คอลัมน์ : บาสเกตบอลไทย สแลมดั๊งก์ โดย.. ไม่ระบุ
10 เหตุการณ์แห่งความทรงจำ ในบาสเกตบอล โอลิมปิก
22/07/2012 7:32:49 น.




1. สหภาพโซเวียต พลิกชนะ สหรัฐฯ ในรอบชิงฯ ปี 1972

        การแข่งขันบาสเกตบอล โอลิมปิก รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย ระหว่าง สหภาพโซเวียต กับ สหรัฐฯ ที่มิวนิค ปี 1972 ถือว่าเป็นการแข่งขันนัดที่วุ่นวายที่สุดนัดหนึ่งในประวัติศาตร์ ก่อนที่ สหภาพโซเวียต จะเป็นฝ่ายชนะไป 51-50 พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครองเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ ที่ไม่ได้แชมป์ยัดห่วง โอลิมปิกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุเข้าสู่โอลิมปิก

        สหรัฐฯ คว้าแชมป์บาสเกตบอล ชาย ในโอลิมปิกมา 7 สมัยรวด ตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกในปี 1936 ส่วน สหภาพโซเวียต ทำได้ดีที่สุดแค่เหรียญเงินมาสี่สมัย ซึ่งการแข่งขัน ปี 1972 สหรัฐฯ ยังเป็นทีมเต็งที่จะคว้าเหรียญทอง และพวกเขาเขาขึ้นนำ 50-49 หลังจากที่ ดั๊ก คอลลิ่นส์ ชูตลูกโทษลงไปทั้งสองลูก เมื่อเหลือเวลาอีก 3 วินาที หลังจากนั้น โซเวียตได้ส่งบอลเข้ามาในสนาม แต่กรรมการคนหนึ่งเป่าหยุดเกม เมื่อเหลือเวลาอีก 1 วินาที ก่อนที่จะเพิ่มเวลาเป็นสามวินาที และให้แข่งขันต่อ แต่ โซเวียต ก็ทำแต้มไม่ได้ เมื่อหมดเวลาทำให้ผู้เล่นสหรัฐฯ วิ่งฉลองในการคว้าเหรียญทอง อย่างไรก็ตาม กรรมการเรียกให้กลับมาแข่งใหม่ โดยอ้างว่าตอนที่โซเวียตเล่นในเพลย์สุดท้าย ยังไม่มีการปรับเวลาใหม่

        คราวนี้ อิวาน เอเดชโก้ จ่ายบอลให้ อเล็คซานเดอร์ เบลอฟ หลุดเข้าไปทำแต้มให้สหภาพโซเวียต ชนะไป 51-50 ทำให้ทีมสหรัฐฯ ยังประท้วงผลการแข่งขันมาจนถึงทุกวันนี้ และไม่ยอมรับเหรียญเงิน ในการแข่งขันครั้งนั้น


2. ''ดรีมทีม'' ถือกำเนิด และยิ่งใหญ่ในโอลิมปิก 1992

        ปี 1989 สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ หรือ ฟีบา อนุญาตให้ผู้เล่นเอ็นบีเอ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกได้ ทำให้เกิดดรีมทีม ปี 1992 ซึ่งเป็นการรวมทีมที่แฟนๆ ยัดห่วงทั่วโลกอยากเห็น โดยสหรัฐฯ นำทีมโดย ไมเคิ่ล จอร์แดน, แมจิก จอห์นสัน และ แลร์รี่ เบิร์ด ซึ่ง ชัค เดลี่ย์ โค้ชของทีมชุดนั้นเปรียบเอาไว้ว่า เหมือนกับการนำ เอลวิช เพสลี่ย์ กับ วง เดอะ บีทเทิลส์ มารวมกัน

        ดรีมทีม ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับทุกคน เมื่อคว้าเหรียญทองไปครองอย่างง่ายดาย และชนะคู่แข่งด้วยแต้มเฉลี่ย 43.8 แต้มต่อเกม และนัดที่ชนะน้อยที่สุด คือเกมในรอบชิงชนะเลิศ ที่พวกเขาชนะ โครเอเชีย ไป 117-85 อย่างไรก็ตาม ดรีมทีมก็สร้างความกดดันให้กับผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ ในยุคหลังๆ เนื่องจากมาตรฐานของทีมชุดนี้สูงเกินกว่าที่รุ่นหลังๆ จะขึ้นไปทาบได้




