คอลัมน์ : จากปากกายอดทอง โดย.. ยอดทอง
เครื่องจับเท็จ
24/07/2012 9:00:24 น.


 
        ระยะนี้ ใครๆ ก็พูดกันถึง เครื่องจับเท็จ กันนะครับ
         
        หลังจากที่ ผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพเมืองไทยคนหนึ่ง โดยสั่งพักงานยาวถึง 4 ปี จากการประเมินของสมาคมฟุตบอลฯ ว่า ทำหน้าที่ไม่โปร่งใส ซึ่งน้ำหนักส่วนหนึ่งที่ทำให้การพิจารณาออกมาเช่นนี้ มาจากผลการตรวจสอบด้วยเครื่องจับเท็จว่า พูดไม่จริงกับคำถามสำคัญ...รับทรัพย์ว่าจ้างมาหรือเปล่า?
        
        บางคนก็บอกว่า ผลของเครื่องจับเท็จ เชื่อไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรจะเป็นน้ำหนักพิพากษาความผิดคนคนได้ถึงขนาดนั้น
      
        บางคนก็ว่า เครื่องจับเท็จนี่แหละ ฉมังนักกับการจับโกหกมนุษย์ ถ้าไม่ได้ผลจริง จะเป็นเครื่องมือสากลที่ตำรวจหรือกระบวนการยุติธรรมทั่วโลกนำมาใช้มาหลายทศวรรษได้อย่างไร
     
        ข้อกังขาเช่นนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่องจับเท็จคืออะไร แล้วมันทำงานอย่างไร เพื่อแจ้งผลอะไร
    
        คือ มนุษย์นั้นเป็นสัตว์โลกที่แสนฉลาด แสดงจากอาการภายนอกเพื่อหลอกลวงผู้อื่นได้ ด้วยท่าทาง แววตา คำพูด ดังที่โบราณใช่คำว่า ..โกหกหน้าซื่อตาใส.. ที่บางทีจะสามารถ หลอกได้กระทั่งตัวเอง คือเป็นตุเป็นตะเป็นเรื่องเป็นราว จนตัวเองเชื่อว่าเป็นจริงในจินตนาการ
 
        แต่ที่มนุษย์หลอกหรือโกหกไม่ได้ ก็คือ จิตใต้สำนึก ของตัวเอง
    
        เครื่องจับเท็จ คือเครื่องมือที่ดึงเอา จิตใต้สำนึก นั้น ออกมาได้ และพิสูจน์ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์ จึงเป็นว่า มันเป็นเรื่องยากมากที่มนุษย์ธรรมดาจะหลอกเครื่องจับเท็จได้ ด้วยปกปิดจิตใต้สำนึกตัวเองไม่ได้
   
        โดยหลักการคร่าวๆ เครื่องจับเท็จก็คือเครื่องมือทางการแพทย์หลายอย่างที่มาทำงานร่วมกัน ตรวจสอบการเต้นของหัวใจ ชีพจร-ความดันโลหิต-อัตราการหายใจ-ปฏิกิริยากระตุ้นทางกายภาพอันทำให้เกิดศักย์ไฟฟ้า (โดยแต่ละส่วนก็จะติดผนึกแนบกับร่างของผู้รับการตรวจตามส่วนต่างๆ)
    
        ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าจากเครื่องตรวจจับโดยละเอียดเหล่านี้ จะแสดงออกมาเป็นกราฟในแต่ละส่วน โดยแสดงผลรวมกัน มันจึงมีชื่อว่า polygraph
    
        เส้นกราฟจะบ่งถึงการทำงานของจิตใต้สำนึกของผู้รับการตรวจ หาก "ปากกับใจตรงกัน"กราฟก็แสดงแบบหนึ่ง
    
        แต่ถ้าไม่ใช่.. ปากกับใครไม่ตรงกัน..การตอบสนองทางร่างกายที่ค้านจิตสำนึกจะสู่สภาพกดดันเคร่งเครียดในระดับ "เกินปรกติ"
     
        ชีพจร หัวใจเต้นแรงขึ้น-ความดันพุ่งปรี๊ด-อัตราการหายใจแรงขึ้น -ปฏิกิริยากระตุ้นของผิวหนัง การใส่ปลอกนิ้วมือเพื่อตรวจความชื้นผิวหนัง ..นั่นก็คือ ตรวจว่าเหงื่อออกเยอะกว่าปรกติหรือไม่ไงครับ (ดังที่เราทราบกันว่า ผู้ที่มีพิรุธ ตื่นเต้นในภาวะกดดัน ต่อมเหงื่อมักจะทำงานขับเหงื่อออกมาเกินปรกติ) ปลายนิ้วชุ่มเหงื่อ สื่อไฟฟ้าไปสู่เส้นกราฟก็ย่อมเข้มข้น
    
