คอลัมน์ : บาสเกตบอลไทย สแลมดั๊งก์ โดย.. ไม่ระบุ
โค้ชเส็ง-ประเสริฐ ศิริพจนากุล จากผู้ชมสู่นักบาสฯ ทีมชาติ และโค้ชมากฝีมือ
16/07/2012 10:39:07 น.
Share :
Tweet
แบ่งบัน
หากจะเอ่ยชื่อ ''กุนซือบาสฯ เก่งๆ'' ของวงการยัดห่วงเมืองไทยขึ้นมาสักหนึ่งคนเชื่อได้เลยว่าจะต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งตะโกนโพล่งออกมาดังๆ ว่า ''โค้ชเส็ง'' ประเสริฐ ศิริพจนากุล เฮดโค้ชคนปัจจุบันของ ''มนุษย์ไฟฟ้า'' สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขึ้นมาอย่างแน่นอน
เพราะ ''โค้ชเส็ง'' ประเสริฐ ศิริพจนากุล ถือเป็นผู้ฝึกสอนบาสฯ ที่ทำทีมประสบความสำเร็จที่สุดมากคนหนึ่งของวงการยัดห่วงเมืองไทยในช่วงตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ''โค้ชเส็ง'' สามารถนำทีมบาสฯ สโมสรร่วมทีมมหาวิทยาลัยต่างๆ กวาดแชมป์มาแล้วจนแทบจะนับไม่ถ้วน!
จนได้รับการยกย่องจากคนในวงการบาสฯ ไทยว่าเป็น ''ผู้ฝึกสอนบาสฯ'' ที่เก่งอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ !!!!!
แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ''โค้ชเส็ง'' ประเสริฐ ศิริพจนากุล เป็นใครมาจากไหน แล้ว ''อดีต'' เขาทำอะไรมาก่อน และมาทำงานโค้ชได้อย่างไร?
ในอดีตเมื่อสักราวๆ 30 ปี ที่ผ่านมา ''ประเสริฐ ศิริพจนากุล'' คือหนึ่งนักบาสฯ ฝีมือดีของเมืองไทย ซึ่งอยู่ช่วงรุ่นราวคราวเดียวกับ องอาจ หอมละออ, เจษฎาภรณ์ มาโนช, เริงศักดิ์ เอโกมล, ประวิทย์ ชาญอนงค์สุข ฯลฯ และเป็นที่รู้จักในแวดวงบาสฯ สมัยนั้นด้วยในฉายา ''อิคคิวซัง'' และเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติไทยชุดคว้าอันดับ 4 ในศึกเยาวชนชิงเอเชียที่ประเทศฟิลิปปินส์ และชุดเหรียญทองแดงซีเกมส์ 3 สมัยติด
เล่นบาสฯ เพราะทีมเพื่อนขาดคน
สำหรับจุดเริ่มต้นที่ต้องเดินเข้าสู่วงการบาสเกตบอล ''โค้ชเส็ง'' เล่าว่า ''เมื่อสมัยเรียนอยู่ ม.3 ร.ร.ราชาธิวาส หลังเลิกเรียนแล้วผมชอบไปนั่งรอเพื่อนๆ และรุ่นพี่แถวบ้าน ซึ่งพวกเขาไปเล่นบาสฯ กันที่สนามกีฬาแห่งชาติหรือสนามศุภชลาศัยนั่นแหละ เพื่อที่จะรอไปเที่ยวกันต่อหลังเลิกเล่นบาสฯ เป็นประจำทุกวัน ซึ่งผมก็ไม่เคยมีความรู้สึกอยากลงไปเล่นกับพวกเพื่อนๆ พี่ๆ แม้แต่น้อย เพราะช่วงนั้นผมสนใจแต่ว่าเมื่อไหร่เพื่อนๆ จะเลิกเล่นจะได้ไปหาอะไรกินกันเท่านั้น แต่ด้วยบุพเพฯ หรืออะไรก็ไม่รู้ มีอยู่วันหนึ่งหลังจากที่ผมนั่งดูเพื่อนเล่นบาสฯ อยู่ราวเกือบปี ทีมของเพื่อนเกิดผู้เล่นไม่ครบ ทำให้เพื่อนๆ ชวนผมลงไปเล่นด้วยกัน และผมก็เล่นไปแบบขำๆ ไม่คิดอะไร แต่จากนั้นเพื่อนก็ชวนทุกวันจนทำให้รู้สึกว่าเล่นแล้วสนุกก็เลยเล่นมาเรื่อยๆ จนรู้สึกชอบและอยากเล่นให้เก่งขึ้นก็เลยเริ่มต้นมีความคิดอยากหาอาจารย์มาสอน เพื่ออยากทำให้ตนเองเก่งขึ้น''