3. ''รีดีม ทีม'' สหรัฐฯ คว้าเหรียญทอง ปี 2008

        เกมรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สหรัฐฯ กับ สเปน ในปักกิ่ง โอลิมปิกเกมส์ ปี 2008 เป็นหนึ่งในเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ การแข่งขันบาสเกตบอล โอลิมปิก ก่อนที่ ''รีดีม ทีม'' หรือทีมยัดห่วงชายของสหรัฐฯ จะกู้ชื่อคว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

        สหรัฐฯ ที่อกหักได้แค่เหรียญทองแดงในโอลิมปิก ปี 2004 ต้องการกู้หน้า อย่างไรก็ตาม งานของพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องเจอกับสเปน ที่มีศักดิ์ศรีเป็นแชมป์โลกจาก ปี 2006 ทำให้เกมรอบชิงฯ โอลิมปิก 2008 เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

        เจอร์รี่ โคแลนเจโล่ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมสหรัฐฯ ที่ต้องการเรียกความยิ่งใหญ่กลับคืนมา และเขาแต่งตั้ง ไมค์ เคอร์ซิวสกี้ โค้ชจากมหาวิทยาลัย ดุ๊ก ให้เข้ามาทำหน้าที่คุมทีม โดยมีดาวดังอย่าง โคบี้ ไบรอันท์, เลอบรอน เจมส์ และ ดเวย์น เวด เป็นตัวหลัก

        ในรอบแรก สหรัฐฯ เอาชนะ สเปน มาได้อย่างง่ายดาย 119-82 อย่างไรก็ตาม ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมกระทิงดุไม่ยอมง่ายๆ ทำแต้มไล่มาเหลือแค่สองคะแนน เมื่อเหลือเวลาอีก 8 นาที แต่ โคบี้ ก็มาทำโฟร์พอยนต์เพลย์ และ เวด ชูตสามแต้มสำคัญ ช่วยให้สหรัฐฯ ทำแต้มฉีกหนีออกไป ก่อนที่จะชนะไป 118-107 พร้อมกับคว้าเหรียญทองไปครองได้สมความตั้งใจ


4. เปอร์โตริโก ล้ม สหรัฐฯ ในเอเธนส์เกมส์ ปี 2004

        เปอร์โตริโก สร้างความพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุด เกมหนึ่ในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน บาสเกตบอล โอลิมปิก หลังจากที่พวกเขาเอาชนะ สหรัฐฯ ในเอเธนส์เกมส์ ปี 2004 ไปได้อย่างง่ายดาย 92-73 และถือว่าเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกในโอลิมปิก นับตั้งแต่สหรัฐฯ ใช้ผู้เล่นอาชีพลงแข่ง

        เปอร์โตริโก มีผู้เล่นจากเอ็นบีเอ อยู่ในทีมชุดนั้นสองคนคือ คาร์ลอส อาร์ราโย่ การ์ดจ่ายจากทีมยูทาห์ แจซซ์ ที่ทำไป 24 แต้ม และชัยชนะครั้งนี้ถือว่าเป็นไฮไลต์ของทีมเปอร์โตริโก ที่ได้อันดับที่หกเมื่อจบทัวร์นาเมนต์ โดยมีสถิติชนะ 3 แพ้ 4 ส่วน สหรัฐฯ ที่มี แลร์รี่ บราวน์ เป็นโค้ช แพ้แบบไม่มีข้อแก้ตัว

        ความพ่ายแพ้ต่อเปอร์โตริโก เป็นหนึ่งในสามนัดที่ สหรัฐฯ พบในเอเธนส์เกมส์ และทำให้วงการยัดห่วงของสหรัฐฯ รู้ดีว่า การนำแค่ผู้เล่นพรสวรรค์สูงในเอ็นบีเอ มารวมตัวกัน ไม่พอที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับชาติได้อีกต่อไป โดย แซม มิทเชลล์ โค้ชทีมโตรอนโต แร็ปเตอร์ส ให้ความเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจเอาไว้ว่า

        ''คุณไม่สามารถจับผู้เล่นมารวมกัน และซ้อมแค่สองอาทิตย์ และหวังว่าจะเอาชนะทีมที่เล่นร่วมกันมาเป็นปีๆ ได้''




