสปอนเซอร์จึงเหลือเผื่อแฟนๆอย่างผมได้บ้าง...ครั้งแรกในชีวิตก็ 20 กว่าปีที่แล้วสมัยเรียน ม.4 อยู่บ้านนอก ต้องนั่งรถเมล์ร่วมๆ 100 กิโลฯ ไปดูคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ นั่นเป็นความทรงจำที่ทำให้ผมเป็นแฟนประจำของพี่น้องคู่นี้ตลอดมา แต่นั่นก็เป็นครั้งเดียวอีกเช่นกันที่ได้ดูการแสดงสดๆ โอ้...เย่ แบบนี้ เวลาผ่านมา 2 ทศวรรษชวดกันไปหลายทีทั้งสมัยประจำที่อังกฤษหรือเล่นที่เมืองลาว จนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งที่ 2 จึงตื่นเต้น รอคอยพอสมควร

 

        แน่นอนว่าคอนเสิร์ตแห่งการรอคอยแบบนี้ ที่นานทีหลายปีหนจะจัดขึ้นมา เลยเจอคนวงการฟุตบอลไทยทั้งนักเตะ, โค้ช, ผจก.ทีม, นักข่าวไปร่วมสนุกกันเพียบ

 

        ตลอด 3 ชั่วโมงของการแสดง ต้องบอกว่าพี่น้องโชติกุลไม่ทำให้คนทั้งฮอลล์กว่า 1 หมื่นคนผิดหวังเลยครับ ร้องเล่น เต้น เต็มเหนี่ยว แสง สี เสียงจัดเต็ม ไม่เอาเปรียบคนดูที่เสียตังค์ซื้อบัตรหลายพันบาทเข้าไปดูแม้แต่วินาทีเดียว

 

        นอกจากความสนุกได้ร้องตามกันอย่างสุดเสียง เต้นกันสุดเหวี่ยง เพลงเก่าๆ ของอัสนี-วสันต์หลายเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเนื้อเพลงสอนชีวิตให้กับคนในสังคมยุคนี้ คนในสังคมฟุตบอลเราได้ดีเหลือเกิน เพลง "บ้าหอบฟาง" ที่เป็นชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ดังขึ้น นอกจากเสียงกรี๊ดสนั่น แล้วพอได้อินตามเนื้อเพลง



        ฉันเดินผ่านหน้าธนาคาร เห็นคนหอบฟางกันไป
ฟางเล็กฟางน้อยฟางใหญ่ หอบกันไปใส่ธนาคาร
ฟางอาจจะเป็นของดี หากฟางคือสิ่งที่ต้องการ
คนบ้าคนบ้าหอบฟาง หอบกันรุงรังหอบฟาง
...หอบฟางเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่สิ่งชูตา
ต้องดูเวล่ำเวลา ใช่เอาแต่ว่าหอบไป
ฟางอาจจะเป็นของดี จะเป็นของที่พอใจ
แล้วแต่ว่าอยู่ในมือใคร .............



        หรืออย่างเพลง "น้ำเอย น้ำใจ"


        ไม่มีใครคนใด หัวใจดวงใด ไม่มีความหมาย ต่างมุ่งหมายตามสายทางเดิน
คนเอ๋ยคน เอ๋ยคน ต่างก็รู้อยู่ ใจของใครก็รู้ รู้ใจ ไม่แตกต่างกัน
จะมีใครคนใด หรือใจดวงใด อยากพ่ายอยากแพ้ ใครอยากอ่อนแอเรื่องราว
ใครต่างคน ต่างใคร ก็ต่างมุ่งหมายมั่น คนเหมือนกันแหละหนาฟ้าดิน ดิ้นรนหาความ
* น้ำเอย น้ำใจ ของใครให้มา เหมือนการพึ่งพา ภาษา ความเข้าใจ
มันก็เป็นเช่นนั้นนะเออ ฉันเธอต่างมุ่งต่างสาย สิ่งที่วายร้าย มุ่งหมายว่าดี
เพียงแค่ความเข้าใจ ก็แบ่งกันไว้มั่ง เป็นเช่นดังของขวัญให้กัน โลกอันโสภา
ก็ใช่ว่าใครไม่มีจิตใจ ก็ใช่ว่าใครอยากไร้คุณค่า ก็ใช่ว่าใครอยากเสียน้ำตา นะเออ
** น้ำเอย น้ำใจ ของใครให้มา เหมือนการพึ่งพา ภาษา ความเข้าใจ

 

        ฟัง 2 เพลงนี้แล้วผมนึกถึงการชิงดีชิงเด่นแข่งขันกันในวงการฟุตบอลเมืองไทย ที่นับวันจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราขาดน้ำใจกันมากเหลือเกิน ใครโกงได้โกงเอา ใครเอาเปรียบอะไรได้ก็หาทางทำกันทุกอย่าง

 

        หลายอย่างเริ่มจะพิสูจน์ได้ ทั้งๆ ที่หากเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ต่างก็ต้องการมีชัยชนะเหมือนกัน แต่ถ้าเรามีน้ำใจให้กัน ไม่บ้าหอบฟาง ไม่เอาถ้วยรางวัล เงินทอง ผลประโยชน์มาพันธนาการตัวมากเกินไป ก็คงไม่ต้องถึงการใช้ "ครื่องจับเท็จ" มาจับกันราวกับผู้ต้องหาอาชญากร แต่เพราะสังคมฟุตบอลเรากำลังจะไม่มีน้ำใจไงครับ สังคมที่น่าอยู่มันชักจะไม่น่าอยู่ขึ้นทุกวัน

 

        เพลงบางทีก็ขัดเกลาจิตใจคนได้...แต่คนบางคน เพลงคงไม่เพียงพอ ยังเอารัดเอาเปรียบ หาวิธีเอาชนะด้วยกลโกงอยู่เรื่อย คนอย่างนี้ บางทีอาจจะไปเข้าใจโลกเอาในยามนอนอยู่ในโลง แทนที่จะได้ฟังเพลงกลายเป็นฟังสวดแทน

     
                                                                         ปูเป้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ปูเป้

จำนวนเรื่อง : 399
All post : 1,968
All view : 2,391,919
คอลัมน์ คลุกวงในบอลไทย
ตลาดบอลไทย
ปูเป้
ตลาดบอลไทย

View : 2,656 Post : 6
ลีกเดียวในโลก
ปูเป้
ลีกเดียวในโลก

View : 5,965 Post : 4
ครึ่งทางไร้เทียมทาน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263