อ.ชุ่มโค้ชคนแรกในชีวิต
''จนมีอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากที่ผมเล่นบาสฯ ได้สักระยะประมาณ 5-6 เดือนเห็นจะได้ แต่จำไม่ได้ว่าปีไหน องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อสกท.) หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในปัจจุบัน เปิดเหมือนแคมป์ฝึกบาสฯ เยาวชน ''ไอ้โหนก'' สิทธิศักดิ์ เพื่อนผมมันเลยชวนไปสมัครด้วยกัน จึงทำให้เริ่มเล่นบาสฯ แบบจริงจัง แต่เล่นได้ไม่นานนักผมก็มีโอกาสไปคัดตัวของทีมเยาวชนของ อสกท. ซึ่งตอนอ.ชุ่มเป็นคนทำทีม ก็สมัครคัดตัวและเกิดติดขึ้นมาแบบไม่คาดคิดมาก่อนและเป็นตัวแทนไปแข่งทีมบาสฯ รายการของ กทม. แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนนั้นผมไม่ได้ลงเล่นเลยสักเกมเป็นตัวสำรองอย่างเดียว แต่ก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่เก่ง แต่จากนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจอยากทำให้ตัวเองเก่งขึ้นเลยกลับไปฝึกซ้อมทุกวัน เล่นทุกวันเมื่อมีเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าพักเที่ยงหรือหลังเลิกเรียน เล่นตลอดเวลาเลยว่างั้นก็ได้ ซึ่งมันก็ทำให้ผมติดบาสฯ ไปเลย และทำให้ผนเล่นบาสฯ เรื่อยมา''
สุนทร จิตปราณีชัย ไอดอลในวัยเด็ก
''ส่วนอีกแรงบันดาลใจของผมก็คือ สุนทร จิตปราณีชัย นักบาสฯ ของทีมไก่สดซีพี ซึ่งเป็นฮีโร่ของผมในตอนเด็กเลยก็ว่า เพราะช่วงนั้นเขาเป็นนักบาสฯ ที่เก่งมาก และติดทีมชาติ และมีท่าเวลาชูตและเวลาเลี้ยงบอลเยอะมาก จึงพยายามเลียนแบบและพยายามฝึกฝนท่าต่างๆ ของ ''สุนทร จิตปราณีชัย'' อยู่ประจำ เพราะตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกว่าอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งมากกว่าเดิม เพราะคิดว่าหากมีโอกาสเราจะสามารถสู้กับคนอื่น เพื่อโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงบ้าง และอีกอย่างคืออยากพิสูจน์ว่าตัวเองก็ทำได้เหมือนคนอื่นเขา''
ศรีประสิทธิ์ทีมแรกในชีวิต
''สำหรับทีมบาสฯ ทีมแรกของผม คือ ทีมศรีประสิทธิ์ ทีมของเพื่อนๆ ที่เล่นบาสฯ อยู่แถวสนามศุภชลาศัยที่ชวนผมเล่นบาสฯ ครั้งแรกนั่นแหละ ซึ่งตอนนั้นผมอายุ ประมาณ 17-18 ปี เห็นจะได้ เพราะตอนนั้นเพื่อนจะส่งทีมลงแข่งถ้วย ค และนั่นก็ทำให้ได้เล่นกับทีมอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก แต่ครั้งนี้เล่นก็ไม่ได้แชมป์อะไรครับ และผมก็เล่นให้ศรีประสิทธิ์อยู่ 2 ปี ก่อนจะย้ายไปไทยรวมสิน''
แชมป์แรกกับ ''ไทยรวมสิน'' พ่วงติดยช.ทีมชาติ