5. ทีมหญิงสหรัฐฯ คว้าเหรียญทอง ในปี 1996 ที่แอตแลนตา

        ทีมยัดห่วงหญิงของสหรัฐฯ คว้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิก ปี 1996 ที่แอตแลนตา ด้วยการเอาชนะ บราซิล 111-87 พร้อมกับทำสถิติชนะรวดแปดนัด ตลอดทัวร์นาเมนต์ นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังทำสถิติชนะ 52 นัดรวด ในการรแข่งขันเกมระดับชาติ ก่อนถึงการแข่งขันโอลิมปิก

        สหรัฐฯ ที่คว้าแชมป์ทีมหญิง ตั้งแต่ปี 1996 มาจนถึง ปี 2008 หรือสี่สมัยรวด เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในปี 1996 ด้วยผู้เล่นชั้นแนวหน้าอย่าง เชอริล สวูปส์, ลิซ่า เลสลี่ และ ดอว์น สเตลี่ย์ และความสำเร็จอย่างล้นหลามในปีนั้น ทำให้เกิดลีกอาชีพ หรือดับเบิลยูเอ็นบีเอ ตามมาในปี 1997


6. สหภาพโซเวียต ชนะ สหรัฐฯ ในรอบตัดเชือก ปี 1988

        สหภาพโซเวียต และ สหรัฐฯ ลงสนามพบกันในรอบรองชนะเลิศ บาสเกตบอล โอลิมปิก ปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และเป็นการพบกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่โซเวียตพลิกเอาชนะ สหรัฐฯ 51-50 ในรอบชิงฯ ปี 1972 ที่ทีมมะกันเสียแชมป์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการแข่งขันยัดห่วงในกีฬาโอลิมปิก

        โอลิมปิก ปี 1980 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซียนั้น สหรัฐฯ บอยคอตไม่เข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้โอลิมปิก ปี 1984 ที่แอลเอ ทีมจากรัสเซียก็ไม่เข้าร่วมการแข่งขันเช่นเดียวกัน ดังนั้นการพบกันของสองทีมเต็งในรอบตัดเชือก ปี 1988 จึงเป็นอะไรที่น่าติดตามมาก ก่อนที่โซเวียตที่มี ซารูนาส มาร์ซิวลิออนิส และ อาร์วีดาส ซาโบนิส เป็นสองตัวหลักจะเอาชนะ สหรัฐฯ ที่มี เดวิด โรบินสัน ไปได้อย่างสบาย 92-76 ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปเอาชนะ ยูโกสลาเวีย พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครอง ปล่อยให้สหรัฐฯ เอาเหรียญทองแดงกลับบ้านไปอย่างช้ำใจ




        7. อาร์เจนตินา พลิกชนะ สหรัฐฯ ในรอบตัดเชือก ปี 2004

        อาร์เจนตินา ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในวงการยัดห่วง หลังจากที่พลิกเอาชนะ สหรัฐฯ ในรอบตัดเชือก บาสเกตบอล โอลิมปิก ปี 2004 ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ก่อนที่ทีม ''ฟ้า-ขาว'' จะก้าวไปคว้าเหรียญทอง สมัยแรกของพวกเขาได้สำเร็จ

        อาร์เจนตินา เคยเป็นทีมแรกที่เอาชนะ สหรัฐฯ ที่ใช้ผู้เล่นอาชีพลงแข่งบาสเกตบอล ระดับนานาชาติ ได้เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันศึกยัดห่วงชิงแชมป์โลก ปี 2002 มาแล้ว และในทัวร์นาเมนต์นั้น สหรัฐฯ ยังแพ้ให้กับเปอร์โตริโก และ ลิทัวเนีย อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคิดว่าสหรัฐฯ จะแพ้ใน โอลิมปิก เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มี ''ดรีมทีม'' ปี 1992

        ทีม ''ฟ้า-ขาว'' มีดาวดังจากเอ็นบีเอ อย่าง มานู จิโนบิลี่, อันเดรส โนซิโอนี่, หลุยส์ สโคล่า และ ฟาบริซิโอ ออแบร์โต้ เอาชนะ สหรัฐฯ ที่มีปัญหาเรื่องการทำฟาวล์และชูตลูกลงห่วงแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ ไปได้อย่างพลิกล็อก 89-81 ก่อนที่จะเข้าไปต้อน อิตาลี 84-69 ในรอบชิงชนะเลิศ ส่วน สหรัฐฯ ที่เปลี่ยนจาก ''ดรีมทีม'' เป็นไนท์แมร์ หรือทีม ''ฝันร้าย'' ได้เหรียญทองไปเป็นการปลอบใจหลังชนะ ลิทัวเนีย 104-96


