หลังจากที่ว่างงานมานาน 5 เดือน ในที่สุด ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซืออิตาเลียนคนดัง ก็ได้งานใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเปลี่ยนจากการขี่หลังสิงโตมาเป็นหมีขาว
คาเปลโล่วัย 66 ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาดำรงตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของทีม ''หมีขาว'' รัสเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยปาดหน้ากุนซือชื่อดังอีกหลายต่อหลายราย คว้างานนี้ไปได้
หลังจากที่ ดิ๊ก อั๊ดโวคาท กุนซือดัตช์ได้ลาออกจากตำแหน่งนายใหญ่ของทีมหมีขาวไป หลังจบยูโร 2012 ทางสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียก็ได้เริ่มกระบวนการสรรหาผู้ที่จะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งแทนในทันที
โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางสหพันธ์ได้ทำการประกาศโผรายชื่อของผู้ที่มีโอกาสจะเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ออกมา ซึ่งมีมากถึง 13 ราย ซึ่งมีทั้งกุนซือที่เป็นชาวรัสเซียเอง และกุนซือต่างชาติ
ซึ่งในส่วนของกุนซือชาวต่างชาตินั้น นอกเหนือไปจากคาเปลโล่แล้ว ยังมีชื่อของคนดังอย่าง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ อดีตกุนซือสเปอร์ส, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตกุนซือบาร์เซโลน่า, ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือลิเวอร์พูล, มาร์เชลโล่ ลิปปี้ อดีตกุนซือทีมชาติอิตาลี และ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า อดีตกุนซืออาร์เจนตินารวมอยู่ด้วย
ส่วนกุนซือที่เป็นชาวรัสเซียนั้นมีอยู่ 7 รายด้วยกัน แต่ว่าท้ายที่สุดเป็นคาเปลโล่ที่ได้ตำแหน่งนี้ไปครอบครอง
โดยเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียได้เชิญกุนซืออิตาเลียนให้เดินทางมาที่มอสโกเพื่อเจรจาเรื่องสัญญาคุมทีมชาติ โดยได้รับความสนใจจากสื่อของท้องถิ่นอย่างล้นหลาม
ซึ่งทางสื่อของรัสเซียได้รายงานว่า คาเปลโล่เดินทางมายังมอสโกแบบกะทันหัน ทำให้เขาต้องติดอยู่ที่สนามบินอยู่หลายชั่วโมงทีเดียว เพื่อให้ตัวแทนจากทางสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียเดินทางมารับและออกวีซ่าเข้าประเทศให้
และหลังจากที่มีการพบปะพูดคุยกัน ในที่สุดทางสหพันธ์ฟุตบอลก็ได้ตัดสินใจเลือกให้คาเปลโล่เข้ามารับงานคุมรัสเซีย และออกมาประกาศข่าวนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นิกิต้า ซิโมนยัน รักษาการประธานสหพันธ์ฟุตบอลของรัสเซียได้แถลงข่าวนี้กับทางสื่อของรัสเซีย โดยยืนยันว่าได้ตกลงเรื่องสัญญากับกุนซืออิตาเลียนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะประกาศแต่งตั้งกุนซือทีมชาติคนใหม่อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้
และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซิโมนยันก็ได้ออกมาแถลงยืนยันข่าวนี้อย่างเป็นทางการว่า
''วันนี้เราได้ตัดสินใจที่จะแต่งตั้งคาเปลโล่ให้เข้ามารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติคนใหม่ของเรา''
''โดยทางเราคาดหมายกันว่า เขาจะกลับมามอสโกอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อพูดคุยเรื่องสัญญาของเขาในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะลงนามเซ็นสัญญากัน''
''ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเรียบร้อยภายในวันพุธหรือไม่พฤหัสฯ นี้''
ซิโมนยันทำหน้าที่รักษาการประธานสหพันธ์ฟุตบอลของรัสเซียอยู่ในเวลานี้ หลังจากที่ประธานคนก่อนอย่าง เซอร์เก ฟูร์เซนโก้ ได้ลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนที่แล้ว
โดยซิโมนยันหวังว่าการมาของกุนซือที่มากประสบการณ์อย่างคาเปลโล่จะเข้ามาช่วยพัฒนาทีมหมีขาวให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่ทีมต้องตกรอบแรกของยูโร 2012 ไปแบบคาดไม่ถึง
รัสเซียเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวได้อย่างน่าจับตามอง ด้วยการถล่มสาธารณรัฐเช็กอย่างเหนือชั้นในเกมนัดประเดิมสนามถึง 4-1 ก่อนที่จะมาเสมอกับโปแลนด์ชาติเจ้าภาพร่วมในเกมนัดที่สอง 1-1
แต่ว่าในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขากลับพลาดท่าให้กับกรีซไปแบบพลิกล็อก ทำให้พวกเขาต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย พร้อมกับการลาออกจากตำแหน่งของอั๊ดโวคาท
ในการเข้ามารับตำแหน่งกุนซือรัสเซียในครั้งนี้ จะทำให้คาเปลโล่กลายเป็นกุนซือชาวต่างชาติคนที่สามของทีมหมีขาว ต่อจาก กุส ฮิดดิ้งค์ และอั๊ดโวคาทซึ่งเป็นชาวดัตช์ด้วยกันทั้งคู่
สำหรับในเรื่องของสัญญานั้น ทางสปอร์ต เอ็กซ์เพรส เดลี่สื่อของรัสเซียรายงานว่า กุนซืออิตาเลียนจะเซ็นสัญญาคุมทีมเป็นเวลาสองปี
ในส่วนของค่าจ้างนั้นข่าววงในแจ้งว่า ทางสหพันธ์ฟุตบอลของรัสเซียได้ยื่นให้คาเปลโล่พิจารณาในตอนแรกที่ 7 ล้านยูโรต่อปี
แต่มีการคาดหมายกันว่า ในการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการทางสหพันธ์จะเพิ่มให้เขาเป็น 10 ล้านยูโรต่อปีเลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับเขาในสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติ ทางสปอร์ต เอ็กซ์เพรสได้รายงานว่า ทางคาเปลโล่ต้องการคนที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาอิตาเลียนและรัสเชียน
ทำให้มีการคาดหมายกันว่าทางสหพันธ์ฟุตบอลของรัสเซียจะเลือกอดีตนักเตะทีมชาติที่เคยไปค้าแข้งอยู่ในอิตาลีอย่าง อิกอร์ ชาลิมอฟ และ ดมิทรี อเลนิเชฟ ให้เข้ามารับงานนี้
ส่วนคาเปลโล่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อของอิตาลีแล้วว่า เขารู้สึกดีใจที่จะได้ทำงานร่วมกับรัสเซีย หลังจากที่เจอปัญหามามากมายเมื่อครั้งที่คุมทีมชาติอังกฤษ
กุนซืออิตาเลียนได้ให้สัมภาษณ์ถึงงานใหม่ของเขาว่า
''ผมรู้สึกดีใจมาก และถ้าการเจรจาเป็นไปตามที่ได้พูดคุยกันเอาไว้ ผมหวังว่าการเซ็นสัญญาจะมีขึ้นภายในเร็ววันนี้''
''นี่จะเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ เพราะว่ารัสเซียเป็นประเทศที่เยี่ยมยอดเอามากๆ''
คาเปลโล่เจ้าของฉายา ''ดอน ฟาบิโอ'' ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีประสบการณ์สูงมากที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากเคยผ่านการคุมทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เอซี มิลาน, ยูเวนตุส, โรม่า หรือว่าเรอัล มาดริด ซึ่งเขาสามารถพาทุกทีมคว้าแชมป์มาครองได้ ก่อนที่จะเบนเข็มมาคุมทีมชาติเป็นครั้งแรกด้วยการรับงานคุมทีมชาติอังกฤษเมื่อปี 2007
หลังจากพาทีมล้มเหลวในฟุตบอลโลก 2010 แต่ว่าเขามาแก้ตัวด้วยการพาอังกฤษผ่านเข้ารอบยูโร 2012 รอบสุดท้ายด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม
