คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. อ.ศ.ม.
คาเวนดิชชนะสเตจ 18 ทำสถิติซิวชัยในตูร์ฯ 22 หนเท่าแลนซ์
22/07/2012 10:41:04 น.

ที่ บรีฟ-ลา-ไกยาร์กด์ ประเทศฝรั่งเศส ถึงแม้จะเป็นทางราบเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีเนินเขาเล็กๆ ให้ต้องปั่นสลับเส้นทางไปมาระหว่างบลันญัก มุ่งหน้าไปเข้าเส้นชัยที่ บรีฟ-ลา-ไกยาร์กด์


         ทำให้ตลอดเส้นทาง 222.5 กิโลเมตร ไม่มีน่าเบื่อแถมยังมีวิวทิวทัศน์สวยงามให้เหล่านักปั่นได้มองกินลมชมวิวสองข้างทางไปเพลิน เพราะมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วไม่มีอะไรต้องเครียดต้องต่อสู้กัน เหลือเพียงแค่ทำเวลาให้ดีที่สุด เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าตำแหน่งแชมป์ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ปีนี้คงเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ นักปั่นจากสหราชอาณาจักรสังกัดทีม สกาย ที่รั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวมมาเกือบสองสัปดาห์ 


         ทั้งนี้ผลการแข่งขันในสเตจที่ 18 ปรากฏว่า มาร์ค คาเวนดิช ยอดนักปั่นจากสหราชอาณาจักร สังกัดทีม สกาย ยังคงสุดยอดในการสปรินต์คว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ หลังจากเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 54 นาที 12 วินาที พร้อมกับทำสถิติซิวชัยสเตจในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ มากที่สุดเป็นครั้งที่ 22 รั้งอันดับที่สี่ร่วมกับ แลนซ์ อาร์มสตรอง ตำนานแชมป์ 7 สมัย จากสหรัฐอเมริกา ขณะที่ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ น่องเหล็กเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมชาติของคาเวนดิช ที่กำลังรั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวมจ่อเข้าใกล้แชมป์ทุกขณะสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 19 ด้วยเวลาตามหลัง 4 วินาที


         สำหรับ มาร์ค คาเวนดิช ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกวางให้เป็นตัวเต็งแชมป์ปีนี้ แต่โชคร้ายตั้งแต่สัปดาห์แรกของการแข่งขันประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บทำให้เสียเวลามาก แต่ในที่สุดคาเวนดิชก็สามารถคว้าแชมป์สเตจในตูร์ฯ ปีนี้เป็นครั้งที่สองจนได้ เมื่อทำเวลาเข้าเส้นชัย 4 ชั่วโมง 54 นาที 12 วินาที โดยมี แม็ท กอส นักปั่นจากออสเตรเลีย และ ปีเตอร์ ซาแกน นักปั่นจากสโลวาเกีย ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ด้วยเวลาเท่ากัน ขณะที่ คาเดล อีแวนส์ แชมป์เก่าจากออสเตรเลีย เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 39 ด้วยเวลาตามหลัง 4 วินาทีเช่นกัน


         ส่วนทางด้าน แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ น่องเหล็กเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมชาติของคาเวนดิช สวมเสื้อเหลืองผ่านเส้นชัยเข้ามาเป็นอันดับที่ 19 ด้วยเวลาตามหลัง 4 วินาที ส่งผลให้มีเวลารวม 83 ชั่วโมง 22 นาที 18 วินาที ยึดอันดับหนึ่งในประเภทโอเวอร์ออลเอาไว้ได้ต่อเนื่อง รอเวลาอีกแค่สองสเตจก็จะได้ฉลองแชมป์ที่กรุงปารีส ส่วนอันดับสองยังคงเป็น คริสโตเฟอร์ ฟรูม นักปั่นสหราชอาณาจักรของทีม สกาย อีกคนทำเวลาตามหลัง 2 นาที 5 วินาที และ วินเชนโซ่ นิบาลี่ จากอิตาลีของทีมลิกีกาส อยู่อันดับ 3 ทำเวลาตามหลัง 2 นาที 41 วินาที 


         โดยในระหว่างที่ขึ้นโพเดียมใส่เสื้อเหลืองต่อ ฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจนักปั่นทุกคนพร้อมกับขึ้นไปจับมือแสดงความยินดีกับการเป็นว่าที่แชมป์ของวิกกิ้นส์อีกด้วย 


         คาเวนดิช กล่าวหลังคว้าแชมป์สเตจว่า ''มันเหลือเชื่อจริงๆ เรา (ทีม สกาย) มาที่นี่ด้วยเป้าหมายจะคว้าเสื้อเหลือง และในที่สุดเราก็กำลังจะได้ทั้งอันดับหนึ่งและอันดับสอง ในประเภทเวลารวม คุณไม่อาจต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว''  


         ''แน่นอนว่าผมรู้สึกดีใจที่คว้าแชมป์สเตจได้ ตอนผมสปรินต์ผมใส่เต็มกำลัง หลังจากผมบอกเพื่อนร่วมทีมว่า ขอโอกาสผมสปรินต์เถอะนะ พวกเขาก็ตอบว่า ได้เลย''