        8. วินซ์ คาร์เตอร์ ดั๊งก์ใส่ผู้เล่นฝรั่งเศส ในซิดนีย์เกมส์ 2000

        วินซ์ คาร์เตอร์ ซูเปอร์สตาร์วงการเอ็นบีเอ สร้างตำนานการดั๊งก์ที่ไม่มีใครลืมในโอลิมปิกเกมส์ หลังจากที่เขาดั๊งก์ใส่ ผู้เล่นทีมชาติฝรั่งเศส ในการแข่งขันซิดนีย์เกมส์ ปี 2000 ซึ่งมีผู้ชมทางยูทูบมากถึง 4 ล้านครั้ง

        คาร์เตอร์ ที่มีดีกรีแชมป์สแลมดั๊งก์มาแล้ว เป็นหนึ่งในทีมชาติสหรัฐฯ ชุดแชมป์โอลิมปิก ปี 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และเขาสร้างตำนานและไฮไลต์การแข่งขันที่ไม่มีใครลืม ในการแข่งขันครั้งนั้น ในเกมรอบแรกที่พบกับฝรั่งเศส หลังจากที่คาร์เตอร์ ที่สูง 6 ฟุต 6 นิ้ว กระโดดข้ามศีรษะ เฟเดอริค ไวส์ เซนเตอร์ทีมฝรั่งเศส ที่สูงถึง 7 ฟุต 2 นิ้ว เข้าไปดั๊งก์ทำแต้ม




        9. การเล่นฟาสต์เบรกของ ''ดรีมทีม'' ปี 1992

        ในการแข่งขันบาสเกตบอล โอลิมปิก ปี 1992 ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ทุกครั้งที่ ''ดรีมทีม'' สหรัฐฯ ตัดบอลจากคู่แข่งไปได้ และเปิดเกมฟาสต์เบรก ผู้ชมทั้งสนามแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อเห็นลีลาการเล่นของ ไมเคิ่ล จอร์แดน, ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์, สกอตตี้ พิพเพ่น, แมจิก จอห์นสัน, แลร์ เบิร์ด, ชาร์ลส์ บาร์คลี่ย์, จอห์น สต็อกตัน, คาร์ล มาโลน และ คริส มัลลิ่น


        10. โอลิมปิก 1992  ยุคมหาอำนาจยัดห่วงเปลี่ยนมือ

        ดราเซน เปโตรวิช ทำเฉลี่ย 24.6 แต้มต่อเกม ในบาร์เซโลน่า โอลิมปิกเกมส์ 1992 พร้อมกับช่วยให้โครเอเชีย ชาติเกิดใหม่ที่แตกตัวออกมาจากประเทศยูโกสลาเวีย หลังจบสงครามกลางเมือง คว้าเหรียญเงินไปครองได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม มันก็ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของมหาอำนาจในวงการยัดห่วงอย่าง โครเอเชีย และ สหภาพโซเวียต พร้อมกับเป็นจุดเริ่มต้นของทีมอย่าง สเปน, ลิทัวเนีย และ อาร์เจนตินา

        บาสเกตบอล โอลิมปิก ปี 1988 สหภาพโซเวียต คว้าเหรียญทองด้วยการเอาชนะ ยูโกสลาเวีย ในรอบชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม พอถึงปี 1992 ทีม สหภาพโซเวียต ก็แตกสลายกลายเป็นทีมซีไอเอส หรือรัฐอิสระที่แยกมาจาก สหภาพโซเวียต รวมทั้งทีมรัสเซีย บวกกับทีม ลิทัวเนีย ซึ่งมีผู้เล่นตัวหลักจากชุดแชมป์ปี 1988 อยู่ 4 คน ส่วน ยูโกฯ ก็แตกออกเป็นทีมย่อยๆ รวมทั้ง โครเอเชีย ที่มี เปโตรวิช, โทนี่ คูโค้ช และ ดิโน่ รัดจา เป็นตัวหลัก
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ไม่ระบุ

จำนวนเรื่อง : 481
All post : 129
All view : 658,288
คอลัมน์ บาสเกตบอลไทย สแลมดั๊งก์

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263