คอลัมน์ : จากปากกายอดทอง โดย.. ยอดทอง
สายเลือดใหม่... หัวใจไม่เต็มร้อย
16/07/2012 12:35:08 น.

เมื่อวันก่อนผมอ่านคอลัมน์ ''คลุกวงในบอลไทย'' ของ ''ปูเป้'' ที่กล่าวถึงเส้นทางฟุตบอลทีมชาติไทยที่ตกต่ำมาเรื่อย อย่าไป ''หลงตน'' ว่าเรายังคงเป็น เสืออาเซียน ตราบใดที่สมาคมฯ ยังหาหนทางแก้ไขการสร้างระบบการทำทีมชาติให้แข็งแกร่งไม่ได้
                      
 
                              ผมว่าเป็นบทความที่ สมาคมฟุตบอลฯ ต้องตระหนักเลยครับ เพราะปูเป้จี้ใจดำให้เห็นเป๊ะๆ


                               ฟุตบอลลีกอาชีพแข็งแกร่ง ทีมชาติก็ควรแข็งแรง ยิ่งฟุตบอลอาชีพมีมาตรฐานสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีนักเตะคุณภาพสูงให้เลือกใช้ในงานทีมชาติมากเท่านั้น เป็นทฤษฎีหรือหลักตรรกะที่วิถีฟุตบอลทั้งโลกก็เป็นเช่นนี้


                             แต่ความจริงที่ปรากฏ มันใช่จริงหรือ?


                             ผลงานของทีมชาติ ที่หวังสร้างจากนักเตะสายเลือดรุ่นใหม่ นับแต่ตกรอบแรกฟุตบอลซีเกมส์สองครั้งรวดในสี่ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของทีมชาติยู-22 มันบ่งบอกถึง ''จุดอ่อน'' ชัดเจนว่า นี่คือการ ''สวนทาง'' ระหว่างวิถีฟุตบอลอาชีพที่ สโมสรลงทุนและสร้างนักเตะ กับการหยิบนักเตะของสโมสรไปติดทีมชาติของสมาคมฯ 


                             สโมสรย่อมต้องการนักเตะสำคัญไว้กับทีมเพื่อใช้งานให้คุ้มค่า ไล่ล่าชัยชนะของทีมและเม็ดเงินเข้าสโมสร (ที่ต้องกลับมาจ่ายเงินเดือนจ่ายค่าตัวนักเตะอักโข) สมาคมฯ ขอตัวไปเล่นให้ทีมชาติ 


                            อ้าง ''เพื่อชาติ'' ก็ให้ได้ แต่คำถามย่อมมีค้างคา... ถ้าไปแล้วเจ็บล่ะ? ไม่สมบูรณ์เพื่อรับใช้ทีมล่ะ?
 

                           เชื่อเถอะครับว่า อย่างไรก็ไม่ได้ให้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนสมัยยุคฟุตบอลสมัครเล่นหลายทศวรรษก่อน

 
                         มันเป็นปฏิกิริยาสากลครับ 

 
                         ตัวอย่างเราก็เห็นบ่อยๆ ขนาดระดับโลก ทีมชาติอังกฤษแท้ๆ เซอร์ เฟอร์กี้ สั่งให้ เวย์น รูนี่ย์ เจ็บ ยังต้องเจ็บ ไม่เล่นให้ทีมชาติ แต่สัปดาห์ต่อมา เล่นปร๋อให้ทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


                         สโมสรฟุตบอลอาชีพทั้งโลกก็อย่างนี้ จนฟีฟ่าต้องตั้งกฎ บังคับให้สโมสรต้องปล่อยตัวนักเตะที่สมาคมเรียกติดทีมชาติ ระดับทัวร์นาเมนต์ 7 วัน นัดพิเศษแค่ 3 วัน ถ้าไม่อย่างนั้น รับรองได้ว่า ถ้าไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกยุคนี้ ฟุตบอลทีมชาติหลายประเทศไม่มีชื่อบิ๊กเนมหรอก มีแต่นักเตะเยาวชน หรือนักเตะสำรองชุดใหญ่ทั้งนั้น


                         สมาคมฟุตบอลฯ บ้านเราเสียอีก ที่วางหมากสารพัด ทั้งโครงสร้าง สร้างทีมชาติเลือดใหม่ จากนักเตะเยาวชนสโมสรฟุตบอลอาชีพระดับหัวกะทิ รีดเฟ้นขึ้นมา ซ้อมทีมบ่อยๆ ไม่ให้ขาด พอถึงเวลาแข่งทัวร์นาเมนต์ ก็ยังใช้กติกู เกินกติกาฟีฟ่า ล้ำเส้นตารางฟุตบอลลีกอาชีพด้วยซ้ำไป ทำทุกอย่างเพื่อถ่างเวลาให้กับทีมชาติ ด้วยหวังว่า จะให้ทีมชาติมีความสมบูรณ์ที่สุดในการลงแข่งทัวร์นาเมนต์


                        ผลปรากฏก็เห็นๆ ว่า ทำยังไง ถึงวันนี้ ก็ยังเละตุ้มเป๊ะ


                      หากเรายอมรับความจริง ปัญหาสำคัญ ไม่ใช่สมาคมฟุตบอลฯ ไม่ทำงาน แต่อยู่ที่นักเตะทีมชาติสายเลือดรุ่นใหม่ ยังไม่สามารถทำความเข้าใจ หรือมีทัศนคติว่า การติดทีมชาติจะสร้างผลดีอะไรให้กับพวกเขาได้อย่างไร?


