ซิวแชมป์ยามาฮ่า คัพ ยู 13 มาครองยิ่งใหญ่
ห้วงกระแสที่ฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นใหญ่กำลังออกอาการเมาหมัดมองหาความสำเร็จไม่เจอ แต่เมื่อย้อนกลับมาดูในรุ่นเยาวชนทีมชาติไทยหรือทีมตัวแทนจากประเทศมักจะพนพบกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องซึ่งมีให้เห็นกันอย่างเนืองๆ
ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีจากคำพูดที่คนในแวดวงลูกหนังเอ่ยถึงเสมอว่า
''เด็กไทยทักษะดี สู้ได้กับทุกทีม'' อีกทั้งคำกล่าวนี้ยืนยันได้เป็นอย่างจาก หลุยส์ นานี่ นักเตะของทีม ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทางยามาฮ่านำตัวมาเมืองไทยและเปิดสอนคลินิกฟุตบอลให้ก็ยังกล่าวชมทักษะของเด็กไทยบ้านเรา
เมื่อระหว่างวันที่ 12-16 ก.ค. 55 อีกหนึ่งความสำเร็จตอกย้ำความเก่งของแข้งเยาวชนไทย ''เจ้าสัวน้อย'' โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งเป็นตัวแทนจากเมืองไทยที่ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกได้เดินทางไปทำศึกรายการ ''ฟุตบอลยามาฮ่า อาเซียน คัพ ยู 13 ครั้งที่ 4 ที่รัฐเซลังงอห์ ประเทศมาเลเซีย'' โดยมีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพที่หวังจะกระชากแชมป์มาครองให้ได้
เนื่องจากการแข่งขันทั้ง 3 ครั้งผ่านมาเจ้าภาพจะคว้าแชมป์ได้เสมอ ไล่มาตั้งแต่ เวียดนาม, อินโดนีเซีย และแชมป์ล่าสุดไทยซึ่ง ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญธนบุรี คือแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้วดังนั้นการเดินทางไปครั้งนี้ถือว่าไปเพื่อป้องกันแชมป์และต้องต่อสู้กับเจ้าภาพ มาเลเซีย ที่ได้สิทธิ์ส่ง 2 ทีมโดยที่ ทีมเอ เป็นระดับทีมชาติคัดมาจากทั่วประเทศ ส่วน ทีมบี ก็รวบรวมมาจากแข้งสุดยอดอะคาเดมี่ระดับประเทศ ด้านคู่แข่งที่เหลืออีก 3 ชาติก็มาในฐานะทีมชาติทั้งสิ้น เวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย
ก่อนเดินทาง ''เสี่ยโต'' ณรงค์วิทย์ อุ่นเสียงจันทร์ ไม่ได้คาดหวังว่าทีมจะได้แชมป์กลับมาเพราะรู้ดีการเดินทางไปคราวนี้ทีมอัสสัมชัญธนบุรีก็แค่ระดับโรงเรียน แต่ต้องไปเจอกระดูกบอลระดับทีมชาติแต่ก็มีการเตรียมทีมกันอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเพื่อคำว่าศักดิ์ศรีไทยแลนด์
ย่างเข้าสู่การแข่งขัน นัดแรกประเดิมสนามก็พ่ายทีมเสือเหลือง มาเลเซีย เอ 1-2 ทำให้เส้นทางที่จะเดินไปป้องกันแชมป์ข้างหน้ามีเมฆฝนตั้งเค้ามาให้เห็นเพราะนัดที่สองต้องวัดเข้ารอบกับอินโดนีเซียที่แพ้มาเลเซีย เอ มาเช่นกัน 0-1 ทว่า ''เจ้าสัวน้อย'' เสียเปรียบตรงที่ต้องชนะอย่างเดียวเพราะประตูได้เสียเป็นรอง
เกมกับ อินโดนีเซีย เป็นการลุ้นที่เหนื่อยมากแต่สุดท้ายเทพีแห่งโชคก็เข้าข้างเราเมื่อได้จุดโทษ ''เจ้าต่อ'' โชคอนันต์ สายมาอินทร์ รับหน้าที่ยิง ครั้งแรกชนเสาแต่แม่เจ้ากรรมการญี่ปุ่นให้ยิงใหม่เนื่องจากมองว่าผ้รักษาประตูวิ่งออกมาก่อน ครั้งที่สองจึงลุ้นหนักแต่สุดท้ายก็ตุงตาข่ายจนได้ทำให้ได้ทะลุผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศชนกับ ''เจ้าภาพ'' มาเลเซีย บี ในช่วงเย็นต่อทันที
รอบรองชนะเลิศนี้แม้ว่าด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูทีมอัสสัมชัญธนบุรีจะเหนือกว่าเล็กน้อยแต่การที่ต้องเจอศึกหนักสองนัดซ้อนในวันเดียวกัน อีกทั้ง มาเลเซีย บี ก็ได้พักมาเต็มๆ และคาดการณ์ว่าหากพวกเขาแพ้ทีมอัสสัมชัญธนบุรี ก็น่าจะเข้าไปล้างตากับ มาเลเซีย เอ ดังนั้นเกมจึงใส่กันไม่ยั้ง ที่สำคัญกรรมการชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นพนักงานยามาฮ่าที่ผ่านแค่การอบรมมาเท่านั้นลงทำหน้าที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยทันเกมอย่างมากด้วย