''ที่ย้ายไปอยู่ไทยรวมสินเพราะ โค้ชชัยนันท์ วงษ์มีพันธ์ มาชักชวนให้ไปเล่นให้ทีมไทยรวมสิน ซึ่งตอนเขาส่งทีมเล่นถ้วย ข ซึ่งมาเล่นให้ปีแรก ผมก็ได้เล่นเป็นตัวจริงเลย และไทยรวมสินก็ได้แชมป์ถ้วย ข นั่นก็ทำให้ไทยรวมสินได้เล่นถ้วย ก ในปีเดียวกัน และทีมก็สามารถคว้าแชมป์ถ้วย ก ได้ในปีเดียวกันด้วย จากนั้นผมก็เล่นอยู่กับไทยรวมสินมาตลอด และหลังจากได้แชมป์กับไทยรวมสินทีมเยาวชนทีมชาติก็เปิดคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ ผมกับเพื่อนพากันไปกับเขาด้วย และผมก็โชคดีเหลือเกินมีชื่อติดทีมชาติ ได้เพื่อจะไปแข่งชิงแชมป์เอเชียที่ฟิลิปปินส์ ตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะติดเพราะผมเล่นตำแหน่งพอยนต์การ์ด ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยมีคนเล่นมากนัก เพราะตำแหน่งนี้ไม่ค่อยเด่นและหาคนเล่นยาก เพราะต้องมีความคล่องตัวสูง และสามารถทำได้ทุกอย่าง ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้ผมก็ฝีมือพอตัว หลังจากในช่วงที่อยู่ไทยรวมสินผมมักชอบไปนั่งดูทีมชาติรุ่นเก่าๆ ซึ่งเล่นกันอยู่ที่ ''สหคุณ'' ย่านสุริวงศ์ จึงทำให้ได้วิชามาเยอะและนำวิธีการเล่นของหลายคนมาเลียนแบบ เลยทำให้ฝีมือมันไปเตะตาโค้ชมั้ง (หัวเราะ) จึงทำให้ผมติดทีมชาติ''
คว้าอันดับ 4 ยช.ชิงแชมป์เอเชีย, ติดทีมชาติชุดใหญ
''สำหรับตอนที่ไปแข่งเยาวชนชิงแชมป์เอเชียที่ฟิลิปปินส์นั้นทีมไทยเราได้ที่ 4 ครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นไงบ้าง เพราะมันนานมากแล้ว แต่กลับมาผมก็โชคดีอีกถูกเรียกเข้าไปอยู่ในทีมชุดบี ทีมชาติไทยแข่งซีบ้า คัพ ที่ไต้หวันต่อทันที ทำให้จากนั้นผมก็ติดทีมชาติเรื่อยมาและเคยได้เหรียญทองแดงซีเกมส์ 3 สมัย แต่ผมจำไม่ได้ว่าที่ไหนบ้างเพราะมันนานมากแล้วเช่นกัน และอีกอย่างผมไม่ใช่คนยึดติดกับชื่อเสียง ขนาดทุกวันนี้ผมยังไม่มีเสื้อทีมชาติเหลืออยู่สักตัวเลย เพราะใครมาขอก็ให้เขาหมด ขอเสื้อก็ให้เสื้อ ขอกางเกงก็ถอดให้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะเก็บไปทำไม ใครอยากได้ก็ให้เขาดีกว่า (หัวเราะ)''
เลิกเล่นบาสฯ เมื่อปี 2530
''ผมเลิกเล่นบาสฯ เมื่อตอนประมาณปี 2530 เพราะไทยรวมสินยุบทีม และก็อยากเลิกเล่น เพราะตอนนั้นผมก็ทำงานอยู่ไทยรวมสินด้วย และตนเองก็เริ่มมีครอบครัว ทำให้อยากใช้ชีวิตกับครอบครัวมากกว่าจึงทำให้ตอนนั้นผมทำงานอย่างเดียว และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบาสฯ อยู่ประมาณ 2 ปีครับ''
เริ่มงานโค้ชกับ''ไทยยูเนี่ยน''
