ติด 1 ใน 4 นั่นคือเป้าหมายของนักตบหนุ่มไทยที่จะเดินทางไปแข่งขันสโมสรชิงแชมป์เอเชีย 2012 ณ ''แดนมังกร'' ที่ไปในนามของ ''สโมสรชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ'' แชมป์ไทยแลนด์ลีก 2012 ที่ขนเอานักตบทีมชาติไทยชุดเหรียญทองซีเกมส์ 26 ไปเกือบทั้งชุด ขาดเพียงแค่ ''เจ้าแนบ'' วันชัย ทัพวิเศษ และ ''เจ้าแมน'' กฤษดา สมคะเน เพราะทั้งสองเป็นนักกีฬาในสังกัดกองทัพบก จึงไม่อาจเดินทางไปร่วมทีมในครั้งนี้ได้
แม้ชื่อทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไป แต่ 2-3 ปีมานี้ไม่ว่าไทยจะไปแข่งในนามของสโมสรชื่ออะไร นักกีฬาที่ลงชิงชัยก็เป็นคนเดิม ไม่ว่าจะเป็น ''เจ้าเจมส์'' จิรายุ รักษาแก้ว, กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์, สราญจิต เจริญสุข, ยุรนันท์ บัวแดง ที่เป็นตัวหลักทีมชาติไทย แต่ปีนี้ทีมชลบุรีฯ ได้บอลเร็วจาก ยามีน ทราวาเร่ เข้ามาเสริม พร้อมด้วย ธีรศักดิ์ นาคประสงค์ รวมถึงนักตบดาวรุ่งของทัพฟ้ามาเสริม ไม่ว่าจะเป็น ปิยะราช สุขปื้อ, อนันต์ อนุรักษ์, สนั่น นันทยานน, อดิพงษ์ ผลภิญโญ, พลวัฒน์ นิตย์คำหาญ และ ภูวดล โสภาพล เรียกว่าขนกันไปเต็มสตีม
จากผลงานที่ทำได้โดดเด่นของ ''แชมป์ไทยแลนด์ลีก'' ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ ส่งผลให้ ''โค้ชยุ่น'' มนต์ชัย สุภจิรกุล ผู้ฝึกสอนทีมสโมสรชลบุรี และทีมชาติไทย ตั้งเป้าที่จะทำผลงานให้ดีกว่าปีที่แล้ว ที่คว้าอันดับ 5 มาครอง ปีนี้จึงเล็งไว้ที่ผ่านเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย!!!
แต่..เมื่อจบเกมการแข่งขัน นักตบจาก ''แดนสยาม'' ทำผลงานดีสุดที่ 5 เป็นอันดับที่คงที่ และถือว่าพลาดเป้าที่ ''โค้ชยุ่น'' ตั้งเอาไว้!!!
ในทางกลับกันเส้นทางของนักตบหนุ่มไทยกว่าจะเดินไปถึงอันดับที่ 5 ได้นั้นเล่นเอาหืดจับ เพราะในรอบแรกต้องร่วมสายกับนักตบ ''แดนปลาดิบ'' สโมสรโทเรย์-แอร์โร่ แชมป์เจลีก ที่มีอิมพอร์ตนักตบฝีมือดีมาจากจีนมาร่วมทีม แต่นักตบหนุ่มไทยรวมพลังตบเอาชนะมาได้ถึง 2 นัด โดยนัดแรกในการแข่งขันรอบแรกเพื่อแย่งเป็นที่ 1 ของสาย ไทยเฉือนเอาชนะญี่ปุ่นมาแบบหวุดหวิด 3-2 เซต และมาชนะอีกครั้งในการแข่งขันรอบจัดอันดับ 5-8 ซึ่งนัดนี้ไทยไม่ปล่อยให้เกมยืดเยื้อปิดแมตช์เอาชนะไป 3-1 เซต ถือเป็นชัยชนะที่มีเหนือญี่ปุ่นในรอบหลายปี ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของนักตบไทยนั้นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะหลังจากซีเกมส์ 26 ตบหนุ่มก็ไม่เคยว่างเว้นจากการฝึกซ้อมหรีอการแข่งขันเลย
แต่การผ่านเข้ารอบ 8 ทีมเป็นที่ 1 ของสาย นั้นทำให้ไทยต้องเจอกับของ ''หิน'' เพราะเข้าไปชนกับทีมของกาตาร์ ที่ผู้เล่นมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 198 ซม. ที่สำคัญกาตาร์ เมืองเศรษฐีน้ำมันทุ่มไม่อั้น ซื้อตัวนักตบจากเยอรมนีมาถึง 6 ตัว โดยเฉพาะ ''คริสติน แพมเพิ่ล'' ที่คว้ารางวัลผู้ทำคะแนนสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้ มีค่าตัวสูงถึง 6 ล้านบาท ทำเอาแชมป์เก่า 7 สมัยอย่างอิหร่าน ถึงกับกระอัก และต้องพ่ายให้กับกาตาร์ในรอบตัดเชือกมาเช่นกัน!!!
