ที่ซิดนีย์ 2000 มันยังคงมีเพียงแค่การเริ่มต้นสำหรับ มิสตี้ เมย์ เท่านั้น ครั้งนั้นแม่ของเธอมีอาการป่วยหนัก และเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของความสุดยอดในการเป็นนักวอลเลย์บอลชายหาดของเธอ สำหรับลูกสาวคนเก่งของ บัทช์ เมย์ นักกีฬาโอลิมปิกจากเมื่อปี 1968
ครั้งนั้นเธอคว้าอันดับที่ 5 ในการลงแข่งขันโอลิมปิกหนแรกของตัวเอง แต่ที่ เอเธนส์ เกมส์ หลังจากการเสียชีวิตลงของ บาร์บาร่า เมย์ ผู้เป็นแม่ มิสตี้ ได้สักรูปนางฟ้าที่บริเวณไหล่ซ้ายของเธอเพื่อเป็นที่ระลึก และเธอก็ได้จับคู่กับ เคอร์รี่ วอลช์ ช่วยให้ วอลเลย์บอลชายหาดของ อเมริกัน ซิวเหรียญทองโอลิมปิกสำเร็จ
ปักกิ่งเกมส์ มันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ตอนนั้นเธอแต่งงานแล้วกับ แม็ตต์ ทรีเนอร์ นักเบสบอลชื่อดัง และตอนนั้นเธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว ดังนั้นหลังจากที่คว้าเหรียญทองที่ 2 ในโอลิมปิก และอาชีพนักวอลเลย์บอลชายหาดของเธอที่กำลังรุ่งสุดๆ มันทำให้เธอมีความคิดที่จะอำลาการเล่นขณะที่ยังมีชื่อเสียง
แต่ทว่าหลังจากที่ เคอร์รี่ วอลช์ ที่แต่งงานมีครอบครัวเช่นกัน และ เมย์-ทรีเนอร์ ก็ได้ปรากฏตัวในรายการทีวี ''Dancing with the Stars'' หลังจากการพักรักษาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย ทำให้เธอตัดสินใจวาดฝันที่จะมาแข่งที่โอลิมปิก อีกครั้ง
ทั้ง 2 คนต่างมุ่งมั่นที่จะเดินทางสู่ ลอนดอน ซึ่งนับเป็นโอลิมปิก สมัยที่ 4 ของ เมย์ และมันเป็นหนที่ 3 ในฐานะทีม ทำให้พวกเธอพยายามหวังว่ามันจะเป็นการช่วยให้ สหรัฐฯ ซิวเหรียญทองโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ร่วมกัน ซึ่งไม่เคยมีนักกีฬาชายหาดคนไหนทำได้มาก่อนด้วย
''พวกเราเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง บางทีมันอาจจะมากเกินไป แต่สิ่งที่มันพิเศษมันก็คือการได้ร่วมผจญภัยร่วมกัน'' วอลช์ กล่าว ''เรารู้ว่า ลอนดอน มันจะเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเราร่วมกันในการจบสิ้นชีวิตการเล่น ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสที่พิเศษสุด หลังจากที่การเดินทางร่วมกันที่แสนวิเศษ''
''มันคงจะเป็นการลาจากที่น่าเศร้า เพราะหลังการได้อยู่ร่วมกัน ออกท่องโลกกว้างไปยังที่ต่างๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจะไม่ให้เสียใจก็ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราได้ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย''
เมย์-ทรีเนอร์ กำลังจะอายุย่างเข้า 35 ขณะที่เธอลงแข่งที่ ลอนดอน ซึ่งเธอกล่าวว่าเธอจะอำลาชีวิตนักวอลเลย์ชายหาดทีมชาติ และการลงแข่งในระดับนานาชาติ ซึ่งการตัดสินใจนี้มันก็เหมือนเป็นการตัดสินชีวิตการเล่นของ วอลช์ เช่นกัน ขณะที่ทีมดาวรุ่งจาก ฮอลแลนด์, อิตาลี และ จีน ซึ่งรวมถึงเจ้าของเหรียญทองแดงจาก ปักกิ่ง เกมส์ อย่าง ซู่ เฉิน และ ซาง ฉี่ ทำให้คู่สาวจากอเมริกัน จะต้องคิดหนักไม่น้อย
