คอลัมน์ : มุมสี่สิงห์ โดย.. งาช้างดำ
สรุปว่าโดน 4 ปี!
22/07/2012 9:04:39 น.


     เป็นอันได้ข้อสรุปว่าสุดท้ายแล้วทางสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งเป็นองค์กรสุดท้ายที่รับผิดชอบโดยตรง ก็ได้มีการตัดสินกรณี "เปาเก้า" มานพ ปานสาคร ให้ห้ามลงทำหน้าที่ตัดสิน 4 ปีเต็ม ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนว่าทำหน้าที่ในเกม ชัยนาท เอฟซี - บีอีซี เทโรศาสน ส่อไปในทางทุจริต!




        ถามว่าทำไม? ถึงกล่าวหาว่า "มานพ ปานสาคร" ทำหน้าที่ได้บกพร่อง แน่นอนว่าเกมดังกล่าวเป็นชนวนบอกเหตุได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ 3 เหตุการณ์คลาสสิกบนสนามเขาพลอง สเตเดี้ยม ซึ่งท่านท้าวมหาวลีราช "มานพ" นิ่งเฉยจนเกิดความน่าสงสัยว่ารับเงินเขาหรือเปล่า



        จนในที่สุดเขาเป็น "สิงห์เชิ้ตดำ" รายแรกที่ประเดิมเข้าเครื่องจับเท็จของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามความประพฤติมิชอบในวงการฟุตบอล (คปบ.) แถมยังมาแจ็กพอตแตกด้วยการจับได้ว่า "โกหก" อีกต่างหาก


        มีการตั้งคำถามว่าเชื่อได้มากน้อยแค่ไหนสำหรับเครื่องจับเท็จ ซึ่งเรื่องนี้ทาง "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธาน คปบ. ได้มอบหมายงานให้ พ.ต.อ.สันติ์ สุขวัจน์ รองคณะบดี คณะนิติวิทยาศาสตร์ ร.ร.นายร้อยตำรวจ เป็นหัวขบวนทำเรื่องนี้



        พร้อมกับยืนยันว่าจริงๆ แล้วเครื่องจับเท็จที่อเมริกามีใช้งานมากว่า 100 ปีแล้วพัฒนามาจากเครื่องแมนนวลธรรมดาสู่ระบบดิจิตอล ขณะที่บ้านเรากว่าที่จะนำมาใช้งานก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปอบรมกับ "เอเอฟบีไอ" ให้มีความชำนาญเสียก่อนถึงจะนำเอามาใช้งานได้



        คดีที่สำคัญก็ได้แก่ เสริม สาครราษฎร์ "ฆาตรกรฆ่าหั่นศพ" เจนจิรา พลอยองุ่นศรี และ "วิศวกรฆ่าเมียตัวเอง" ก็สามารถใช้เครื่องจับเท็จกระทั้งนำไปสู่การจับกุมขึ้นศาลและปิดคดีในที่สุด 



        พ.อ.อ.สันติ์ ยังแจงให้เห็นภาพว่าเครื่องมือจับเท็จจะวัดจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าเป็นคนผิดจริง! จะมี "สารอะดรีนาลิน" หลั่งออกมามากกว่าปกติเพื่อปกป้องตัวเองว่าไม่ใช่คนผิด จนถึงขั้นบังคับตัวเองไม่ได้ดังที่เราจะเห็นคนแบกโอ่งวิ่งเนื่องจากบ้านถูกไฟไหม้ ล้วนแล้วแต่มาจากการหลั่งของสารดังกล่าวทั้งสิ้น



        "เครื่องนี้เชื่อได้มากน้อยแค่ไหน คดี "เสริม สาครราษฎร์" น่าจะเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี เพราะ "เสริม" ถือว่าเป็นนักศึกษาแพทย์ มีความรอบรู้อย่างดีว่าเครื่องจับเท็จสามารถวัดอะไรบ้างในร่างกายมนุษย์ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านหรือหนีความจริงไปได้'' นี่คือในส่วนงานของตำรวจซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว



        แต่เรื่องยังไม่จบเท่านั้นเพราะกรณีนี้ถือว่าไม่ใช่คดีอาญา ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด "มานพ ปานสาคร" ได้ เขาเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา แต่สิ่งที่สมาคมฟุตบอลฯ จะทำได้คือผิดพลาดจริงในการทำหน้าที่ ก็ลงโทษทางวินัยเท่านั้นเอง! ล่าสุดก็ได้นำเอาผลจากการเข้าเครื่องจับเท็จบวกข้อผิดพลาดในการตัดสิน 3 เหตุการณ์ลงโทษ "เปาเก้า" ตามระเบียบข้อ 2 คือมีพฤติกรรมบกพร่องอย่างมีนัยยะสำคัญมีหลักฐานและมูลเหตุจูงใจชัดเจนจึงห้ามลงทำหน้าที่ตัดสินเป็นเวลา 4 ปี ทั้งนี้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน!



        อย่างที่บอกกันไปว่านี่คือ "สิงห์เชิ้ตดำ" รายแรกซึ่งดวงซวยที่สุดแห่งปี เขาจะรับเงินหรือไม่ได้รับ! ณ เวลานี้สังคมเขาก็ตัดสิน "เปาเก้า" ไปแล้วว่าเป็นคนผิด! อีกทั้งยังมีหน้าที่การงานรับราชการในเทศบาลบ้านเกิด ที่ จ.นครนายก เรียกได้ว่าตัวเองเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่เมื่อขึ้นหลังเสือแล้วก็จงอย่างลง ต้องไปให้ถึงที่สุด



        สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ถ้าไม่ใช่คนผิดก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะเห็นว่าเป็นงานที่ "เปาเก้า" บอกว่ารักมากที่สุด "คนล้มอย่าข้าม" คนไทยเขาถือ! สู้ๆ ครับพี่!


                                                                ''งาช้างดำ''

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

งาช้างดำ
นามปากกา : งาช้างดำ

จำนวนเรื่อง : 40
All post : 118
All view : 206,623
คอลัมน์ มุมสี่สิงห์
มานพ...พูดจริงหรือเท็จ
ทวนเหล็ก
มานพ...พูดจริงหรือเท็จ

View : 2,152 Post : 0
ต้องมีมาตรฐาน!
งาช้างดำ
ต้องมีมาตรฐาน!

View : 3,598 Post : 0
ประธานเทคนิค
ทวนเหล็ก
ประธานเทคนิค

View : 1,909 Post : 0
งานบุญที่วัดคลองโคน
ทวนเหล็ก
งานบุญที่วัดคลองโคน

View : 1,137 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263