แต่ในช่วงต้นปีนี้เขากลับมีเรื่องไม่ลงรอยกับทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หลังจากที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ทางสมาคมไปริบปลอกแขนกัปตันทีมคืนจาก จอห์น เทอร์รี่ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเหยียดผิว
และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คาเปลโล่ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษด้วยสาเหตุดังกล่าว ก่อนที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลของอังกฤษ ได้ตัดสินให้เทอร์รี่ไม่มีความผิดในคดีดังกล่าว
การเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของรัสเซีย ทำให้คาเปลโล่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งนอกเหนือไปจากซิโมนยัน และ วิตาลี มุตโก้ รัฐมนตรีกีฬาของรัสเซียที่ให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่แล้ว อังเดร อาร์ชาวิน กัปตันรัสเซียก็เป็นอีกคนที่ออกมากล่าวต้อนรับเขาแล้ว
อาร์ชาวินมิดฟิลด์ของอาร์เซน่อลวัย 31 ได้กล่าวต้อนรับกุนซือทีมชาติคนใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาว่า
''โค้ชทีมชาติรัสเซียคนใหม่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ซึ่งเขาก็คือ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ซึ่งเราของอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จกับตำแหน่งใหม่ของเขา''
งานชิ้นแรกที่คาเปลโล่และอาร์ชาวินจะต้องจับมือกัน คือการพารัสเซียเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2014 ที่บราซิลให้ได้
ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งนี้ รัสเซียถูกจับให้อยู่ในกลุ่ม เอฟร่วมกับโปรตุเกส, อิสราเอล, ไอร์แลนด์เหนือ, อาเซอร์ไบจาน และลักเซมเบิร์ก
โดยพวกเขาจะลงประเดิมสนามด้วยการเปิดบ้านต้อนรับไอร์แลนด์เหนือในวันที่ 7กันยายนนี้
| ทำเนียบกุนซือรัสเซีย |
| พาเวล ซาดีริน (1992-94) |
| โอเล็ก โรมันต์เชฟ (1994-96, 1999-02) |
| บอริส อิกนาตเยฟ (1996-98) |
| อนาโตลี บีโชเว็ตส์ (1998) |
| วาเลรี่ กาซซาเยฟ (2002-03) |
| จอร์จี้ ยาร์ทเซฟ (2003-05) |
| ยูริ เซมิน (2005) |
| อเล็กซานเดอร์ โบรอดยุค (2006) รักษาการ |
| กุส ฮิดดิ้งค์ (2006-10) |
| ดิ๊ก อั๊ดโวคาท (2010-12) |
| ฟาบิโอ คาเปลโล่ (2012-) |
ข้อมูลส่วนตัว ฟาบิโอ คาเปลโล่
เกิด 18 มิถุนายน 1946 (อายุ 66 ปี)
สถานที่เกิด ซาน คานเซียน/อิตาลี
ส่วนสูง 178 เซนติเมตร
ตำแหน่งสมัยเป็นผู้เล่น มิดฟิลด์
| เส้นทางค้าแข้ง |
| ปี |
สโมสร |
ลงเล่น |
ยิงได้ |
| 1964-1967 |
เอสพีเอแอล |
49 |
3 |
| 1967-1970 |
โรม่า |
62 |
11 |
| 1970-1976 |
ยูเวนตุส |
165 |
27 |
| 1976-1980 |
มิลาน |
65 |
4 |
| รวม |
|
341 |
45 |
| สถิติทีมชาติ |
ลงเล่น |
ยิงได้ |
| 1972-1979 อิตาลี |
38 |
8 |
| ข้อมูลในการคุมทีม |
| ทีม |
ลงเล่น |
ชนะ |
เสมอ |
แพ้ |
| เอซี มิลาน (1987) |
6 |
2 |
2 |
2 |
| เอซี มิลาน (1991-96) |
170 |
95 |
57 |
16 |
| เรอัล มาดริด (1996-97) |
48 |
31 |
12 |
5 |
| เอซี มิลาน (1997-98) |
34 |
11 |
11 |
12 |
| โรม่า (1999-04) |
170 |
89 |
52 |
29 |
| ยูเวนตุส (2004-06) |
76 |
53 |
18 |
5 |
| เรอัล มาดริด (2006-07) |
50 |
28 |
8 |
6 |
| อังกฤษ (2007-12) |
42 |
28 |
8 |
6 |
| รวม |
596 |
339 |
172 |
85 |