เรียบร้อยแล้วสำหรับ ''บิ๊กฟิล'' ฟิล มิคเคลสัน ยอดโปรสิงห์อีซ้ายจากสหรัฐฯ ต้องหอบกระเป๋ากลับบ้านก่อนเพื่อนๆ อีกหลายคน หลังจากที่ไม่อาจเรียกฟอร์มกลับมาได้ตีเละอีกในรอบสอง 8 โอเวอร์พาร์ 78 ศึกกอล์ฟ ดิ โอเพ่น เมเจอร์ที่สามแห่งปีที่รอยัล ไลแธม แอนด์ เซนต์ แอนน์ส แคว้นแลนแคสเชอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2555 สกอร์รวมสองวัน 11 โอเวอร์พาร์ 151
ส่วนผู้นำ แบรนด์ท ซเนดเดอเกอร์ จากสหรัฐฯ ทำสถิติไม่เสียโบกี้เลยในสองวันแรกเทียบเท่ากับ ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ทำเอาไว้เมื่อปี 2000 แล้วหลังทำสกอร์ 64 ในวันที่สอง อดัม สกอตต์ จากออสเตรเลียตามหนึ่งสโตรก และไทเกอร์มาที่ 6 อันเดอร์พาร์ สำหรับนักกอล์ฟไทยอย่าง ธงชัย ใจดี และ ประหยัด มากแสง นั้นผลงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อธงชัยผ่านตัดตัวแม้ว่าจะตีเกิน 1 โอเวอร์พาร์ 71 ประหยัด เละอีก 75 กลับบ้าน
วันที่สองเมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม ไฮไลต์อยู่ที่ แบรนด์ท ซเนดเดอเกอร์ โปรชาวอเมริกันที่มาแบบร้อนแรงเหลือเกินทำ 4 เบอร์ดี้ใน 9 หลุมแรกหลุม 1, 6, 7 และ 9 พร้อมกับเป็นการทำสามติดต่อกันถึงหลุม 10 และ 11 แล้วทำพาร์ในหลุมที่เหลือสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 64 โดยไม่เสียโบกี้เลยเป็นการไม่เสียโบกี้เลย 36 หลุม หลังจากวันแรกทำ 4 เบอร์ดี้ไม่เสียโบกี้เช่นกัน 66 สกอร์รวมสองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 130 นำเดี่ยว
สถิติการเล่นสองวันแฟร์เวย์ 60.7% (17/28) กรีนถือว่าดีเยี่ยม 31 จาก 36 คิดเป็น 86.1% (31/36) พัตต์ 1.61 และไดรฟ์ไกล 296.8
ผ่านมาสองรอบแรกหรือ 36 หลุม ซเนดเดอเกอร์ไม่เสียโบกี้เลยแม้แต่หลุมเดียวเขาเป็นเพียงนักกอล์ฟคนที่สองเท่านั้นต่อจาก ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ไม่เสียโบกี้เลยในสองรอบแรกของ ดิ โอเพ่น โดยไทเกอร์ทำที่เซนต์ แอนดรูว์ส ปี 2000 เรียกว่าในรอบ 12 ปีเลยทีเดียว แต่เป็นคนที่สองต่อจาก รอรี่ แม็คอิลรอย ที่เสียโบกี้น้อยที่สุดในรายการของเมเจอร์ โดยแม็คอิลรอยเสียแค่โบกี้เดียวในสองรอบแรกยูเอส โอเพ่น ปีที่แล้ว ซึ่งแม็คอิลรอยคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในอาชีพ
แต่นักกอล์ฟที่เสียโบกี้น้อยที่สุดในสามรอบแรกของเมเจอร์คือ สจ๊วร์ต แอพเพิลบี โปรชาวออสเตรเลียที่เสียแค่โบกี้เดียวในสามรอบแรกของศึกเดอะ มาสเตอร์ส ปี 2001 อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์เมเจอร์เลยแม้แต่รายการเดียว ต้องดูกันต่อไปว่าซนีดเกอร์นั้นจะทำได้หรือไม่
