
ความสามารถของคนเราไม่ได้วัดกันที่ รูปร่าง หน้าตา และการศึกษา!!!!
แต่..มันวัดกันที่ขนาดของ"หัวใจ" เหมือนดั่งที่นักตบสาวไทยพานพบมา หัวใจของพวกเธอทุกดวงคือ"ใจราขสีห์" ที่มีสายเลือดของ" นักสู้"อยู่เต็มเปี่ยม
ทุกครั้งที่ลงสังเวียนแข่งขัน สิ่งแรกที่"โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร จะพูดเสมอว่า นักตบสาวไทย เป็นรองเรื่อง"รูปร่าง" เพราะไทยน่าจะเป็นสาวไซค์เอเชียที่เล็กที่สุดในวงการลูกยาง!!!
ในอดีต"รูปร่าง" อาจจะเป็นอุปสรรค สำหรับนักตบสาวไทย ตีเท่าไหร่ก็ติดบล๊อก หรือยังไม่ทันจะรุกบล๊อกของคู่แข่งก็มารออยู่ตรงหน้าแล้ว!!!
หากนักตบสาวไทยท้อ และถอดใจ กับเพียงเพราะรูปร่างที่เล็กกว่าคู่แข่ง เห็นทีว่า อันดับ 4 ในศึกเวิร์ลกรังด์ปรีซ์ 2012 คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ความมุ่งมั่น และการฝึกซ้อมหนัก เพื่อให้เดินไปถึง"เป้าหมาย" รูปร่างจึงมิใช่อุปสรรค ของนักตบสาวไทย เพราะใจที่มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับทุกเกมแข่งขัน ทำให้ต่างชาติได้เห็นถึงศักยภาพของคนตัวเล็ก แต่สามารถกระโดดขึ้นพิฆาตกำราบคู่แข่งลงได้อย่างราบคาบ ทำเอาอึ้งกันทั้งสนาม
โดยเฉพาะการแข่งขันคอลิฟายโอลิมปิก 2012 และ เวิร์ลด์กรังปรีซ์ 2012 ที่นักตบสาวไทยลิ่วเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และเกมในการแข่งขันรอบสุดท้าย ฟอร์มการเล่นของสาวไทยนั้นแสนดุดัน ขย้ำ"สาวมังกร" และคว่ำ คิวบา ลงได้สุดมันส์
แม้แต่การลงสังเวียนกับแชมป์เวิร์ลกรังด์ปรีซ์ 3 สมัยอย่าง อเมริกา แม้สาวไทยจะพ่ายให้กับความสูงและพลังการตบที่แสนดุดัน แต่ก็ยังเก็บแชมป์จากทีมระดับแชมป์มาได้ถึง 1 เซต เพราะ"ใจ" ที่สู้แบบสุดใจ ไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่ได้กับได้ เพราะได้ลงสังเวียนดวลกับนักตบระดับโลก และทำให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเองได้อย่างแท้จริง!!!
อันดับ 4 ในเวิร์ลกรังด์ปรีซ์ 2012 ของทัพนักตบสาวไทย กลายเป็น"ใบเบิกทาง"สู่เส้นทางอาชีพที่จะสร้างรายได้ให้กับนักกีฬาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เพราะจากศึกครั้งนี้ ทำให้ต่างชาตินั้นแห่มาให้ความสนใจกับนักตบ"ตัวเล็ก" แต่ฝีมือไม่เล็กเหมือนตัว แต่ละทีมต่างเข้ามาติดต่อให้นักตบสาวไทยไปร่วมสโมสร พร้อมกับยื่นข้อเสนอดีๆ มาให้
ที่สำคัญนักกีฬาแต่ละคนต่างได้รับความสนใจจากทีมต่างชาติเกือบทุกคน โดยเฉพาะอเซอร์ไบจัน นั้นสนในอยากจะดึงไปทั้งทีม!!!