''การแข่งขันครั้งนี้แม้จะทำไม่ได้ตามเป้าคือเข้า 4 ทีมสุดท้าย แต่เราได้เห็นฝีมือและการพัฒนาของนักกีฬาที่ทุ่มเทให้กับเกมแข่งขันทุกๆ แมตช์ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นที่ไทยเป็นรองมาตลอด แต่การแข่งขันครั้งนี้สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้ถึง 2 ครั้ง และเป็นการขับเคี่ยวที่สนุกมาก อย่างนัดแรกเราเล่นกับญี่ปุ่นต้องดิวซ์กันถึง 3 เซต แต่นักกีฬาไทยก็สามารถปิดแมตช์เอาชนะมาได้มา จนมาถึงรอบ 8 ทีมต้องเจอกับกาตาร์ ผู้เล่นที่มีความสูง และแข็งแกร่งกว่าไทย''
''ที่สำคัญกาตาร์อิมพอร์ตตัวผู้เล่นมาจากเยอรมนีเกือบฟูลทีม ฉะนั้นนัดนี้เราไม่ได้แข่งกับเอเชีย แต่กำลังแข่งอยู่กับนักกีฬาจากยุโรป ที่มีความสูงเฉลี่ยเกือบ 2 เมตร นอกจากนั้นตัวหลักอย่าง คริสติน แพมเพิ่ล ถือเป็นนักกีฬาที่เสิร์ฟหนักมาก หลายลูกที่เค้าเสิร์ฟแล้วเรารับไม่ได้ เพราะความแรงของลูก แต่นักกีฬาไทยก็ไม่ยอมแพ้ ทุกคนฮึดสู้เกมในสองเซตแรกกับกาตาร์ ทำให้กาตาร์ได้รู้ว่าการจะเอาชนะไทยนั้นไม่ง่าย เพราะต้องเล่นดิวซ์กันถึงสองเซต แต่เซตสุดท้ายเรามาหลุดเอง เปิดบอลแรกไม่เข้า ตีพลาดเองเพราะจะตีหนีบล็อกที่ใหญ่มากๆ''
''เกมนัดนี้ถึงจะแพ้ แต่ผมว่านักกีฬาได้ประสบการณ์มาเต็มที่ และเป็นการขับเคี่ยวที่แข่งกันสนุกมาก และทำให้เห็นว่าทุกๆ ปี แต่ละทีมมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ไม่ได้อยู่กับที่ สำหรับผมหากไม่ได้มองที่อันดับที่ออกมา ถือว่าทีมไทยประสบความสำเร็จกับการแข่งขันครั้งนี้ เพราะเราสามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้ และโชว์ศักยภาพความสามารถให้ทุกทีมได้เห็นว่านักกีฬาไทยเองก็มีฝีมือที่พัฒนาขึ้นเช่นกัน และทำให้เราเองต้องกลับไปพัฒนานักกีฬาให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะเชื่อว่าในปีหน้าทีมต่างๆ ต้องนำข้อผิดพลาดของตัวเองไปแก้ไข แต่ในอาเซียนไทยยังเป็นที่ 1 แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน ครั้งนี้แม้อินโดนีเซียจะตกเพราะนักกีฬาถึงยุคผลัดใบ แต่เวียดนามก็กำลังแข็งแกร่งขึ้นมา และอาจจะเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในซีเกมส์ครั้งต่อไป รวมถึงพม่าก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ทอง ทุย กับ เวย์ ทุย ที่มาเล่นไทยลีกในบ้านเราเค้าได้ประสบการณ์กลับไปเยอะ และจะกลายเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้ในซีเกมส์''
ในมุมมองของ ''โค้ชยุ่น'' อันดับ 5 ในสโมสรชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 13 ถึงแม้จะพลาดเป้าที่ตัวเลข แต่นักกีฬากลับได้ประสบการณ์กลับบ้านเต็มมือ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าแล้ว!!!