อดัม สกอตต์ โปรชาวออสเตรเลียผู้นำในวันแรกทำ 4 เบอร์ดี้เสีย 1 โบกี้ในรอบสองสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวมสองวัน 9 อันเดอร์พาร์ 131 จี้ติดแค่สโตรกเดียวโอกาสยังมีลุ้นแชมป์เมเจอร์แรกของตัวเองสถิติของ สกอตต์ ผ่านไปสองรอบแรกแฟร์เวย์ 75% (21/28 กรีน 72.2% (26/36) ไดรฟ์ไกล 312.5 หลา และ พัตต์ 1.56
''พญาเสือ'' ไทเกอร์ วู้ดส์ อดีตมือหนึ่งของโลกแชมป์สามสมัยปี 2000, 2005 และ 2006 เจ้าของแชมป์เมเจอร์ในอาชีพรวม 14 รายการผลงานดีอย่างต่อเนื่องทำสองเบอร์ดี้ใน 9 หลุมแรกแม้ว่าจะเสียโบกี้หลุม 11 แต่เขากลับมาอย่างสุดยอดในช่วงสามหลุมสุดท้ายเบอร์ดี้หลุม 16 และในหลุม 18 พาร์ 4 ระเบิดทรายขึ้นลงทำเบอร์ดี้ปิดท้ายสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 67 สองวันติดต่อกันสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 134 อยู่ที่สามตามหลังสี่สโตรกน่าจับตามองโอกาสแชมป์เมเจอร์ที่ 15
เป็นที่น่าสังเกตว่านี่เป็นครั้งที่ 8 ที่ไทเกอร์เปิดสองรอบแรกด้วยสกอร์ช่วง 60 โดย 7 ครั้งก่อนหน้านี้เขาคว้าแชมป์ได้ด้วยเมื่อทำสกอร์ช่วง 60 ในช่วงสองรอบแรกเจ้าตัวบอกว่า ''โดยรวมแล้วผมพอใจกับที่ผมเล่นอยู่นะ เราผ่านครึ่งทางไปแล้วตอนนี้หากสภาพอากาศดีในพรุ่งนี้ถึงวันอาทิตย์ก็เชื่อว่าน่าจะดีด้วย''
สถิติของไทเกอร์ในสองรอบแรกเขาพลาดแค่สองแฟร์เวย์ ซึ่งมาพลาดในรอบสองโดยรอบแรกไม่พลาดเสียสถิติ 92.9% (26/28) กรีน 80.6% (29/36) และเป็นที่น่าสังเกตว่าเขาไม่เน้นไดรฟ์ไกลแล้วแค่ 266.8 พัตต์ 1.61
''บิ๊กฟิล'' ฟิล มิคเคลสัน โปรสิงห์อีซ้ายจากสหรัฐฯ ไม่ดีขึ้นเลยโดยวันที่สองนี้ 9 หลุมแรกโบกี้ และดับเบิลโบกี้หลุม 6 พาณ์ 4 แม้ว่าจะได้เบอร์ดี้หลุม 12 แต่ก็ดับเบิลโบกี้สองหลุมติดจากหลุม 13-14 แถมโบกี้อีกหลุม 15 และ 18 สกอร์ 8 โอเวอร์พาร์ 78 รวม 11 โอเวอร์พาร์ 151 ไม่ผ่านตัดตัวหิ้วกระเป๋ากลับบ้าน
สถิติการเล่นของมิคเคลสันนั้นสองรอบแฟร์เวย์แค่ 12 คิดเป็น 42.9% (12/28) กรีน 41.7% (15/36) ไดรฟ์ไกล 272.8 หลา และ พัตต์ 1.61
มิคเคลสัน ทำผลงานดีที่สุดใน ดิ โอเพ่น คืออันดับสองปีที่แล้ว และอันดับ 3 เมื่อปี 2004 แต่ปีนี้กลับฟอร์มหลุดคนละเรื่องเลยโอกาสเขาแก้ตัวในพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมเจอร์สุดท้ายแห่งปีในเดือนสิงหาคม