         ทางด้านวิกกิ้นส์กล่าวว่า ''ผมโล่งใจมากขึ้นหลังจากผ่านสเตจที่ 17 ตอนนี้ผมกำลังเดินหน้าสู่ปารีสเพื่อฉลองชัยชนะกับเพื่อนร่วมทีม การทำงานของทีม สกาย ยังออกมาดีไม่มีที่ให้ติ ทุกคนช่วยเหลือกันโดยดี'' 


         อย่างไรก็ดี จากนี้จะเข้าสู่เส้นทางสเตจที่ 19 สเตจรองสุดท้ายนี้จะมีระยะทาง 53.5 กิโลเมตร เป็นการจับเวลาไทม์ไทรอัล จากบอนน์วาล ไปยังชักทร์


         อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ของการแข่งขันสเตจที่ 18 กลับอยู่ที่เหตุการณ์อุบัติเหตุกลุ่มรถนักปั่นชนกันล้มระเนระนาดสาเหตุมาจากมีสุนัขสีดำตัวใหญ่วิ่งหลงเข้ามาบนถนนระหว่างการแข่งขันทำให้ ฟิลิปเป้ จิลเบิร์ต นักปั่นจากเบลเยียม สังกัดทีมบีเอ็มซี เรซซิ่ง เบรกไม่ทันและอยู่ด้านหน้าสุดพุ่งเข้าชนเจ้าหมาตัวดังกล่าวทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนและขาก่อนที่แพทย์ประจำการแข่งขันพาขึ้นรถพยาบาลไปดูแล 


         ซึ่งหลังจากรถล้มผู้จัดการทีมบีเอ็มซีเข้ามาพยุงตัวจิลเบิร์ต ที่บันดาลโทสะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่พยายามเดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปต่อว่าจะเอาเรื่องเจ้าของสุนัขที่ดูแลไม่ดีแถมยังจะเข้าไปตีเจ้าหมาตัวก่อเหตุอีกด้วย 


         จิลเบิร์ตเปิดเผยว่า ''มือของผมได้รับบาดเจ็บ ศอกและหัวเข่าเจ็บเลือดเต็มไปหมด นอกจากนี้ยังมีสะโพกและไหล่ที่เจ็บด้วย คาดว่าน่าจะเอ็นฉีก หมาตัวนี้มันแข็งแรงกว่าผม''


         ''สิ่งสำคัญมากที่สุดผมไม่อยากให้ร่างกายมีอะไรหักเพราะโอลิมปิกกำลังจะมาถึงในสัปดาห์หน้า ผมต้องเป็นตัวแทนของเบลเยียมลงแข่งขัน นี่คือสิ่งที่ผมกลัวและกังวลอย่างมาก''


         ''ผมต้องการชกพวกเขาสักทีที่ปล่อยหมามาได้อย่างไร แต่ผู้จัดการเข้ามาห้ามให้ผมใจเย็นๆ ไว้ หลังจากนั้นผมรู้สึกรำคาญใจและหงุดหงิดมาก''


         ''ผมต่อสู้กับนักปั่นในการแข่งขันด้วยกันไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่ผมต้องมาโชคร้ายในการแข่งขันเพราะหมาตัวเดียว มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ''  




ฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ประธานาธิบดีประเทศฝรั่งเศส จับมือยินดีกับ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักรที่ยังรักษาตำแหน่งผู้นำเวลารวมเอาไว้ได้จ่อเป็นแชมป์ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ในปี




โธมัส โฟ้กแคลร์ นักปั่นชาวฝรั่งเศส ขวัญใจเจ้าถิ่นสวมเสื้อลายจุดต่อไปไม่ทำให้แฟนๆ เมืองน้ำหอมผิดหวัง




 ทีม สกาย ขึ้นโพเดียมรับรางวัลอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาหลังจากทำเวลารวมประเภททีมอยู่อันดับที่ 2




ฟิลิปเป้ จิลเบิร์ต นักปั่นจากเบลเยียม บันดาลโทสะจะเข้าไปเล่นงานเจ้าของหมา หลังจากปล่อยให้วิ่งเข้าไปในถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุขบวนนักปั่นล้มจนได้รับบาดเจ็บไปหลายคน




กินลมชมวิว



ขบวนนักปั่นกำลังผ่านสะพานหินเก่าแก่ในลา ดอร์โดเญ่




ภาพสวยๆ ของขบวนเพโล ตอนกำลังมุ่งหน้าไปยัง บรีฟ-ลา-ไกยาร์กด์




วิวในสเตจที่ 18 จะได้เห็นกังหันลมโบราณในเมืองบลันญัก 




ขบวนนักปั่นกำลังผ่านหมู่บ้านเก่าแก่ในบลันญัก ระหว่างเส้นทางการแข่งขันสเตจ 18




กองเชียร์ โธมัส โฟ้กแคลร์ นักปั่นจากฝรั่งเศส ลงทุนขึ้นไปทำป้ายเชียร์เป็นการส่วนตัวทำให้เฮลิคอปเตอร์ประจำตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ต้องถ่ายภาพเอาไว้


             อ.ศ.ม. 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : อ.ศ.ม.

จำนวนเรื่อง : 51
All post : 32
All view : 68,891
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263