        การแสดงออกทางกายภาพภายในเป็นอย่างไร กราฟก็รายงานมาอย่างนั้น
   
        ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก็ "อ่านค่า" ตามกราฟเหล่านี้  โดยป้อนคำถามให้ตอบ โดยมีหลักการปฏิบัติเป็นระบบสากล ดึงจิตใต้สำนึกออกมาเรื่อยๆ จนถึงจุดตรวจสอบ กับคำถามสำคัญ
    
        พฤติกรรมกายภาพที่มาจาก จิตใต้สำนึก แสดงค่าให้อ่านเพียงสองคำตอบ คือ จริงหรือเท็จ เท่านั้น
    
        เป็นเพียงผลตรวจสอบที่ ผู้พิจารณานำไปเป็นองค์ประกอบของการวิเคราะห์สอบสวน ที่ต้องมีหลักฐานอื่นกำกับอีกมากมายว่า การให้การของผู้ถูกตรวจสอบนั้น มีน้ำหนักแค่ไหนเท่านั้น ในทางกฎหมาย ผลของเครื่องจับเท็จ ไม่สามารถนำเป็นหลักฐานของคดีได้นะครับ เพราะไม่ได้ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์
    
        โดยกระบวนการที่ครบถ้วนแล้ว ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญการอ่าน "ภาษากาย body language" ทำงานควบคู่ไปอีกด้วย ในการตรวจสอบปฏิกิริยาสรีรศาสตร์ ที่คนเราจะแสดงอาการต่างๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อพูดโกหก เช่นไม่สบตา จังหวะการกรอกตา ขยับตัวไปมา ฯลฯ อันเป็นอาการที่ "หลุด" ออกมาจากจิตสำนึก และการปกป้องตัวเองกับการกล่าวไม่จริงอันซับซ้อนหลอกตัวเองเข้าไปอีกทบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญภาษากาย จะ "อ่าน" อย่างง่ายดาย แล้วนำไปผนวกกับผลการตรวจสอบจากเครื่องจับเท็จ กำกับเวลาที่ตรงกัน และมักสอดคล้องกันในทุกส่วนองค์ประกอบ
      
        หากว่ากันตามตรรกะแล้ว คนที่ปากกับใจตรงกัน บริสุทธิ์ใจในการตอบทุกข้อ เส้นกราฟมันก็ไม่ดิ้นรน
      
        แต่คนที่สับสนทุรนทุรายในใจกับ "การหลอก" กราฟอ่านจิตใต้สำนึกทุกตัว มันมัดถึงขนาดนั้นถามจริ๊ง..ง..ง..ว่าจะรอดหรือไม่ล่ะ
     
        ว่ากันว่า คุณผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว อย่าได้สงสัยหรือดูแคลนประสิทธิภาพ เครื่องจับเท็จ อย่างเด็ดขาด
    
        ยิ่งเก่า อายุการใช้งานนานมาก...ก...ก  กลับยิ่งทำงานเฉียบ เครื่องเดียวจับคลื่นโกหก ได้ทั้ง ปฏิกิริยาทางสรีรศาสตร์และภาษากาย
    
        บางที แค่เบ่งตา มือเกร็งเก้งก้าง อ้าปากยังไม่ทันพูด จากแค่คำถามแรกที่โดนป้อนให้ตอบ
    
        เครื่องจับเท็จนี้ ไม่แสดงค่าเป็นกราฟให้ตีความด้วย  แต่ปรี๊ดเป็นเสียงออโต้ทันควัน
   
        "อ้าปาก ก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ไม่ต้องมาแก้ตัว สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะ!.."
    
        เมีย คือเครื่องจับเท็จที่ปรงประสิทธิภาพที่สุด ซ้ำยังเป็นผู้พิพากษาด้วยครับ
  
        แต่ ผู้รู้ สั่งสอนนักสั่งสอนหนาว่า...กับเมียแล้ว อย่าสารภาพเด็ดขาด ถึงจนมุมก็ต้อง ตีหน้าซื่อตาใสให้ถึงที่สุด กระต่ายสามขายังไม่พอ กระต่ายไม่มีขาก็ยังต้องยัน
   
        เพราะสารภาพกับเมีย มีแต่จะโดนเพิ่มโทษ สิ้นสภาพ ..คุณว่าจริงไหมล่ะ
  
        
-ยอดทอง-
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ยอดทอง

จำนวนเรื่อง : 229
All post : 1,841
All view : 1,414,305
คอลัมน์ จากปากกายอดทอง

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263