| 15/07/2012 9:55:41 น. |

เป็นอีกคนหนึ่งถูกพูดถึงเยอะ ในช่วง ยูโร 2012 ด้วยฐานะพิธีกรที่มาพร้อมไฮไลท์การแข่งขัน สอดแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ผ่านรายการ ช็อตเด็ด ยูโร กับ ยูโร ทอล์ค ทางช่อง 3 และสร้างสีสันจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆมากมาย แม้ออกอากาศวันละไม่กี่นาที
ไม่บ่อยนักที่ผู้ชมโทรทัศน์พูดถึงรายการพิเศษแบบนี้ ถึงแม้นำเสนอกันทุกช่อง หลายรายไม่มีใครจำชื่อพิธีกรด้วยซ้ำ แต่สไตล์การจัดที่ไม่เหมือนใคร ทั้งน้ำเสียง ท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ "แชมป์" พีรพล เอื้ออารียกูล กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดต่างๆทางอินเตอร์เน็ต ส่วนหนึ่งชื่นชอบ บ้างอาจเห็นตรงกันข้าม ตอนนี้ แม้จบ ยูโร 2012 มาพักใหญ่แล้ว และเจ้าตัวมีรายการ ช็อตเด็ด โอลิมปิก ต่อจากนั้น หลายท่านก็ยังคงจำได้ว่า รายการของเขาช่วยให้พวกต้องนอนหัวค่ำ หรืออดดูเพราะโทรทัศน์จอดำ สามารถชมส่วนสำคัญของเกม พอให้หายเครียด ไม่ตกข่าว คนจำนวนไม่น้อยเพิ่งรู้จัก "แชมป์" พีรพล มากขึ้น จากช่วงเวลาดังกล่าว บางส่วนตามไปแสดงความคิดเห็นตามทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊คของเขาด้วย นักข่าวหลายคนยังไม่มีการตอบรับแบบนี้ แม้ทำงานมานานหลายปี