''ส่วนงานโค้ช เริ่มเมื่อ 2534 จากการที่ลูกชายเจ้าของไทยรวมสินเขาอยากกลับมาทำทีมบาสฯ ใหม่ จึงได้มาขอให้ช่วยฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ ซึ่งตอนนั้นบอกตรงๆ เลยว่า ผมไม่เคยมีความคิดจะมาเป็นโค้ชเลย แต่เขามาขอร้องและอีกอย่างเราผูกพันกับไทยรวมสินมากจึงได้รับปาก และก็ฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า ''ไทยยูเนี่ยน'' ซึ่งผมก็ทำอยู่ 4-5 ปี แต่ต้องบอกก่อนว่าครั้งนี้มันเป็นการทำทีมที่ยากลำบากมาก เนื่องจากตอนแรกที่เริ่มทำ ทีมผมมีนักกีฬาแค่ 6 คนเท่านั้น ซึ่งมันไม่ครบ 12 คน ทำให้ผมออกตระเวนชวนน้องๆ มาช่วยกันเล่น แต่สุดท้ายทีมมันก็ไปไม่ไหวเพราะความที่เราไม่เหมือนเดิม ก็ทำให้ผมหยุดไปอีกราว 1 ปี''
ปลุกปั้นรามฯ, ม.กรุงเทพเป็นแชมป์อุดมศึกษา
''ก่อนที่จะถูกขอร้องอีกครั้งจาก อ.ปรีชา ประยูรพัฒน์ โค้ชของม.รามคำแหงว่าให้เป็นโค้ชแทนหน่อย โดยท่านให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาทำทีม จึงจำใจยอมและตกปากรับคำว่าจะทำทีมม.รามฯ ให้กับแก และผมก็ทำอยู่ประมาณ 3 ปี แล้วผมก็ลาออก หลังจากทำทีมได้แชมป์อุดมศึกษา 2 สมัย และรองแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย จากนั้นผมก็ไปทำม.กรุงเทพต่อ ซึ่งเขาก็มาขออีกเช่นกัน เราทำให้ตามคำขอเมื่อมาขอเราก็ให้ แต่ก็เหมือนเดิมผมอยู่ม.กรุงเทพ 3 ปี ม.กรุงเทพประสบความสำเร็จได้แชมป์อุดมศึกษา 1 ครั้ง รองแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย 1 ครั้ง และอันดับสามอีก 2 ครั้ง และผมก็ขอเขาหยุด เพราะทุกครั้งที่รับหน้าที่โค้ชผมมักจะตั้งเป้ากับตัวเองไว้ตลอดว่าถ้าทีมมันดีแล้วผมก็จะหยุด ซึ่งรามฯ และม.กรุงเทพ ในตอนนั้นก็ดีขึ้นแล้ว''
โค้ชคนแรกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
''สำหรับงานโค้ชกับสโมสรเริ่มขึ้นเมื่อ 2537 เนื่องจาก ''พี่อำ'' อำนวยชัย สุวรรณสุนทร แกอยากทำทีมบาสฯ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงไปชวนและให้มาช่วยกันสร้างไฟฟ้าหน่อย ซึ่งก็เหมือนเคยครับ เมื่อพี่มาขอเราจะไม่ช่วยก็กระไรอยู่ ทำให้ตกลงปลงใจมาทำทีม แต่อีกอย่างคือผมมีความประสงค์ว่าอยากจะช่วยน้องๆ นักบาสฯ ให้มีการมีงานทำเพราะช่วงนั้นวงการบาสฯ ไม่เหมือนสมัยนี้ เพราะสมัยนั้นเล่นบาสเกตบอลอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ แต่หากเราทำทีมบาสฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มันก็จะทำให้น้องๆ นักบาสฯ มีงานทำไปด้วยและมีเงินเดือนเลี้ยงตัวเองได้ ทำให้ตัดสินใจรับงานโค้ชไฟฟ้า แล้วตอนนั้นทำอยู่ราว 3 ปี ก็สามารถทำทีมเข้าชิง ถ้วย ก กับไฮเทค ได้สำเร็จ แต่ปีนั้นเราแพ้ไฮเทคได้แค่รองแชมป์ และทีมเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ผมทำอยู่อีกประมาณ 3-4 ปี ผมก็ลาออก''
โบกมือลางานโค้ชไฟฟ้าหายหน้าจากวงการเกือบ 10 ปี