แต่..การตัดสินใจว่าจะให้นักกีฬาไปเล่นลีกอาชีพที่ไหนนั้น ต้องศึกษารายละเอียด และผลประโยชน์ของนักกีฬาว่าจะคุ้มค่ากับการเดินทางไปค้าเพลงตบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการพิจารณารายละเอียดต่าง" อ.ติ๋ม" ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ จะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอที่แต่ละสโมสรส่งมาให้ ซึ่งตอนนี้ทั้งทางจีน, ญี่ปุ่น, อิตาลี,โปร์แลนด์ และ อาเซอร์ไบจัน ต่างก็สนใจที่จะดึงนักกีฬาไทยไปร่วมทีม
โดยญี่ปุ่น นั้นสนใจอยากได้" เจ้าอร" อรอุมา สิทธิรักษ์ จอมพิฆาตหัวเสาจาก"แดนสะตอ" สุราษฏร์ธานี กับ ซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาล " เดอะหน่อง" ปลื้มจิตร์ ถินขาว ส่วน อิตาลี ก็อยากได้ อรอุมา กับ มลิกา กันทอง ในขณะประเทศอื่นๆ ก็เสนอตัว หรืออยากได้ตำแหน่งต่างๆ ของไทยไปร่วมทีมในลีกอาชึพของตัวเอง
ณ เวลานี้ การตัดสินใจยังไม่สะเด็ดน้ำว่าใครจะไปเล่นลีกอาชีพที่ไหน อย่างไรเพราะในเดือนตุลาคม ทางลีกต่างประเทศทั้งหมดจะส่งรายละเอียดมาให้ ถึงตอนนั้นสมาคมฯจะดูผลประโยชน์ตอบแทนของลีกนั้นๆให้นักกีฬา รายได้ สวัสดิการ และอื่นๆ แล้วจะนำไปเปรียบเทียบกันว่าแต่ละลีกที่ร้องขอนักกีฬาไทยไปร่วมทีมนั้น สโมสรไหนที่น่าสนใจมากที่สุด
เมื่อเลือกได้ก็จะนำไปให้นักกีฬาแต่ละคนตัดสินใจว่าจะตอบตกลงไปเล่นกับลีกนั้นหรือไม่ หากตกลงที่จะเล่นก็ จะดำเนินการทำใบโอนย้ายสังกัดผ่านไปทางเอฟไอวีบีอีกที
ฉะนั้น ณ เวลานี้ สมาคมวอลเล่ย์บอลแห่งประเทศไทยยังไม่ปิดทางเลือกลีกอื่นๆ ตอนนี้จึงยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะให้นักกีฬาแต่ละคนไปเล่นลีกที่ไหน แต่ที่แน่ๆ ปีนี้นักตบสาวไทยถูกตีตราจองตัวไปเล่นลีกที่ต่างแดนเยอะกว่าทุกปีที่ผ่านมา
" การติดต่อของต่างประเทศมาเพื่อขอนักกีฬาไทยไปร่วมลีกของตนนั้นปีนี้มีแต่ละทีมสนใจนักกีฬาไทยมากกว่าทุกปี ทั้งในเอเชียและยุโรป ซึ่งตอนนี้ผมอยากให้นักกีฬาทุกคนออกไปเล่นลีกต่างประเทศให้หมด เพราะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับตัวเอง และสร้างรายได้กับตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ลีกที่อยากให้นักกีฬาไทยไปเล่นกมาที่สุดคือ ยุโรป รวมถึง อาเซอร์ไบจัน ที่กำลังบูมเรื่องวอลเล่ย์บอล และเงินดี ไม่เบี้ยวค่าตัว ในขณะที่ อิตาลี นั้นประเทศกำลังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจไม่สู้นัก ไม่อยากให้นักกีฬาไปเล่น
"ที่อยากให้ไปเล่นยุโรปมากกว่า เอเชีย เพราะการเล่นที่ยุโรปจะได้เจอกับทีมระดับอาชีพที่มีนักกีฬาดีมือจากประเทศต่างๆ มาเล่นค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น โปรแลนด์ หรืออาเซอร์ไบจัน ซึ่งมีนักกีฬาระดับโลกมาเล่นเยอะ หากนักกีฬาไปเล่นที่ยุโรปจะทำให้ฝีมือพัฒนาได้ดีขึ้น แต่เรื่องนี้ต้องตัดสินใจกันอย่างถ้วนถี่ และให้นักกีฬาพอใจด้วย ด้วย ส่วนใครจะเล่นให้กับสโมสรเดิมก็ต้องดูเรื่องผลประโยชน์ และสวัสดิ์การว่าดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ โดยเรืองนี้ อ.ชาญฤทธิ์ จะเข้ามาดูแลและพิจารณาให้กับนักกีฬา"
การออกไปเล่นลีกอาชีพ ถือเป็นการฝึกปรือฝีมือให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้กับนักตบสาวไทยได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างปีที่แล้ว สองสาวที่มีรายได้สูงสุดจากการเล่นลีกอาชีพ คือ มือเซตหน้าหวาน นุศรา ต้อมคำ ที่เพิ่งคว้ารางวัลเซตยอดเยี่ยมเวิร์ลดกรังด์ปรีซ์ 2012 ที่เล่นที่อาเซอร์ไบจัน ประมาณ 5 เดือนรับค่าเหนื่อยไปกว่า 4 ล้านบาท
ในขณะที่" เจ้าหน่อง"ปลื้มจิตร์ ไปเล่นที่จีนในระยะเวลาประมาณ 3 เดือนก็รับค่าเหนื่อยหลักล้านเช่นกัน
แต่..ปีนี้ผลงานของนักตบสาวไทยดีขึ้นกว่าเดิม แต่ละตำแหน่งล้วนงัดความสามารถเฉพาะตัวออกมาสู้กับคู่แข่งอย่างเต็มที่ ค่าตอบแทนที่จะได้รับ ต้องมากกว่าเดิม มิใช่มีมูลค่าเท่าเดิม!!!
ชั่วโมงนี้ นักตบสาวจาก"แดนสยาม" ดูจะขายดี ต่างชาติรุมตอมขอจองไปร่วมทีม ถือเป็นความสำเร็จที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "รูปร่าง" มิใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องใช้"ใจ" และความทุ่มเท รูปร่าง จึงเป็นเพียงองค์ประกอบของความสำเร็จเท่านั้น!!!
คอลัมน์อื่น ๆ