''ตอนที่เราเริ่มเล่น เราก็ยังเป็นสาวๆ กันอยู่เลย'' เมย์-ทรีเนอร์ กล่าว ''สำหรับผู้เล่นที่อายุมาก คุณอาจจะเลื่อมใสในตัวพวกเขา ต้องการจะเป็นแบบพวกเขา แต่คุณไม่เข้าใจถึงขั้นตอน และตอนนี้มันก็เป็นสิ่งที่เราเป็นอยู่ พวกเราอยู่ตรงที่พวกเขามองขึ้นมา เพราะว่าพวกเราผ่านชีวิตมาแล้วอย่างมากมาย''
แน่นอนว่า 4 ปีกว่าจะมีการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งมันก็มีการเตรียมตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะในการรักษาสภาพร่างกาย ซึ่ง วอลช์ วัย 33 ปี เองก็เข้าใจดี
9 เดือนหลังจากที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2008 เธอก็ให้กำเนินลูกชายคนแรก และได้คลอดลูกชายอีกคนในอีกปีถัดมา หลังจากการตั้งครรภ์เธอใช้เวลาส่วนใหญ่นอกชายหาด ซึ่งนั่นมันก็ถือเป็นงานหนักสำหรับเธอจริงๆ
''ฉันรู้สึกว่าฉันมีชีวิตชีวามากขึ้นกับช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมามันมีอะไรเกิดขึ้นมากมายกว่าที่เคยเกิดมาทั้งชีวิตของฉัน'' วอลช์ ซึ่งแต่งงานกับ แคซี่ เจนนิ่งส์ ซึ่งเป็นนักวอลเลย์ชายหาดเช่นกัน กล่าว ''ในฐานะที่อายุมากขึ้น มันมีหลายอย่างเกิดขึ้นกับคุณ ฉันเป็นคุณแม่ลูก 2 ไปแล้วในตอนนี้ และนั่นมันเป็นมากกว่าคำว่ารัก พวกเราใช้ชีวิตในฐานะคนอายุ 30 มันก็ต่างแตกต่างกับตอนที่คุณกำลังจะอายุ 30 หรือในช่วงอายุ 26 ปีที่ เอเธนส์''
หลังจากที่ต้องพลาดลงเล่นเกือบทั้งฤดูกาลในปี 2009 เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย เมย์-ทรีเนอร์ ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเฝ้าดูสามีของเธอในการแข่งขัน เวิลด์ ซีรีย์ ให้กับสโมสรเทกซัส แรนเจอร์ส ก่อนที่เธอจะตัดสินใจกลับมาสู่ผืนทรายอีกครั้ง ซึ่งมันก็ประจวบเหมาะกับ วอลช์ ที่กำลังโหยหาสิ่งที่เป็นตัวตนของเธอ
''ฉันพบว่าตัวเองอายุมากขึ้น'' เมย์-ทรีเนอร์ กล่าว ''เคอร์รี่ ไม่เคยพูดแบบนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกแบบนั้น''
ด้วยผลงานอันสุดยอดของพวกเธอที่ ปักกิ่ง ซึ่งเป็นการคว้าเหรียญทองหนที่ 2 ของพวกเธอ และเป็นการคว้าแชมป์แบบไม่เสียเซตด้วย ทำให้คู่ขวัญจากอเมริกา ผ่านมาเล่นที่ลอนดอน ในฐานะมือวางอันดับ 3 ตามหลัง คู่ของ ซู-ซาง จากจีน และทีมอันดับ 1 จากบราซิลอย่าง ลาริสซ่า และ จูเลียน่า ที่หมายมั่นปั้นมือกับการแข่งขันหนนี้มาก หลังจากที่พลาดหวังในปี 2008 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของ จูเลียน่า ในตอนนั้น
นอกจากนั้นอีกทีมของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย เอพริว รอสส์ และ เจนนิเฟอร์ เคสซี่ย์ ซึ่งนับเป็นโอลิมปิกสมัยแรกของทั้ง 2 คน และเป็นมือวางอันดับ 4 ของ ทัวร์นาเมนต์
''มิสตี้ ผ่านอะไรมามาก เธอมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย และได้รับการรักษาจนหาย'' วอลช์ กล่าว ''ปีนี้เราเริ่มต้นปีแบบไม่ดีนัก เราไม่ได้เล่นวอลเลย์บอลชายหาดในแบบของตัวเอง เราแค่เล่นได้ไม่เต็มที่ และเราคิดอย่างมาก มันก็เป็นแค่จิตใจเท่านั้นที่เรามีปัญหา''
''มันนับเป็นปัญหาหนักใจจริงๆ ซึ่งเรากำลังจะผ่านชุดนั้น และรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกดึงกลับไป ในตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เราไม่อยากจะเจอมากที่สุด''
