ลบอาถรรพ์ 2 ปี 4 แมตช์กระสุนด้าน
2 ปีที่ผ่านมาถือเป็น 2 ปีแห่งความเศร้าของเหล่าขุนพล ''สุภาพบุรุษวงจักร'' อาร์มี่ ยูไนเต็ด หากเมื่อต้องโคจรมาประชันกับ ''สิงห์เจ้าท่า'' การท่าเรือไทย เอฟซี
เรียกได้ว่าทั้งเหย้าและเยือนในช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา การท่าเรือไทย เอฟซี ฟาดชัยได้เรียบวุธ ที่สำคัญยังถือเป็นการชนะเกมศูนย์อีกด้วย
27 มิ.ย.2010 อาร์มี่ ยูไนเต็ดภายใต้ชื่อเดิมอย่าง ทหารบก พ่าย การท่าเรือไทย เอฟซี 0-2 ต่อด้วยเลข 2 วันที่ 17 ต.ค.2010 การท่าเรือไทย เอฟซี ถล่ม ทหารบก 5-0 ส่วนซีซั่นที่ผ่านมาวันที่ 27 มี.ค.2011 การท่าเรือไทย เอฟซี ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-0 และวันที่ 21 ส.ค.2011 อาร์มี่ ยูไนเต็ด แพ้ การท่าเรือไทย เอฟซี 0-1
4 แมตช์ที่กล่าวในข้างต้นนั้นเห็นได้ชัดว่าการท่าเรือไทย เอฟซีชนะอาร์มี่ ยูไนเต็ดด้วยเกมศูนย์ทั้งไปและกลับ เปรียบเสมือนบอลแพ้ทางอย่างสิ้นเชิง
แต่การโคจรมาพบกันในฤดูกาล 2012 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าขุนพลอาร์มี่ ยูไนเต็ดสามารถลบอาถรรพ์เรื่องกระสุนด้านลงได้ตามที่หลายคนคาดหวังไว้
การปรับบอร์ดบริหารด้วยการแต่งตั้ง ''บิ๊กหนุ่ย'' พ.อ.วรวุฒิ วุฒิศิริ เข้ามายกระดับและอัพเกรดช่วยทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ดเดินหน้าให้ถึงฝั่งฝัน
ตลอดทั้งเกมเหล่าขุนพล ''สุภาพบุรุษวงจักร'' มีหนึ่งเป้าหมายที่สามารถแตกแขนงได้ถึง 2 ปัจจัย นั้นคือ โหมเกมรุกเพื่อคว้า 3 แต้ม และหากฟาดชัยได้ก็จะเป็นการลบอาถรรพ์ที่ไม่สามารถยิงประตูการท่าเรือไทย เอฟซีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
เกมทำท่าว่าจะเจ๊าจืด ช่วง 10 นาทีสุดท้ายจากความเฉียบขาดในจังหวะโฉบโหม่งของ แดนนี่ อินวิชชิบิเล่ แนวรุกออสซี่ของอาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งกลายเป็นประตูโทนของเกมดังกล่าวที่เข้าตำราลบอาถรรพ์กระสุนด้านลงอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะเข้าใจว่า ''โฉมใหม่อาร์มี่ ฟอร์ม (ไม่ดี) เหมือนเก่า'' เพราะกว่าจะยิงประตูเข้าได้แต่ละเม็ด เล่นเอาลุ้นเหนื่อย
ถึงอย่างไรก็ตาม วัฏจักรฟุตบอลย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
ลุ้นเหนื่อยก็จริง แต่เมื่อผลสุดท้ายได้ 3 คะแนนเข้ากระเป๋าก็ถือว่าสอบผ่านแบบแฮปปี้แอนดิ้งครับ...
''อ๊อฟ...อ๊อฟ''