อย่างไรก็ตามทีมอัสสัมชัญธนบุรีก็ยังอุ่นใจเมื่อมีกองเชียร์ชาวไทยทั้งผู้ปกครองและแฟนคลับอัสสัมชัญธนบุรี เอฟซี ภายใต้การสนับสนุนของ ''เสี่ยโต'' ณรงค์วิทย์ อุ่นแสงจันทร์ ผอ.โครงการช้างเผือก ให้การสนันสนุนเดินทางมาเชียร์ติดขอบสนามกว่า 50 คนขนอุปกรณ์เชียร์ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสู้กับกองเชียร์เจ้าบ้านอย่างไม่เป็นรอง
อีกทั้งยังมีบรรดาผู้บริหารของโรงเรียนภราดา ดร.ชำณาญ เหล่ารักผล เดินทางมาให้กำลังเด็กถึงขอบสนามอีกด้วย รวมถึง พิทักษ์ ทับทิม ผจก.ส่วนประชาสัมพันธ์และกิจกรรมพิเศษและ พิษณุศักดิ์ ทรงสัตย์ ผจก.อาวุโส แผนกกิจกรรมกีฬา บ.ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ก็ตามติดเชียร์ลุ้นช่วยทีมอย่างเต็มที่
รอบรองชนะเลิศกับ มาเลเซีย บี เรียกว่าตลอดเกมนักเตะใส่กันทั้งในและนอกเกมแบบถึงลูกถึงคน เพราะว่าแข้งเสือเหลืองเตะติดดาบตลอดทำให้แรงมาก็ต้องใส่ไปสุดท้ายเจ้าสัวน้อยก็มีโชค ผู้รักษาประตูเสือเหลืองกะจังหวะบอลผิดออกมาไกลบอลที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเด้งชนคานร่วงลงมาให้ ''เจ้าเตอร์'' สหรัถ คำนับ ตามเข้าไปโหม่งซ้ำและกลายเป็นประตูชัยให้อัสสัมชัญธนบุรี ชนะ 1-0 เข้าไปชิงล้างตากับมาเลเซียชุดเอที่ถือว่าเราพอสู้ได้แม้จะเป็นรองเรื่องความสด
ก่อนเกมนี้แกนหลักต่างบอบช้ำไม่น้อยโดยเฉพาะ ''เจ้าต่อ'' โชคอนันต์ สายมาอินทร์ กองหน้าที่เจ็บจนต้องนั่งพักและแช่น้ำแข็งจนชาเพื่อลงไปเล่นในครึ่งหลังและรูปเกมทีมอัสสัมชัญธนบุรี ก็จวนจะเสียประตูหลายครั้ง ทว่ามีพระเสาร์-ดาวอังคารช่วยเซฟเอาไว้กว่า 3 ครั้ง ก่อนที่ ''เจ้าต่อ'' ในฐานะตัวสำรองลงไปและก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นฮีโร่ซัดประตูช่วงทดเจ็บพา ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญธนบุรี คว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วยชัยชนะเหนือเจ้าภาพ มาเลเซีย เอ 2-1 อย่างสะใจ เพราะถูกนำก่อนจากจุดโทษน่ากังขาแต่ก็พลิกมาป้องกันแชมป์นอกบ้านด้วยการล้มเจ้าถิ่นมาเลเซียทั้งสองชุดได้สำเร็จ
อีกทั้ง ''เจ้าต่อ'' โชคอนันต์ สายมาอินทร์ ยังคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์รวมถึงมีนักเตะเจ้าสัวน้อยอีก 5 คนที่ได้รับคัดเลือกจากฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้เล่น 11 คนยอดเยี่ยมของรายการนี้อีกด้วย ''โอ๊ต'' คงเดช บ่อหน่าย ตำแหน่งเซนเตอร์, ''แซม'' กิตติพงษ์ แสนสนิท แบ็กซ้าย, ''ภูมิ'' หัสวรรษ นพเนตร มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย, ''นัช'' วนัช วงศ์วิเชียร มิดฟิลด์ฝั่งขวา และ ''บูม'' ยุทธพิชัย เลิศล้ำ มิดฟิลด์ตัวรุก
จากความสำเร็จครั้งนี้เป็นการตอกย้ำให้รู้ว่าแข้งระดับเยาวชนไทยล้วนแต่มีคุณภาพทั้งสิ้นเพียงแต่ยังขาดความต่อเนื่อง การสนับสนุนอย่างจริงจังและถูกต้องซึ่ง ''เจ้าสัวน้อย'' อสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนที่บ่มเพาะแข้งวัยกระเตาะจนก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะชั้นยอดมาแล้วมากมายพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเด็กไทยเก่งแต่ไหนและพวกเขาอัสสัมชัญธนบุรียอดเยี่ยมในวงการลูกหนังขาสั้นเช่นไร...
ครั้งต่อไปที่ ''เจ้าสัวน้อย'' จะได้เป็นตัวแทนทีมยามาฮ่าจากเมืองไทยเพื่อไปป้องกันแชมป์หรือคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้หรือไม่ เดือน ก.ค.ปีหน้าที่ประเทศเวียดนามคือคำตอบสุดท้าย
เจษ เมืองตรัง