''ส่วนเหตุผลที่ลาออกงานนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง เพราะครั้งนี้ผมรู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว เพราะตอนนี้เรามีลูกแล้วแต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย ผมจึงตัดสินใจลาออกและบอกกับตัวเองว่าคงเลิกอาชีพนี้อย่างถาวรแล้ว เพราะอยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น และขอกลับไปทำงานตามวิถีชีวิตดีกว่า และอีกอย่างในชีวิตของผม ผมขอพูดตามตรงเลยผมไม่เคยอยากเป็นโค้ช เพราะคนเป็นโค้ชนั้นมันต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านักกีฬาเยอะ และผมเองไม่ชอบ เพราะไม่ชอบยึดติดกับอะไรนานๆ จึงทำให้ตัดสินใจยุติบทบาทโค้ชไฟฟ้าในครั้งนั้น และทำให้ผมหายไปจากวงการเกือบ 10 ปี''
ปี 52-53 คัมแบ็กรับทำงานโค้ชรามฯ-ไฟฟ้าอีกครั้ง
แต่ที่กลับมาทำงานโค้ชอีกครั้งเพราะทนเห็นความตกต่ำของทีมบาสฯ ม.รามคำแหงไม่ได้เลยอยากเข้ามาช่วยก็เข้ามาในปี 2552 ซึ่งตั้งแต่เข้ามาทีมยัดห่วงรามฯ ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และคิดว่าหากรามฯ ดีขึ้นเราจะลาออกกลับไปอยู่บ้านดูแลครอบครัวตามเดิม แต่เมื่อปี 53 พี่อำนวยชัยที่รู้ว่าเรามาทำรามฯ ก็เลยมาชวนกลับไปทำไฟฟ้าอีกครั้ง ซึ่งตอนแรกเราก็ชั่งใจอยู่ว่าจะทำดีหรือไม่ แต่พอเห็นผลงานไฟฟ้าช่วงหลังที่ผ่านมาโดนทิวฯ และไฮเทค ขี่คออยู่มันก็อดที่จะช่วยไม่ได้ ก็เลยรับทำไฟฟ้าอีกครั้ง แต่ผมไม่ได้เซ็นสัญญานะ แค่เข้าไปช่วยเฉยๆ และปีที่แล้วก็ทำทีมไฟฟ้าคว้าแชมป์ถ้วย ก ได้ แล้วผมก็กะว่าจะเลิกแล้วแต่โชคกลับไม่ดีดันมีบาสฯ ลีกขึ้นอีกทำให้ผมต้องอยู่ช่วยต่อ''
ไฟฟ้าได้แชมป์ลาแน่นอน
''แต่ก็คงทำอีกไม่นานครับ หากได้แชมป์หรือรองแชมป์ ผมก็คงจะไปแล้วครับ เพราะทีมดีขึ้นแล้ว ใครมาทำก็ได้เหมือนกันครับ''
อนาคตพร้อมช่วยทุกทีม
''ส่วนอนาคตหากเลิกทำทีมม.รามฯ กับไฟฟ้า ก็คงกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้นเหมือนเดิม เพราะก็อยากหยุดเหมือนกัน เพราะอย่างที่บอกไปผมไม่เคยชอบงานโค้ช และก่อนที่จะมาเป็นโค้ชผมก็ไม่เคยอยากเป็น แต่ทำเพราะมันจำเป็นและอยากช่วยพี่น้องเท่านั้น... แต่หากมีทีมอื่นอย่างไฮเทคมาขอให้ทำคงต้องดูก่อนว่าทีมเขาเป็นยังไงในเวลานั้น ถ้าทีมเขาไม่ดีผมทำนะ เพราะผมยินดีช่วยทุกคนอยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นไปได้อยากเลิกครับ''
ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เป็นเส้นทางตั้งแต่เรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันของ ''โค้ชเส็ง'' ประเสริฐ ศิริพจนากุล ผู้ฝึกสอนบาสเกตบอลที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ''โค้ช'' ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของวงการยัดห่วงเมืองไทยในเวลานี้
!!!