มาที่ในประเภทชาย ทีมอเมริกัน ก็นับได้ว่ายังคงสุดยอด และพวกเขาก็เป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์ที่ ปักกิ่ง แม้ว่า ฟิล ดัลเฮาส์เซอร์ จะอายุแค่ 32 ขณะที่ ท็อดด์ โรเจอร์ อายุ 38 อีกทั้งยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่นั่นมันก็ไม่ทำให้พวกเขาทั้งคู่ล้มเลิกความพยายามที่จะเดินทางมาสู่ลอนดอน พร้อมทั้งหันหลังให้กับครอบครัวเพื่อการแข่งขันในรอบคัดเลือกในระดับนานาชาติ
''ผมคิดถึงพวกเขาอย่างมาก'' ฟิล กล่าว ''ตั้งแต่ เมษายน จนถึงสิ้นสุดซัมเมอร์ ผมแทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย แม้ว่าต้องการมีส่วนร่วมกับพวกเขาให้มากที่สุดก็ตาม''
ฮันนาห์ ลูกสาวของ โรเจอร์วัย 13 ขวบ ขณะที่ลูกชาย แนต อยู่ในวัย 11 ปี ต่างก็เตรียมเดินทางไปเชียร์พ่อของเขาที่ ลอนดอน หลังจากที่ไม่ได้เดินทางไปเชียร์พ่อของเขาที่ ปักกิ่ง ซึ่งเหมือนกับ เมย์-ทรีเนอร์ ที่วางแผนเอาไว้ว่า โอลิมปิก หนนี้จะเป็นทัวร์นาเมนต์สั่งลาของเขา และหวังว่าเขาจะกลับบ้านไปพร้อมกับเกียรติยศ และทำให้เขาได้มีเวลามากขึ้นกับครอบครัวของเขา
''พวกเขาเข้าใจมันแล้วในตอนนี้'' เขากล่าว ''ตอนที่เขายังเด็ก ซึ่งน่าจะ 5 และ 7 ขวบ พวกเขาต่างก็ไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อของเขาต้องออกเดินทางไปไกลๆ ลูกชายของผมแทบจะไม่คุยกับผมเลยทางโทรศัพท์ เขากลายเป็นเด็กเก็บกด และเป็นเด็กที่กร้าวร้าว ขณะที่ลูกสาวของผมก็เอาแต่ร้องไห้ มันเป็นเรื่องที่ยากในการจัดการเรื่องนั้น"
ด้วยบรรยากาศของชายหาดที่เต็มไปด้วย บิกินี และชุดวาบหวาม คงไม่มีกีฬาโอลิมปิกชนิดไหนที่มันจะดึงดูดสายตาของเด็กได้เท่ากับ วอลเลย์บอลชายหาดอีกแล้ว และถือว่ามันเป็นการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจ
ปีนี้ที่ ลอนดอน สนามแข่งขันถูกจัดเอาไว้ที่ ฮอร์ส การ์ดส์ พาเหรด ซึ่งมันจะดึงดูดเอาเหล่าบรรดาเซเลบ และบรรดาคนดังเชื้อพระวงศ์ให้มาชมการแข่งขันไม่น้อยแน่นอน เนื่องจากว่าสนามแข่งขันไม่ไกลเลยจาก พระราชวัง บักกิงแฮม, พาร์เลียเมนต์ สแควร์ หรือจากบ้านหมายเลข 10 ณ ถนน ดาวนิ่ง สตรีท ของท่านนายกรัฐมนตรี
มันน่าจะเป็นหนแรกที่บรรดานักกีฬาจะมีโอกาสเลือกที่จะสวมใส่ เพราะทางด้านสหพันธ์ได้อนุมัติให้นักกีฬาไม่จำเป็นต้องใส่ บิกินี เหมือนที่ควรจะเป็น
''ผมคิดว่าตัวเองจะไม่ตื่นเต้นเหมือนกับที่ผ่านๆ มา'' ดัลเฮาส์เซอร์ กล่าว ''เราคว้าเหรียญทองมาแล้ว ดังนั้นทุกอย่างที่เราทำในปีนี้มันยิ่งกระตุ้นเรามากขึ้น จริงๆ แล้วเป้าหมายก็คือการคว้าเหรียญทอง และเรายังคงกระหายที่จะคว้ามันให้ได้อีกครั้ง''
เช่นเดียวกันกับ เมย์-ทรีเนอร์ เธอก็ยังคงกระหายในความสำเร็จเช่นกัน
''นี่คือโอลิมปิกสุดท้ายของฉัน และมันจะเป็น ทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของฉันด้วย'' เธอ กล่าว ''ฉันคิดว่ามันอาจจะเห็นแก่ตัว หากคุณไม่ส่งต่อความสำเร็จให้กับบรรดาผู้เล่นรุ่นน้อง เพราะนั่นมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้กีฬามันได้เจริญเติบโต''