เอ่ยชื่อ อีสาน ยูไนเต็ด นาทีนี้ไม่มีใครกล้าเถียงว่า ''กูปรี'' ตัวนี้ ''อันตราย'' ได้สมฉายา 9 แมตช์เข้าไปแล้วที่ลูกทีมของ อ.พยงค์ ขุนเณร ยอดกุนซือแถวหน้าของเมืองไทยยังไม่รู้จักคำว่า ปราชัย...
ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 9 เกมที่พลพรรคกูปรีอันตราย ลงเก็บแต้มนั้นเป็นการลงทำศึก ''อีสานดาร์บี้แมตช์'' โดยต้องเผชิญหน้ากับยอดทีมแชมป์เก่าฤดูกาลที่ผ่านมา อย่าง ''ปราสาทสายฟ้า'' บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเกมนัดส่งท้ายเลกแรก และนัดประเดิมสนามในเลกที่สองติดต่อกัน ซึ่งผลงานที่ออกมาประจักษ์แก่สายตาคอลูกหนังทั่วประเทศ บอกได้คำเดียวว่า ''ไร้เทียมทาน"
สองแมตช์ดังกล่าวถูกขนานนามว่าเป็น ''ดาร์บี้แมตช์ อีสาน คลาสสิก'' อย่างแท้จริง เริ่มจากนัดส่งท้ายเลกแรก อีสาน ยูไนเต็ด เป็นเจ้าบ้านเปิดสนามทุ่งบูรพา รังเหย้าตัวเองรับการมาเยือนก่อน ซึ่งผลของเกมนั้น เสมอกับอย่างสนุก 1-1 โดยประตูแรกเกิดขึ้น สุเชาว์ นุชนุ่ม ที่ซัดให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำไปก่อนในช่วงครึ่งทางของครึ่งแรก ก่อนที่จะเจอทีเด็ดของ ใหญ่ นิลวงษ์ เพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กโชว์เหนือปั่นบอลข้ามหัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เสียบใต้คานอย่างสวยงาม และช่วงทดเจ็บ ทัพ กูปรี น่าจะกำชัยชนะในบ้านได้จากลูกฟรีคิกของ วุฒิชัย ทาทอง ที่มี สุเชาว์ ยืนเป็นประตูจำเป็น แต่ก็พลาดไป แม้ผลจะเสมอ แต่เชื่อว่าชนะใจเหล่าสาวก ''กูปรี'' กันทั้งสนาม

มาถึงเกมประเดิมเลกที่สองของฤดูกาล คราวนี้ถึงทีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เปิดนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม รอต้อนรับบ้าง ซึ่งเหล่าเกจิฯ ต่างฟันธงให้ยกให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคว้าชัยได้อย่างไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก เพราะดูจากตัวผู้เล่นหน้าใหม่ที่เสริมทัพดีกรีไม่ธรรมดา ทั้ง อันวาร์ ราจาบอฟ หอกร่างยักษ์ทีมชาติอุซเบกิสถาน, มาร์โก เซตโควิช มิดฟิลด์ทีมชาติมอนเตเนโกร ซึ่งมีชื่อลงเป็น 11 ตัวจริงในเกมนั้น แม้จะขาด แฟร้งค์ อาเชียมปง อดีตดาวซัลโวไทยลีก ที่ไม่มีชื่อแต่เกมนี้สามแต้มคือทางเลือกเดียว หากต้องการอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ยาวๆ
ขณะที่อีสาน ยูไนเต็ด หวังจะเดินทางมาเพียงเพื่อหวังมีคะแนนกลับบ้านเท่านั้น แถมตัวเลือกในทัพหน้าไม่น้อย หลังจากต้อขาด ธนา ชะนะบุตร กองหน้าดาววัลโว ที่ย้ายออกจากกทีมไป อ.พยงค์ ต้องส่ง ใหญ่ นิลวงษ์ ลงมายืนคู่ วุฒิชัย ทาทอง พร้อมด้วยนักเตะใหม่อีกสามราย คิม แทวอน, พิชิต ใขบุญ และ คัวดิโอ แดเนี่ยล ปาสกัล ที่ได้ลงมาปรัเดิมสนามกับต้นสังกัดเก่า ไม่ว่ามองด้านไหนศักยภาพโดยรวมดูเป็นรองเจ้าถิ่นพอสมควร
เริ่มเกมขึ้นมา บุรีรัมย์ เจอทีเด็ดการสวนกลับของ อีสาน และเป็น คิม แต ยัง กองกลางชาวเกาหลีใต้โชว์พลังกิมจิ กระชากบอลหลุดเข้าไปยิงหนีมือ ยศพล เทียงดาห์ โกลวัยกระเตาะเสียบโคนเสาไกลให้อีสาน ยูไนเต็ดออกนำ เจ้าถิ่นต้องใช้ความพยายามบดบี้อย่างหนัก และช่วงทดเจ็บครึ่งแรก สุเชาว์ สะกิดลูกชุลมุนช่วยให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดตีเสมอได้
อีสาน ยูไนเต็ดยังเล่นอย่างได้ใจแซงนำไปอีกจาก ใหญ่ นิลวงษ์ ก่อนที่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซารีฟ สายนุ้ย จะลงมายิงตีเสมอให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้อีกครั้ง เป็น 2-2 หลังจากนั้น อีสาน ยูไนเต็ดยังเป็นฝ่ายที่น่าจะได้ประตูชัยจากสองจังหวะจ่อๆ ของ สมพร ธัญญเจริญ ที่แปข้ามคานระยะ 4 หลาอย่างเหลือเชื่อ
จากสามแต้มเหลือเพียงคะแนนเดียวแต่ก็เป็นแต้มที่มวยรองบ่อนพอใจอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งเกมที่หักปากกาเซียนทั้งหลาย เป็นสองเกมที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่ากองเชียร์ ซึ่งรวมแล้วก็เข้า 9 แมตช์ หรือ 810 นาทีเข้าไปแล้ว ที่อีสาน ยูไนเต็ด รักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นการประกาศศักดาให้ทีมอื่นๆ ได้รู้ว่า ชื่อของอีสาน ยูไนเต็ด ที่ในอดีตถูกมองเป็นทีมแจกแต้ม และต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ในฤดูกาลก่อนๆ หายไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นอีกหนึ่งของแสลงของต้องขยาดไม่ว่ายามเล่นในรังทุ่งบูรพา หรือฐานะอาคันตุกะก็ตาม...