ใครจะเชื่อรองแชมป์เอไอเอส ลีก ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือในเลกแรกอย่าง ''ม้าคะนองศึก'' แพร่ ยูไนเต็ด ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดในช่วงครึ่งทางแรกของฤดูกาล 2012 จะออกสตาร์ตผลงานในเลกที่ 2 ได้อย่างน่าผิดหวัง
หลังจากยังไม่รู้จักคำว่าชนะตลอด 4 เกมในเลกที่ 2 ทำให้ทีมนั้นหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของตาราง และถูกทีมคู่แข่งทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งโอกาสจะไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นเริ่มยากขึ้น
และเกมนัดที่ 21 ของ ''ม้าคะนองศึก'' แพร่ ยูไนเต็ด ถือเป็นเกมที่สำคัญต่อการลุ้นไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะหากไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ ก็เท่ากับว่าโอกาสไปเล่นนั้นก็จะยากขึ้นไปทุกขณะ แต่บททดสอบของ ''ม้าคะนองศึก'' ในเกมนัดนี้ก็คือ ''สิงโตแดง'' นครสวรรค์ เอฟซี ทีมอันดับที่ 4 ของตาราง ที่กำลังลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีกเหมือนกัน ที่สำคัญกองทัพ ''สิงโตแดง'' ก็ไม่อยากแพ้ เพราะจะทำให้โอกาสลุ้นไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีกลดน้อยลงไปอีก นั่นก็หมายความว่า ใครแพ้เกมนี้ ''แชมเปี้ยนส์ ลีก'' ก็คงเป็นเรื่องที่ยาก
และเกม 90 นาที ที่สนามเทศบาลทุ่งโฮ้งก็เล่นกันอย่างสนุกและตื่นเต้นตลอด ซึ่งเกมในครึ่งแรกแพร่ ยูไนเต็ดออกนำไปก่อน 1-0 จากลูกจุดโทษของ เมธี ปุ้งโพ ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นที่เข้ามาชมเกมในสนามต่างก็คิดไปในทิศทางเดียวกันว่าทีมของพวกเขากลับมาแล้ว แต่เกมในครึ่งหลังแฟนบอลเจ้าบ้านก็ต้องช็อกตาค้างกันทั้งสนาม เมื่อรูปเกมของแพร่ ยูไนเต็ดนั้นดูดีกว่านครสวรรค์ เอฟซีอยู่พอสมควร หลังจากที่เป็นฝ่ายครองเกมมากกว่า กลับมาโดนยิงรวดเดียว 3 ประตู ชนิดที่แต่ละลูกให้ยิงใหม่ไม่รู้จะเข้าหรือไม่
เริ่มที่ลูกตีเสมอ 1-1 ที่ เอกภพ ทิพยพร เปิดบอลจากทางซ้ายเข้ามาหน้าประตู ลูกบอลเจ้ากรรมดันไปตกใส่หัวของ ทิวา โชคทวีพูลลาภ กองหน้านครสวรรค์ เอฟซี จัดการส่งลูกเข้าสู่ก้นตาข่าย
ส่วนลูกพลิกขึ้นนำ 2-1 ต้องบอกว่าสวยงามแบบไร้ที่ติ เมื่อ เอกภพ ทิพยพร ซัดไกลระยะ 35 หลา บอลพุ่งเสียบใต้คานอย่างสวยงาม ชนิดที่ส่งเข้าประกวดก็คงต้องได้เข้ารอบสุดท้าย อีกทั้งไม่รู้ว่ายิงอีกครั้งจะได้แบบนี้หรือไม่
ขณะที่ประตูนำ 3-1 ของนครสวรรค์ เอฟซี ที่ทางด้าน เอกภพ ทิพยพร วางบอลยาว หวังที่จะให้ ทิวา โชคทวีพูลลาภ กองหน้าตัวเก่งของทีมหลุดเข้าไปยิงประตู แต่เจ้าตัวกลับโหม่งบอลในจังหวะแรกระยะ 30 หลา บอลลอยข้ามหัว โจเอล ผู้รักษาประตูแพร่ ยูไนเต็ดเข้าไป ประตูดังกล่าวเหมือนเป็นการดับความหวังของแพร่ ยูไนเต็ดสำหรับการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก
และแม้ว่าในช่วงท้ายเกม แพร่ ยูไนเต็ดจะมาได้ประตูตีตื้นไล่มาเป็น 2-3 แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน ส่งผลให้ 5 เกมในเลกที่ 2 ของ ''ม้าคะนองศึก'' แพร่ ยูไนเต็ด ยังไม่ชนะใคร และทำให้โอกาสในการลุ้นไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นยากมากกว่าที่เป็นอยู่ และน่าจะทำให้แฟนบอลแพร่ ยูไนเต็ดบางคนคงเลิกหวังสำหรับการลุ้นไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกในปีนี้แล้วก็เป็นได้
อีกทั้งหลังจบเกม ยังมีแฟนบอลบางส่วนของแพร่ ยูไนเต็ดออกมาตะโกนไล่กุนซือของทีมอย่าง อ.นริศย์ สุทธิกลัด หลังจากที่ผลงานในเลกที่ 2 ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ แต่หากดูภาพรวมของแพร่ ยูไนเต็ดกับสาเหตุที่ทำให้ผลงานทีมไม่ค่อยดีก็มาจากนักเตะตัวหลักที่พากันเจ็บไปหลายคน
แม้ว่าตามทฤษฎีแล้ว ''ม้าคะนองศึก'' แพร่ ยูไนเต็ด ยังคงมีลุ้นสำหรับการเข้าไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่หากดูจากความเป็นจริงแล้วต้องบอกเป็นเรื่องที่ยาก เพราะทีมในกลุ่มหัวตารางต่างก็ทำแต้มหนีออกไปมาก ไล่ตั้งแต่ตามจ่าฝูงเชียงใหม่ เอฟซี 21 คะแนน ขณะที่อันดับ 2 อย่างพิษณุโลก เอฟซีก็ทำแต้มทิ้งห่างไปถึง 13 คะแนนแม้จะแข่งมากกว่า 1 เกม และปากน้ำโพที่มีคะแนนนำห่าง 12 คะแนน แม้จะแข่งมากกว่า 1 คะแนนเช่นกัน ขณะที่นครสวรรค์ เอฟซีที่คว้า 3 คะแนนในเกมนี้ก็ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกเหมือนเดิม
นั่นก็เท่ากับว่าจากนี้เป็นต้นไป หาก ''ม้าคะนองศึก'' แพร่ ยูไนเต็ด ยังอยากที่จะไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องคว้า 3 คะแนนให้ได้ทุกเกมที่เหลืออยู่ และต้องแช่งให้ อันดับ 2 และ 3 พลาดสัก 3-4 เกมถึงจะมีลุ้น ส่วนจ่าฝูงเชียงใหม่ เอฟซีต้องยกให้พวกเขาไปหนึ่งทีมสำหรับโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีกโซนภาคเหนือ