ที่โป, ประเทศฝรั่งเศส -ในวันหยุดพัก 1 วัน ของศึกตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 2012 แน่นอนว่า สื่อจำนวนมากทุกแขนงทั่วทุกมุมโลกต่างพุ่งเป้าไปที่ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักร
ที่รั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวม ด้วยเวลา 68 ชั่วโมง 33 นาที 21 วินาที แต่ในขณะเดียวกัน แชมป์เก่าอย่าง คาเดล อีแวนส์ นักปั่นจากออสเตรเลียก็ถูกรุมสัมภาษณ์ไม่น้อยเช่นกัน
โดยล่าสุด อีแวนส์ถอดใจออกมาเปิดใจว่า
''เหลืออีก 5 สเตจก็จริง แต่สองสเตจจากนี้จะเป็นเครื่องตัดสิน ซึ่งผมมองว่า ทีมสกาย มีความแข็งแกร่งมาก พวกเขาต้องช่วยให้แบร็ดลี่ย์ ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน''
''สกายมีนักปั่นที่แข็งแกร่งและฉลาดทั้ง 8 คน และ 7 ใน 8 อยู่ในอันดับต้นของตารางเวลารวม พวกเขามากันเป็นทีมที่ดีจริงๆ''
''ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยาก บางทีไม่ต้องรอให้ถึงปารีส เราก็รู้แล้วว่าใครคือแชมป์คนใหม่ในปีนี้''
ทางด้าน แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ที่สวมเสื้อเหลืองติดต่อกันมาเกินหนึ่งสัปดาห์แล้ว ได้กล่าวถึงกลยุทธ์กับสื่อที่รุมสัมภาษณ์ในการปั่นขึ้นเขาในเทือกเขาพีเรนีส ว่า
''เราต้องวางแผนให้ดีสำหรับสองสเตจจากนี้ ก่อนที่อีกสามสเตจสุดท้ายเราจะได้ไม่ต้องทำงานกันอย่างหนัก''
''ผมจะต้องเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมลุยด่านโหด เราจะต้องมีไหวพริบด้วย นอกจากจะมีแรงกำลัง ผมมั่นใจว่า อาจจะมีการโจมตีจากคู่แข่งไม่ให้เราไปถึงเป้าหมายได้โดยง่าย''
''ผมไม่คิดว่ามีสเตจภูเขาที่เหลือไหนยากเท่ากับสเตจที่ 16 แล้วครับ เราต้องผ่านไปให้ได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดข้อผิดพลาด เราอาจจะนั่งสัมภาษณ์กันแบบเห็นวิวสวยๆ ในตอนนี้ แต่เราจะได้เห็นการต่อสู้อย่างแท้จริงบนเส้นทางที่มีวิวสวยแต่เป็นทางที่โหดสุด''
''ผมไม่เคยประมาท และผมไม่เคยกลัวสิ่งใดทั้งนั้น ผมแค่เดินหน้าทำให้ดีที่สุด ผมกับเพื่อนร่วมทีมพยายามทำงานกันอย่างหนัก การแข่งขันยังไม่จบ ยังมีอะไรให้ต้องเผชิญอีกมากมาย''
นอกจากนี้ วิกกิ้นส์ยังได้เอ่ยถึงแชมป์เก่าอีแวนส์ อีกว่า
''ผมยังคงให้กำลังใจเขาอยู่ เขาไม่น่าจะหมดหวังหรือย่อท้ออะไร เขาน่าจะยังต่อสู้จนถึงเส้นชัย ถึงแม้เขาจะมองว่า ทีมสกายแข็งแกร่ง แต่ตัวเขายังมีความเป็นนักสู้เสมอ''
''คาเดล อีแวนส์ ยังคงเป็นนั่กปั่นที่น่ากลัวในสเตจภูเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเสียเวลาไปมาก แต่ถ้าหากเราพลาดอะไรไป เขาอาจจะเสียบแทนที่ได้เลยทันที''
อย่างไรก็ตาม สื่ออาจจะมองว่าวิกกิ้นส์หมดคู่แข่งอย่างอีแวนส์ไป แต่ผลงานที่โดดเด่นของ คริสโตเฟอร์ ฟรูม นักปั่นรุ่นน้องเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมชาติ ด้วยการรั้งอันดับที่ 2 ในประเภทเวลารวม ด้วยเวลาตามหลัง 2 นาที 5 วินาที แต่เพราะต้องมีงานหนักส่งให้ ''วิกโก้'' เป็นแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ปีนี้ ตามนโยบายของทีมสกาย ทำให้ฟรูมมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยพระเอก
โดยวิกกิ้นส์ เปิดเผยว่า
''โดยรอบๆ ตัวผมล้วนมีแต่นักปั่นพรสวรค์สูงและมีศักยภาพอย่างยิ่ง รวมถึง คริส ฟรูม ด้วย เขาเป็นคนที่สามารถจะคว้าแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ได้อย่างแน่นอน ไม่น่าจะเป็นอันดับที่สอง ในโอเวอร์ออลด้วยซ้ำ''
''และถ้าในอนาคตเขายังจะปั่นอยู่ทีมเดียวกับผม ผมจะช่วยให้เขาได้คว้าแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ อย่างเต็มที่ ผมมั่นใจว่า วันหนึ่งเขาจะกลายเป็นแชมป์ตูร์ฯ''
ท้ายสุดนี้ วิกกิ้นส์ยังได้เอ่ยถึงการเป็นว่าที่แชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ครั้งแรกว่า
''มันยากที่จะพูด ถ้าหากเราจะจบด้วยการเป็นแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ผมนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือเราทำงานกันเป็นทีม ถ้าบอกว่าผมทำความสำเร็จ นั่นหมายถึง ทีมทำความสำเร็จมากกว่าครับ''
ทางฝั่ง มิเกล อินดูเรน ตำนานแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 5 สมัยในยุค 1991-1995 ซึ่งกลายเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์จักรยานทางไกล รายการนี้ติดต่อกัน 5 ครั้ง ได้ส่งข้อความอวยพรให้กับ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ เจ้าของเสื้อเหลือง หลังผ่านไป 15 สเตจ โดยเหลืออีกแค่ 5 สเตจเท่านั้นก็จบการแข่งขันแล้ว
อินดูเรนได้อวยพรแบร็ดลี่ย์ ว่า
''ผมรู้มาว่าเขาเห็นผมเป็นฮีโร่ ผมจึงขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ครั้งแรกให้จงได้ มันจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตเลย โชคดีนะครับ''
นอกจากนี้ อินดูเรนยังได้ฝากของนำโชคมาให้กับแบร็ดลี่ย์ นั่นก็คือ ''ผ้าพันคอสีแดง'' ตามประเพณีแบบคนสแปนิช ที่จะให้ผ้าผูกคอวัวกระทิงเวลาสู้วัวหรือแข่งบนถนนในสเปน โดยมีข้อความเขียนว่า
''ถึงแบร็ดลี่ย์ ขอให้โชคดี มิเกล อินดูเรน''