ขณะจัดรายการช่วงแข่งขัน ยูโร 2012
"ผมให้ 8 เต็ม 10" "แชมป์" พีรพล ตอบผู้เขียน เมื่อมีโอกาสไปพูดคุยกันที่อาคารมาลีนนท์ ไม่กี่วันก่อน และขอเขาให้คะแนนความสามารถกับรายการ ยูโร 2012 ของตัวเอง ส่วนเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น เจ้าตัวก็ยอมรับได้ เพราะถือว่าอย่างน้อยคนกลุ่มนั้นคือผู้ชมรายการ เขาเองดูพอใจปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยภาพรวม และตั้งใจเสนอรายการของตนให้ดีต่อไป พร้อมเผยด้วยว่ายินดีร่วมงานโทรทัศน์กับน้องๆรุ่นใหม่ เพราะยังมีโครงการณ์อีกเพียบ ความฝันคือได้เวลาออกอากาศเพิ่ม และผลิตรายการซึ่งช่วยให้คนไทยหันมาสนใจ และสนุกกับการเชียร์กีฬามากขึ้น "แชมป์" ยอมรับอาจไม่ถนัดเล่นกีฬา แต่เขาอยากเป็นพิธีกรด้านนี้ ทำรายการที่ตนเองเคยต้องการเห็น ทั้งๆตอนเข้าสู่วงการโทรทัศน์เมื่อปี 2548 ถูกแมวมองเสนอให้เล่นละคร แต่เจ้าตัวเลือกเสนองานที่เคยทำสมัยเรียนในสหรัฐอเมริกา เช่นการตัดต่อข่าวพรีเมียร์ลีก ให้สำนักข่าว ฟ็อกซ์สปอร์ต เพื่อจะได้ทำอาชีพพิธีกรทางช่อง 3
"แชมป์" ปลื้มที่ปัจจุบันเราให้ความนิยมกีฬาหลากชนิด สูงกว่าในอดีตหลายเท่า ทั้งๆปัจจัยบางอย่าง เช่นการจราจร ไม่เอื้ออำนวย เจ้าตัวเชื่อว่าคนไทยรักกีฬาจริงๆ ไม่ใช่ดูเพราะเล่นพนัน หรืออย่างอื่น แม้ว่าการเดินทางลำบาก แต่แฟนๆก็ยังอุตส่าห์ตามไปเชียร์กันเป็นจำนวนไม่น้อย สถานที่อย่างห้างสรรพสินค้า หรือสถานบันเทิงบางแห่ง ช่วยส่งเสริมเรื่องนี้อย่างดี พยายามจัดการแข่งขันต่อเนื่อง นักกีฬาดังๆอย่าง ภราดร ศรีชาพันธุ์ หรือ ธงชัย ใจดี ก็มีโครงการณ์สนับสนุนรุ่นน้องๆที่สนใจ ขณะคุณถาพสนามในประเทศเรา ยังค่อนข้างแย่ สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณโดยรอบ ไม่เหมาะสำหรับการมาเชียร์แบบครอบครัวเหมือนเมืองนอก บางที่ก็ไม่ปลอดภัย หรือสกปรก ไม่นับว่าองค์ประกอบซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่าง อากาศร้อน หรือรถติด ทำให้หลายคนเลี่ยงการเดินทางมาสนาม ทั้งๆสนใจดูกีฬา
พิธีกรรายการกีฬารูปหล่อแห่งช่อง 3
ปัญหาอีกอย่างคือนักกีฬาประเทศเรารายได้น้อย ขาดสนับสนุนอย่างจริงจัง บางรายที่เก่งจริง อาจมีรายรับสูง แต่ก็ไม่ร่ำรวยมากมายอะไรเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ความจริงนักกีฬาส่วนใหญ่ยังลำบาก ฐานะไม่มั่นคง "แชมป์" เชื่อว่าถ้าพวกเขาสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ผลประโยชน์จะตกอยู่กับวงการกีฬา รวมถึงคนไทยเอง เรายังขาดฮีโร่ เด็กไม่รู้ว่าจะเล่นเก่งเหมือนใคร กีฬาบางชนิดโด่งดังเป็นยุคๆ หรือโดดเด่นเฉพาะบางตำแหน่ง บางอย่างขาดคนที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจอย่างเด่นชัด เขาเห็นด้วยกับผู้เขียน เรื่องหลายประเทศที่ความเป็นอยู่แย่กว่าเรา เช่นในทวีปแอฟริกา แต่กลับผลิตนักกีฬาเก่งๆอย่างต่อเนื่อง จึงต้องไปดูกันว่าเขาทำได้เพราะอะไร ทำไมเราถึงหานักสนุ๊กเกอร์มาแทน รัชพล ภู่โอบอ้อม หานักว่ายน้ำมาแทน ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร หรือ รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ ไม่ได้ หมดทีมวอลเลย์บอลหญิงชุดล่าสุด หรือ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ แล้วใครจะมาแทน
ขณะพิธีกรหนุ่ม ไม่ค่อยเชื่อว่าการที่สปอนเซอร์บางราย ส่งเด็กไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรใหญ่ในยุโรปแค่ช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยอะไรได้มากนัก แต่เหมือนเป็นการโปรโมทบริษัทมากกว่า ลิโอเนล เมสซี่ อาจไม่เก่งเหมือนทุกวันนี้ ถ้าไปอยู่ บาร์เซโลน่า แค่สัปดาห์เดียว หรือหนึ่งเดือน ต้องส่งไปอยู่ตั้งแต่อายุน้อย แล้วรอจนกว่าจะโต ทุกอย่างไม่มีทางลัด ไม่สามารถทำแบบฉาบฉวย ระบบต้องเอื้ออำนวยด้วย ผู้เขียนเลยยกตัวอย่างไปว่ามีนักเตะไทยคนหนึ่ง ไปอยู่เยอรมันตั้งแต่เด็ก ตอนนี้แก่แล้วยังไม่อยากกลับบ้านเกิด ยอมเล่นอยู่ดิวิชั่นต่ำๆในต่างแดนดีกว่า "แชมป์" จึงบอกว่าเพราะคุณภาพชีวิตที่นั่นดีกว่า และย้ำว่าผู้มีธงชาติติดหน้าอก ควรมีความเป็นอยู่ที่ดี กระเป๋าตุง ไม่ต้องทำอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว นักกีฬาทีมชาติหลายคนพออายุมากขึ้นก็ตกอับ รายได้ไม่ค่อยพอเพียงต่อการดำรงชีวิต เพราะไม่มีสวัสดิการ หรือแผนงานใดๆมารองรับคนกลุ่มนี้
หลายลีลาท่าทางตอนจัดรายการ ที่ไม่เหมือนใคร
ปัจจุบัน "แชมป์" อาจไม่ค่อยมีเวลาเล่นกีฬา ได้แค่เข้าโรงยิมยกเวตสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง แต่อดีตกองหน้าโรงเรียนประถม อัสสัมชัญ ผู้ชื่นชอบ โลธ่าร์ มัทเธอุส เพราะดูบอลอย่างจริงจังตอนเยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์โลก เท้าหนักพอๆกัน แถมตอนเด็กได้ฉายา "ซูเปอร์แมน" เหมือนกันด้วย ยังคงรักกีฬาทุกประเภท ฮีโร่ในตอนนี้จึงมีทั้ง ธีรเทพ วิโนทัย, เดวิด เบ็คแฮม, ลิโอเนล เมสซี่, ไทเกอร์ วู้ดส์, ไมเคิ่ล จอร์แดน เรื่อยไปจนถึง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ขนาดคนใกล้ตัวก็เป็นนักกีฬาเทควันโด้ และคงทำงานอยู่ในวงการกีฬาให้เราได้วิจารณ์ไปอีกนาน เพราะเชื่อว่าเขา "เก่งพอ" นั่นเอง
หวังว่าแง่มุมความคิดของ "แชมป์" คงช่วยจุดประกายให้กับผู้อ่านได้บ้าง คอยติดตามต่อว่าคราวหน้าเราจะนำอีกด้านหนึ่งของคนเก่งในวงการกีฬาท่านใดมาเสนอกัน...
ตัวอย่างงานของ แชมป์ พีรพล

| Recommend on Google |