จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึก เมเจอร์ บริติช โอเพ่น ครั้งที่ 141 ที่สนาม รอยัล ไลท์แฮม แอนด์ เซนต์ แอนส์ กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,086 หลา พาร์ 70 ในแถบแลงคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ และผลก็ปรากฎว่า ''บิ๊กอีซี่'' เออร์นี่ เอลส์ ยอดโปรกอล์ฟจากแอฟริกาใต้ สามารถสร้างปาฎิหาริย์กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
เอลส์ ตีเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 ในการแข่งขันวันสุดท้าย ทำให้รวม 4 วัน จบที่ 7 อันเดอร์พาร์ 273 ส่งผลให้เจ้าตัวคว้าแชมป์กอล์ฟ รายการ เมเจอร์ ที่ 3 ของปีไปครองได้สำเร็จ พร้อมรับเงินรางวัล 900,000 ปอนด์ (ประมาณ 45 ล้านบาท) เอาชนะ อดัม สกอตต์ คู่แข่งชาวออสซี่ ที่ดันมาเสีย 4 โบกี้ใน 4 หลุมสุดท้าย ไป 1 สโตรก
เอลส์ ที่ครองแชมป์รายการนี้ได้เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2002 จนทำให้ยอดรวมแชมป์รายการระดับ เมเจอร์เพิ่มเป็น 4 สมัย เปิดอกว่า รู้สึกงงเหมือนกันที่ได้แชมป์ในครั้งนี้ เพราะตอนแรกตนตาม สกอตต์ ห่างพอตัว
"ตอนได้แชมป์นี่ผมรู้สึกมึนงงนิดๆ เลยล่ะ อันดับแรกเลย ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับ อดัม สกอตต์ ด้วย เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม แน่นอนว่า เราทั้งคู่ต่างก็อยากคว้าแชมป์นี้ให้ได้สุดๆ ซึ่งทุกคนต่างก็เป็นอย่างนั้นกันอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงลงไปเล่น ถ้าไม่เอาชนะให้ได้ คุณก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ และคราวนี้มันก็เป็นช่วงเวลาของผม"
ด้าน สกอตต์ ยอมรับว่า ตนพลาดเองที่ปล่อยแชมป์หลุดมือไปแบบนี้ แต่ระบุว่าไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเลย "ผมคว้ามันเอาไว้ในมือได้แล้ว ในช่วงที่เหลืออีกแค่ 4 หลุม แต่ผมก็ยังตีได้แย่ครั้งละหลุม ในการเล่น 4 หลุมสุดท้าย แต่ผมก็เล่นได้ดีมาตลอดสัปดาห์แล้วนะ ผมไม่ควรที่จะปล่อยให้เรื่องในครั้งนี้มาทำให้ผมเสียกำลังใจหรอก"
ขณะที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ ก้านเหล็กคนดังจากแดนลุงแซม ยืนยันว่า ไม่ได้รู้สึกคิดมากกับการที่ตนวืดแชมป์เมเจอร์ มานานถึง 17 รายการติดต่อกันเข้าไปแล้ว หลังเจ้าตัวทำได้ดีสุดเพียงแค่อันดับ 3 ร่วมกับ แบรนด์ท สนีเดเกอร์ ก้านเหล็กเพื่อนร่วมชาติ และแพ้ เอลส์ ไป 4 สโตรก
หลังจบรอบ 3 วู้ดส์ อยู่ในตำแหน่งที่ยังพอมีลุ้นแชมป์อยู่บ้าง ทว่าเจ้าตัวกลับฟอร์มหลุดในวันที่ 4 ด้วยการทำไปถึง 3 โอเวอร์พาร์ จากการเก็บได้ 4 เบอร์ดี้ แต่เสียไปถึง 1 ทริปเบิ้ลโบกี้ กับอีก 4 โบกี้ ส่งผลให้รวม 4 วัน ทำสกอร์ไป 3 อันเดอร์พาร์ 277 รั้งอันดับ 3 ร่วม
ผลการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้ วู้ดส์ ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ระดับ เมเจอร์ มาครองได้ เป็นรายการที่ 17 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว โดยครั้งหลังสุดที่เขาทำได้ ต้องย้อนไปถึงศึกยูเอส โอเพ่น ปี 2008 อย่างไรก็ตาม อดีตก้านเหล็กหมายเลข 1 ของโลก เผยว่า ตนไม่รู้สึกซีเรียสกับเรื่องนั้นแต่อย่างใด
"มันเป็นส่วนหนึ่งของกอล์ฟอยู่แล้ว เราต่างก็ต้องผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้กันทั้งนั้น บางคนอาจต้องเจออย่างนี้ไปตลอดชีวิตการเป็นนักกอล์ฟอาชีพด้วย ในขณะที่ของคนอื่นอาจสั้นกว่านิดหน่อย แม้แต่เหล่านักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่บางคนก็ต้องเคยเจอกับช่วงเวลาที่มันยืดออกมานิดๆ แบบนี้อยู่แล้ว" โปรวัย 36 ปี เผย
จากการคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้ เอลส์ ขยับจากที่ 40 ขึ้นมารั้งมือ 15 โลกทันที ขณะที่ อดัม สกอตต์ พุ่งจากที่ 13 ขึ้นมาเป็นมือ 6 โลก ด้าน ไทเกอร์ วู้ดส์ ขึ้นจากมือ 4 มาเป็นเบอร์ 2 โลก ส่วน ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟขวัญใจชาวไทย หล่นจาก 105 ลงไปเป็นมือ 108 โลก หลังได้อันดับ 77 ร่วมในศึก ดิ โอเพ่น
ขณะเดียวกัน จิม แม็คอาร์เธอร์ ประธานคณะกรรมการการแข่งขันของ เดอะ รอยัล แอนด์ แอนเชียนคลับ (อาร์แอนด์เอ) เผยว่าไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่นักที่ คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีมล่าสุด มาทำหน้าที่เป็นแคดดี้ให้ อันเดรส โรเมโร่ นักกอล์ฟหนุ่มเพื่อนร่วมชาติ ในการแข่งขันรอบสุดท้าย
เตเวซ ทำเอาแฟนกอล์ฟต้องฮือฮา เมื่อเจ้าตัวมารับบทบาทแคดดี้ให้กับ โรเมโร่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก้านเหล็กวัย 31 ปี ใช้คนอื่นเป็นแคดดี้มาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม "เตฟ" ก็ไม่สามารถช่วยเพื่อนของเขาได้สำเร็จ เมื่อโปรกอล์ฟชาวอาร์เจนไตน์ ดันทำเพิ่มอีก 12 โอเวอร์พาร์ จนทำให้สกอร์รวม 4 วัน อยู่ที่ 18 โอเวอร์พาร์ 298 เลยทีเดียว
แม็คอาร์เธอร์ พูดถึงประเด็นดังกล่าวว่า "ผมคิดว่า เราจำเป็นต้องพิจารณากันถึงประเด็นนี้สักหน่อย สิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับผมก็คือเขาไม่ได้วางถุงไม้กอล์ฟลงเลย ดังนั้นในตอนที่เขายืนอยู่บนกรีน เขาเลยแบกถุงไม้กอล์ฟเอาไว้อยู่ตลอด มันเป็นสิ่งที่บ้าบอสุดๆ บางทีมันเราอาจต้องมาดูถึงเรื่องนี้กันสักหน่อย เพราะปกติแล้ว เราจะได้รายชื่อของแคดดี้ต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงเริ่มสัปดาห์การแข่งขันแล้ว และเราจะนำประเด็นนั้นมาพิจารณาด้วย"
อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์ ดอว์สัน ประธานบริหารของ อาร์แอนด์เอ มองว่า นี่เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะมันทำให้มีคนตามดูการแข่งขันหลายคน "มันไม่ใช่เรื่องของผม ที่จะไปพูดเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกแคดดี้ของนักกอล์ฟ ตราบใดที่พวกเขายังประพฤติตัวตามวัฒนธรรมที่ดีที่สุดของการแข่งขัน รวมถึงยังอยู่ในกฎการแข่งขัน"
"เท่าที่ผมรู้ มิสเตอร์เตเวซ อาจจะเป็นแคดดี้ที่มีประสบการณ์สูงมากๆ ผมไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของเขา แต่ผมก็ไม่สามารถให้ความคิดเห็นได้หรอกว่า มันเป็นความผิดของนักกอล์ฟ หรือแคดดี้ ที่ทำให้สกอร์มันสูงขนาดนั้น"
"อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจมากเลยนะ เพราะมันมีกลุ่มผู้คนกลุ่มใหญ่คอยตามเชียร์กลุ่มนั้น บางทีแฟนกอล์ฟ กับแฟนฟุตบอลอาจจะมีความคาบเกี่ยวกันมากกว่าที่ผมรู้นิดๆ ก็ได้ และบางทีมันก็คงไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่หรอก" ดอว์สัน ร่ายยาว
สำหรับในสัปดาห์นี้มีรายการที่น่าสนใจคือ ศึก อาร์บีซี แคนาเดี้ยน โอเพ่น ชิงเงินรางวัล 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 156 ล้านบาท) ของ พีจีเอ ทัวร์ ที่สนามแฮมิลตัน กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ ใน แอนคาสเตอร์, ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ค.นี้
ในรายการนี้มี ฌอน โอแฮร์ เป็นแชมป์เก่า หลังจากทำสกอร์วันสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ รวมเป็น 4 อันเดอร์พาร์ เท่ากับ คริส แบล็งค์ส ก่อนที่ โอแฮร์ จะชนะในการเล่นเพลย์-ออฟ อย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ในปีนี้ เพราะมีมือดังๆ ลงเล่นกันหลายราย รวมทั้ง เออร์นี่ เอลส์ เจ้าของแชมป์ ดิ โอเพ่น ด้วย
นอกจาก "บิ๊กอีซี่" ที่จะประชันวงสวิงแล้วก็ยังมี แมตต์ คูชาร์, ฮันเตอร์ เมฮาน, จิม ฟิวริค, ชาร์ล ชวาร์ตเซล, แบรนด์ท สนีเดเกอร์ และ โบ แวน เพลท์ เป็นต้น
PRINCE