แฟร้งค์ ชเล็ค
ชเล็คฉาวโดนทีมถอดจากตูร์ฯ หลังไม่ผ่านตรวจโด๊ป
โฆษกของ เรดิโอแช็ก-นิสสัน ระบุ พวกเขาจัดการถอด แฟร้งค์ ชเล็ค น่องเหล็กชาวลักเซมเบิร์ก ของทีมออกจากการแข่ง ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ในปี 2012 เรียบร้อย หลังนักปั่นวัย 32 ปี ไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้น ถึงแม้สหภาพจักรยานนานาชาติ จะไม่ได้แบนชเล็คก็ตาม
แฟร้งค์ ชเล็ค นักปั่นจักรยานชาวลักเซมเบิร์ก สังกัด เรดิโอแช็ก-นิสสัน ซึ่งคว้าอันดับสามใน ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ปี 2011 ถูกถอดออกจากการแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ประจำปี 2012 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวไม่ผ่านการทดสอบสารกระตุ้น
ก่อนหน้านี้ สหภาพจักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ได้ประกาศว่า ชเล็คมีผลการวิเคราะห์ที่ผิดปกติ ในเรื่องของการใช้สารขับปัสสาวะชนิดซิปามิด ซึ่งพวกเขาตรวจพบจากตัวอย่างที่เก็บมานั่นเอง
''ในช่วงเช้าของวันนี้ (วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา) ยูซีไอได้พิจารณาแล้วว่า แฟร้งค์ ชเล็ค นักแข่งชาวลักเซมเบิร์ก มีผลการวิเคราะห์ที่ผิดปกติ (จากการมีสารขับปัสสาวะชนิดซิปามิด) อยู่ในตัวอย่างปัสสาวะที่เราเก็บมาจากเขา ในการตรวจสอบการแข่งขันของ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ประจำวัน (เสาร์) ที่ 14 กรกฎาคม 2012''
ทั้งนี้ถึงแม้ ยูซีไอจะไม่ได้ทำการแบนน่องเหล็ก วัย 32 ปี ออกจากการแข่งขัน แต่ทางกระบอกเสียงของ เรดิโอแช็ก-นิสสัน ระบุว่า นักปั่นรายดังกล่าวจะไม่ได้ลงแข่งในทุกสเตจที่เหลือแล้ว โดยเมื่อถูกถามว่า ชเล็คจะลงแข่งในศึก ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ประจำปี 2012 ต่อหรือไม่นั้น โฆษกของทีมตอบสั้นๆ ว่า
''ไม่อีกแล้ว''

สื่อทุกชนิดจากทั่วโลกมารวมสัมภาษณ์ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ผู้นำเวลารวมจากสหราชอาณาจักร

โรงแรมเก่าแก่สุดคลาสสิกในเมืองโป จัดพื้นที่ให้สื่อได้มาสัมภาษณ์บรรดานักปั่นบิ๊กเนมในระหว่างวันหยุดพักการแข่งขัน

ปีเตอร์ ซาแกน เจ้าของเสื้อเขียวยอดนักสปริ้นเตอร์จากสโลวาเกีย นอนให้พนักงานสปาของโรงแรมนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

อังเดร เกรเปิ้ล น่องเหล็กจากเยอรมันกำลังใช้น้ำบำบัดอาการปวดเมื่อยของร่างกาย

เส้นทางสเตจที่ 16 มีระยะ 197 กม. เริ่มจาก โป ไปยัง บันแญร์-เดอ-ลูชง
อ.ศ.ม.