บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ได้รับการปรับเปลี่ยนขุมกำลังใหม่ล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการขับขี่ และเพื่อลดอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานตามหลักการของ BMW EfficientDynamics ด้วยเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ทวินเพาเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์วใหม่ ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ทั้งในด้านอัตราเร่งและแรงบิดที่ให้การตอบสนองดียิ่งขึ้น
แต่ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่มีส่วนประกอบของอลูมิเนียมและเหล็กประสมพิเศษอื่นๆ นอกจากนี้ ซีรีส์ 5 มาพร้อมกับตัวเลือกสำหรับการขับขี่แบบประหยัดพลังงานด้วยโหมด ECO PRO ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้ พร้อมด้วยระบบการทำงานของเครื่องยนต์แบบ Auto Start/Stop เพื่อควบคุมการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในขณะที่รถยนต์จอดนิ่งอยู่กับที่ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 พร้อมเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินเพาเวอร์เทอร์โบใหม่ เป็นนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลงได้อย่างเป็นเลิศ แต่สามารถเพิ่มสมรรถนะแห่งการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น
รุ่นที่เรานำมาลดลองขับเป็น บีเอ็มดับเบิลยู 520d ราคา 3,699,000 บาท ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินเพาเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดีเซลคอมมอนเรลเจอเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผัน ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้อัตราส่วนของกำลังต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดียิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบิดในรอบต่ำได้ดีเป็นเลิศ ระบบการทำงานของเครื่องยนต์แบบ Auto Start/Stop พร้อมโหมด ECO PRO ที่เพิ่มเข้ามาเป็นอีกส่วนหนึ่งของระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถกำหนดการตอบสนองในด้านอัตราเร่ง, การตอบสนองของเครื่องยนต์, น้ำหนักของพวงมาลัย, การทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก และอัตราการเปลี่ยนเกียร์ได้โดยเลือกโหมด ''Comfort'', ''Sport'', ''Sport+'' และใหม่ล่าสุดด้วยโหมด ''ECO PRO'' ที่เพิ่มรูปแบบการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีเป็นเยี่ยม
หน้าจอกราฟฟิกแสดงสถานะของการรีชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics ที่ผู้ขับขี่จะทราบได้ถึงการรีชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่เบรก ทั้งนี้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้เต็มที่ในขณะที่เพิ่มอัตราเร่ง พร้อมเทคโนโลยีเชื่อมต่อโลกแห่งการสื่อสารออนไลน์ได้ทุกที่ผ่านสัญญาณ GPRS / 3G ของ iPhone 4 เพื่อดึงข้อมูลขึ้นหน้าจอ ทั้ง Facebook, Twitter, Wiki Local, Last Mile, Calender
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบประหยัดน้ำมันด้วยอัตราเฉลี่ย 21.3 กม./ลิตร ด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics และระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้นั้น ทำให้ BMW 520d เป็นนวัตกรรมแห่งการขับขี่ที่เน้นการประหยัดเชื้อเพลิงได้เป็นเยี่ยม เครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินเพาเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดีเซลคอมมอนเรลเจอเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผันของ BMW 520d สร้างแรงบิดได้ถึง 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบ และทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 8.1 วินาทีเท่านั้น
ด้วยอัตราเร่งระดับมหาศาลเช่นนี้ ทำให้การทดลองขับจากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ บางช่วงเราทำความเร็วได้เกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างสบายๆ โดยที่ตัวรถยังคงมีการทรงตัวที่ดี และการเกาะถนนที่เป็นเยี่ยม ช่วงล่างที่ออกแบบมาให้เกาะถนนดีเยี่ยม ทำให้การเปลี่ยนช่องทางในความเร็วสูง ก็เป็นแบบเคลื่อนไปทั้งคัน ไม่มีอาการท้ายย้วยให้หวาดเสียวเหมือนรถใหญ่ๆ ทั่วไป รถคันนี้จึงมีความคล่องตัวสูง แม้เสียงเครื่องยนต์ดีเซลจะดังกว่าเครื่องเบนซิน แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องโดยสารแล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท แม้จะเหยียบคันเร่งหนักๆ ก็ไม่มีเสียงเข้าไปรบกวน ส่วนระบบเกียร์ที่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยคันเกียร์เล็กๆ หลังพวงมาลัยที่มีมาถึง 8 เกียร์ ทำให้รถคันนี้ประหยัดน้ำมันอย่างดีเยี่ยม และเมื่อใดที่ต้องการอัตราเร่งที่จัด ก็เรียกพลังจากระบบเกียร์ได้ฉับไวทันใจ ทำให้ขับสนุกเหมือนรถสปอร์ตระดับสูง
โดยรวมของ ซีรีส์ 5 ดีเซลคันนี้นับเป็นรถที่ผลิตมาให้ขับสนุก แต่ใช้งานได้ทุกวัน เนื่องจากอัตราประหยัดและอุปกรณ์ที่มีมาให้อย่างครบถ้วน เมื่อรวมถึงการดูแลรักษาหลังการขายและซ่อมแซมตลอดระยะเวลา 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับซีดานขนาดกลางในยุคนี้