สุดท้ายแล้วเรื่องที่หลายคนคาดคิดว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อ พัทลุง เอฟซี ตัดสินใจยุบทีม และถอนตัวออกจากการแข่งขันกลางคัน ทั้งๆ ที่ยังไม่จบเลกแรก
จริงๆแล้วพัทลุงมีแววมาตลอดว่าจะไปไม่รอด เริ่มตั้งแต่ปัญหาภายในทีม ที่ประธานสโมสรซึ่งเป็น ส.ส. หญิง ถูกบีบจากการเมืองภายในทีม จนร้องไห้ ถอนตัวออกมา ปล่อยให้กลุ่มคนที่เหลือทำทีมไป พอคนที่เหลือไม่มีศักยภาพพอ ก็ไม่สามารถหาเงินเข้ามาอุดหนุนทีมได้ เมื่อหาไม่ได้ แล้วยังไงละครับ ก็เปิดตูดเลิกทำมันซะดื้อๆ อย่างงั้นแหละ
พัทลุงเป็นทีมที่มีอนาคตมากนะครับ ทั้งในแง่ของผลงานทีม นักเตะล้วนแล้วแต่โนเนม แต่สามารถก้าวขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 สู้กับทีมใหญ่ๆ ได้สบาย พัทลุงทีมนี้แหละที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมแกร่งในบ้าน ตั้งแต่ปี 2010 มา ไม่เคยแพ้ใครในบ้าน 23 นัดติด เป็นทีมที่แฟนบอลคลั่งไคล้ เข้ามาชมแทบจะเต็มสนามเกือบทุกเกม...วันนี้กำลังจะไม่มีแล้ว การยุบทีมของพัทลุง มีผลกระทบกับใครบ้าง?
ตามบทลงโทษของไทยพรีเมียร์ลีกระบุไว้ว่า ทีมที่ยุบทีมกลางคัน จะมีความผิดตามระเบียบข้อ 3.8 โดนปรับเงิน 1 แสนบาท และห้ามเข้าร่วมการแข่งขันในรายการของสมาคมเป็นเวลา 2 ปี และต้องคืนเงินที่ได้รับการสนับสนุนทั้งหมด
เท่ากับว่าพัทลุง เอฟซี จะต้องหายไปจากลีกไทยอย่างน้อย 2 ปี และถ้าจะกลับมาอีกครั้งต้องเริ่มจากดิวิชั่น 2 ต้องไปฝ่าฟันกับ 80 ทีม เพื่อเป็น 1 ใน 4 ในการก้าวขึ้นมาสู่ลีก วัน
ตรงนั้นไม่เท่าไหร่ เมื่อพัทลุงเป็นอย่างนั้นก็ต้องก้มหน้ารับบทลงโทษ แต่ผลกระทบต่อทีมอื่นๆ นี่ซิครับค่อนข้างเยอะ เพราะกฎการแข่งขันระบุว่า หากถอนทีมต้องยกเลิกผลการแข่งขันกับทีมอื่นๆ ทั้งหมดที่ผ่านมา ยกเว้นโทษจากใบเหลือง ใบแดง
ทีมที่เคยชนะพัทลุงมาอย่าง กระบี่, ปตท.ระยอง, บางกอก เอฟซี, สระบุรี และแอร์ฟอร์ซ แต้มจะหายไป 3 แต้ม แต่กลับทีมที่เคยแพ้ พัทลุง คือ แบงค็อก ยูไนเต็ด, ศรีราชา เอฟซี และขอนแก่น จะได้ 3 คะแนนที่เสียไปกลับคืนมา ทีมที่ได้ผลประโยชน์ก็ดีใจ ทีมที่เสียประโยชน์ก็เซ็ง แต่ที่เสียหายแน่ๆ ก็คือภาพพจน์ของวงการฟุตบอลไทยนี่แหละครับ
ผมว่าคงมีไม่มีลีกในโลกที่อยู่ๆ ทีมฟุตบอลที่เตะอยู่ดีๆ วันหนึ่งอยากจะเลิกแข่งขัน ก็เลิกมันกลางคันอย่างนี้ คนนอกจะมองว่าอย่างไร ฟุตบอลไทยนี่อยากจะส่งเตะเมื่อไหร่ก็ส่ง อยากจะถอนก็ถอนได้มีโทษปรับเล็กน้อยเท่านั้นอย่างงั้นหรือ ภาพพจน์แบบนี้สปอนเซอร์ที่ไหนจะกล้าเข้ามาสนับสนุน เพราะไม่รู้ว่าจะทำทีมไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี
ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า จำเป็นหรือที่ลีกเมืองไทยจะต้องมีเป็นร้อยทีม ทุกจังหวัดจะต้องมีทีมเป็นของตัวเอง บางจังหวัดมี 2-3 ทีมด้วยซ้ำ ทั้งที่หลายทีมไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะส่งเข้าแข่งขัน ไม่มีแผนการทำทีม ไม่มีรูปแบบในการหาเงิน ไม่มีการวางแผนในอนาคตว่าจะทำทีมจนจบฤดูกาลหรือเปล่า เห็นเขาทำทีมแล้วมีชื่อก็อยากทำ อยากได้หน้า ไม่ไหวก็เลิกอย่างที่เห็น
พัทลุง ไม่ใช่ทีมแรก ก่อนหน้านี้เคยเกิดปัญหากับนราธิวาสมาแล้ว และในอนาคตอาจจะมีทีมอย่างจันทบุรี หรือทีมอื่นๆ เกิดขึ้นอีก แม้กระทั่งทีมในไทยลีกก็อาจจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นเหมือนกัน
มาตรการที่ลีกสากลเขาใช้กัน ทำไมเราไม่นำมาใช้ กฎกติกาการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ของเรายังใช้ระบบไดโนเสาร์ นั่นคือ ขอให้มีลายเซ็นผู้ว่าฯ กับนายกสมาคมกีฬาจังหวัด ก็ส่งทีมเข้าแข่งขันได้แล้ว ทั้งๆ ที่ทั้ง 2 ลายเซ็นมันไม่ได้รับประกันอะไรเลยว่าจะทำทีมโดยไม่ล้มเลิกกลางคันแบบนี้
สิ่งที่ถูกต้องคือ ทีมต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคง อย่างจะทำทีมดิวิชั่น 2 ต้องมีเงินในแบงก์ 10 ล้านบาท, ทำทีมดิวิชั่น 1 ต้องมี 30 ล้าน หรือทำทีมไทยลีกต้องมี 50 ล้านเป็นอย่างน้อย ต้องมีแบงก์การันตี เหมือนเวลาเราจะไปกู้แบงก์นั่นแหละครับ เพื่อยืนยันว่าจะมีเงินเดือนจ่ายนักเตะจบจบฤดูกาล จะสามารถรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆได้
ทีมจะต้องมีแผนการตลาด แผนหาเงินเข้าสโมสรอย่างจับต้องได้ เผลอๆ ต้องมีสัญญากับสปอนเซอร์มาโชว์ด้วยซ้ำ ทีมควรจะต้องมีสนามเป็นของตัวเอง หรือหากต้องเช่าสนาม ก็ต้องมีสัญญาเช่าที่ระบุเวลาไว้ชัดเจนอย่างน้อย 1 ปี เพื่อจะได้ไม่ต้องเล่นไปครึ่งเลกแล้วเปลี่ยน นายกอบจ. เป็นคนละพวกกัน ก็โดนตะเพิดให้ไปเล่นสนามชายทุ่ง เละเป็นปลักควายอย่างนั้น
ขอร้องเถอะครับ ฟุตบอลไทยอย่าเห็นแก่พวกพ้อง เอาปริมาณเลย เน้นคุณภาพดีกว่า มีหลักเกณฑ์ขึ้นมาควบคุมคุณภาพทีมให้ได้ มีทีมน้อยลงหน่อย แต่เป็นทีมมีอนาคต ปัญหาอื่นๆที่จะตามมาอย่างเรื่องล้มบอลก็จะลดน้อยลงไปด้วย
ผมไม่รู้ว่าผู้เกี่ยวข้องคิดกันได้หรือเปล่านะ ก็แค่นำเสนอความเห็น เพราะเห็นใจสงสารแฟนบอลที่เขาทุ่มหัวใจเชียร์ทีมรัก แล้วอยู่ๆ วันหนึ่ง ผู้บริหารทีมล้มโต๊ะ ยุบทีมไปดื้อๆแบบนี้ มันคือการทำลายศรัทธาที่มีต่อฟุตบอล ต่อบ้านเกิดของพวกเขาชัดๆ
ปูเป้