ประวัติพอสังเขป
''โค้ชเส็ง''
ประเสริฐ ศิริพจนากุล
เกิดวันที่ 11 ก.พ. 2504 อายุ 51 ปี
ส่วนสูง 174 ซม. น้ำหนัก 84 กก.
ภูมิลำเนา กรุงเทพฯ
การศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง
ปัจจุบัน รองผู้จัดการบ.ไวยไทย จำกัด, ผู้ฝึกสอนสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ม.รามคำแหง
บิดา โม่วฮวด แซ่โง้ว (เสียชีวิตแล้ว)
มารดา สุพัตรา ศิริพจนากุล
ภรรยา เพ็ญพนอ (ขลังธรรมเนียม) ศิริพจนากุล อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย
มีบุตร 3 คน
- ณิชาภัทร ศิริพจนากุล
-ธัญญา ศิริพจนากุล
-วสุธร ศิริพจนากุล
ผลงานตอนเป็นนักบาสเกตบอล
- ติดทีมชาติไทย 11 ปี เหรียญทองแดงซีเกมส์ 3 สมัย, อันดับ 4 ยช.ชิงแชมป์เอเชีย ที่ ฟิลิปปินส์ แชมป์ถ้วย ก 2 สมัย (ไทยรวมสิน), แชมป์ถ้วย ข (ไทยรวมสิน), แชมป์ ประชาชน กทม. (ไทยรวมสิน)
ผลงานตอนเป็นโค้ช
- แชมป์อุดมศึกษา 3 สมัย (ม.รามคำแหง (2), ม.กรุงเทพ (1)), รองแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย 2 สมัย (ม.รามคำแหง (1), ม.กรุงเทพ (1) ), แชมป์ถ้วย ก 1 สมัย, รองแชมป์ถ้วย ก 1 สมัย
Share :
Tweet
แบ่งบัน
คอลัมน์อื่น ๆ
"ทหารอากาศ" เถลิงแชมป์ตบถ้วย ก สมัย 4
เกรเปิ้ลเบียดซาแกนซิวชัยสเตจ13
''พรอนงค์'' พรีเซนเตอร์บางจาก
สัญญาณแห่งการปฏิวัติของไก่เดือยทอง
Comment
นามปากกา : ไม่ระบุ
จำนวนเรื่อง : 418
All post : 123
All view : 604,008
คอลัมน์ บาสเกตบอลไทย สแลมดั๊งก์
ไม่ระบุ
ไจนาไมต์ ไจ เรเยส พอยนต์การ์ดขั้นเทพฟิลิปปินส์
View : 1,236 Post : 0
ไม่ระบุ
หนุ่มโคราชชิงดำขอนแก่น สาวหมอแคนเฮซิวตั๋วกีฬาชาติ41
View : 393 Post : 0
ไม่ระบุ
สังเวียน ม.ศรีปทุมคึกคัก ยัดห่วงชลบุรี ไฮเทค สุดเจ๋งเก็บชัยรวด
View : 333 Post : 0
ไม่ระบุ
สนามบาสม.รามปราบเซียนทีมยักษ์ใหญ่แพ้รวด
View : 141 Post : 0
ไม่ระบุ
''พีท'' บัณฑิต หลักหาญ พอยนต์การ์ดแห่งอนาคต
View : 486 Post : 0
Recommend on Google
Follow @siamsport_news
© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท
|
ติดต่อเรา
|
ลิขสิทธิ์
|
ร่วมงานกับเรา
|
ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263