                      เล่นให้สโมสร หลายคนยังเป็นตัวสำรอง ไม่ค่อยได้ลงตัวจริงอยู่แล้ว มาเตะให้ทีมชาติ ปะเหมาะเกิดเจ็บล่ะ กล้ามเนื้อฉีกล่ะ อนาคตใครจะรับผิดชอบ


                    โดยสามัญสำนึก เราต่างก็ย่อมรู้ดีว่า ไม่ว่าโค้ชสโมสรใด ก็ต้องกำชับนักเตะตัวเองที่ปล่อยตัวไปเล่นให้ทีมชาติว่า... รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะ ระวังอย่าเจ็บมา สโมสรไม่แฮปปี้แน่ ถ้าจะมัวแต่รักษาอาการบาดเจ็บเอ็ง มีแต่จ่ายกับจ่าย ไม่ได้เล่นให้ทีม ถึงเวลาไม่คุ้มก็ต้องขึ้นบัญชีขายละ 


                     ความจริงของวิถีฟุตบอลยุคนี้ก็คือ การเล่นให้ทีมชาติ ฟิลลิ่งไม่ได้เหมือนกับสมัยก่อน ที่รู้สึกสุดยอดที่ติดทีมชาติ แต่เป็นว่า ต้องไปเล่นให้สมาคมฯ เพราะสมาคมฯ เรียกตัว


                     คุณค่าของการติดทีมชาติ จึงไม่ได้มีความหมายเหมือนในอดีต บางทีจะจำใจยิ่งกว่าลิงโลดใจเสียอีก


                     เราจึงเห็นนักเตะรุ่นใหม่ๆ เล่นให้ทีมชาติเหมือนไม่มีใจ บางคนไม่อยากเล่น ก็ใช้วิธีสอยคนแทนบอล จะได้โดนใบแดง เลิกๆ กันไปเลย ไม่สนความฉิบหายของทีมโดยรวม ไม่มีใจให้กับหน้าที่ความเป็นทีมชาติ หรือเห็นแก่หน้าโค้ชด้วยซ้ำไป


                     ทีมอื่นเขามีความเก็บกด เป็น ''ไก่รองบ่อน'' ของทีมไทยมานาน อยากชนะทีมไทย อยากบดบี้ อยากสะใจกับการยัดเยียดความปราชัยให้กับทีมไทยให้ได้ 


                     นอกจากความทุ่มเทของสมาคมฟุตบอลฯ เขาแล้ว นักเตะชุดทีมชาติก็สุดๆ หัวใจมันเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ทุกครั้งกับการลงสนามพบทีมไทย


                    ตรงกันข้ามกับนักเตะสายเลือดรุ่นใหม่ไทยยุคนี้ เล่นให้ทีมชาติก็เหมือน ถูกเรียกตัวเข้าค่ายลูกเสือ หัวจิตหัวใจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก ฝึกทีมก็งั้นๆ ลงสนามก็งั้นๆ เล่นแค่ 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 ต้องเพลย์เซฟ อย่าเจ็บ อย่าเสี่ยง เล่นได้เท่าที่เล่น 


                  คู่แข่งลงสนามด้วยพลังหัวใจเต็มร้อย เราลงสนามสภาพจิตใจ 70 ความห่างพลังออกเทนหัวใจถึง 30 เปอร์เซ็นต์


                  ถึงศักยภาพฝีเท้ามาตรฐานนักฟุตบอลอาชีพของเรา ''กระดูกคนละเบอร์'' กว่าเพื่อนบ้าน แต่ ''หัวใจเพื่อทีมชาติ'' ของเรากลับ ''คนละไซส์'' กับพวกเขา ของเขานับเป็นกิโลกรัม ของเราแค่เป็นขีดสิบกรัม 


                 มันจะเอาอะไรไปชนะ... แข่งกับลาวยังแพ้ลาว ก็เพราะสาเหตุนี้แหละครับ


                  ความล้มเหลวของทีมยู-22 นั้น มันไม่ใช่ผ่านเลยไป โดยเหมาว่า... มันแค่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชน


                  แต่นี่คือ ผลชี้นำให้เห็นถึงอนาคตของฟุตบอลซีเกมส์ที่พม่าในปีหน้า


                 บอกกันตรงนี้เลยครับว่า ฟุตบอลซูซูกิ อาเซียน คัพ 2012 ที่จะแข่งในเร็ววันนี้ ยังไม่กดดันเท่าไหร่ เพราะใช้ ''ชุดใหญ่'' นักเตะชุดใหญ่ยังมีวุฒิภาวะความเป็นมืออาชีพ และฝีมือการทำทีมของกุนซือ วินฟรีด เชเฟอร์ หากยังรักษามาตรฐานของทีมเท่ากับที่เคยเล่นกันในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก


                   แต่ฟุตบอลซีเกมส์ 2013 ซิ่ครับ


                  ถ้าไม่สางปัญหาทางทัศนคติ หรือแก้วิถีการสวนทางระหว่างรับใช้สโมสร หรือรับใช้สมาคมฯ กับนักเตะสายเลือดใหม่


                 ต่อให้ตอนนั้น ใครจะเป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ ฟุตบอลไทยก็อาจตกรอบแรกซีเมส์สามสมัยติดต่อกันได้


                 ... ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายเลย


                                                 ยอดทอง
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ยอดทอง

จำนวนเรื่อง : 226
All post : 1,837
All view : 1,404,634
คอลัมน์ จากปากกายอดทอง

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263