นั่งเปิดอ่านเนื้อหาของ "ลีกไทยรายวัน" ฉบับวันที่ 12-13 ก.ค. แล้วอยากเขียนถึงเรื่องเอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่นสอง สักหน่อยครับ
พอดีนึกขึ้นได้เห็นคุณฐิติพงศ์ เขียวไพศาล หรือคุณแก้ว ผอ.อาวุโสฝ่ายการตลาดของเอไอเอส พูดในวันแถลงข่าวเอไอเอส สนับสนุนคณะทีมชาติไทยลุยโอลิมปิก ลอนดอน 2012 อัดฉีดเหรียญทอง 1 ล้านบาท เหรียญเงิน 5 แสน และเหรียญทองแดง 3 แสนบาท
เป็นเอกชนเจ้าแรกที่คืนกำไรสังคมไม่ใช่ให้รอได้เหรียญมาแล้วมาสร้างภาพไล่แจกกัน อีกทั้งเอไอเอสนั้นสนับสนุนมาตั้งแต่โอลิมปิกที่เอเธนส์ปี 2004 มาก่อนหน้านั้นแล้วก็คงเป็นอะไรที่พอทราบว่าไม่ได้จับหรือใช้กระแสสังคมโปรสินค้าตัวเอง
ระหว่างงานแถลงข่าวคุณแก้วพูดถึงการสนับสนุนกีฬารอบด้านของเอไอเอสแล้วโยงถึงลีกภูมิภาค ดิวิชั่นสอง ในนามของเอไอเอสลีก และพอเข้าออฟฟิศสยามสปอร์ตเปิดหนังสือพิมพ์สยามกีฬาอ่านมีฉบับแทรกเป็น
"ลีกไทยรายวัน" อ่านเรื่องราวของลีกภูมิภาค ดิวิชั่นสอง เหมือนได้คุยกับเพื่อนเก่า
เพื่อนเก่าในที่นี้หมายความว่า บรรดาเพื่อนเก่ารุ่นพี่รุ่นน้องที่ผมรู้จักมักคุ้นมาตั้งแต่สมัยอยู่รั้วมหาวิทยาลัยเมื่อ 25 ปีก่อน ในปัจจุบันได้มีโอกาสใช้วิชาชีพและประสบการณ์ด้านฟุตบอลทำมาหากิน เป็นอาชีพสุจริตมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารทีมหรือว่าเป็นผู้ฝึกสอน ความรู้สึกคือดีใจแทนพวกเขาเหล่านั้นด้วย
พอฟุตบอลเป็นอาชีพแบบนี้มันก็มีการสร้างอาชีพใหม่ หมายถึงในสังคมไทยนะครับ สังคมฝรั่งประเทศพัฒนาแล้วกีฬาอาชีพของพวกเขาทำให้คนมีรายได้มากมาย ใช้วิชาชีพ ศาสตร์ ความรู้ของตัวเองทำมาหากินมาช้านานแล้ว บ้านเราอาจเป็นเรื่องใหม่ แต่เวลานี้ถือว่าคนเรียนจบสายวิทยาศาสตร์การกีฬา, พลศึกษา มีงานให้เลือกทำมากขึ้น สังคมยอมรับมากขึ้น
ดังนั้นการที่พวกนักฟุตบอล...พวกจบสายพลศึกษาได้มีโอกาสไปใช้วิชาความรู้ในการทำงาน ทั้งทีมฟุตบอลเป็นโค้ช เป็นเจ้าหน้าที่ทีม นักกายภาพบำบัด...นักเวชศาสตร์ และอีกมากมายที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬา นับว่าเหมาะสมและตรงกับที่ร่ำเรียนอย่างยิ่ง
อย่างเช่นโค้ชใหญ่ทีมอยุธยา เอฟซี ธงชัย สุขโกกี อดีตนายประตูดีกรีทีมชาติไทย ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ และจุฬาฯ ก็กำลังได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาบวกกับประสบการณ์ฟุตบอลระดับแนวหน้าของเมืองไทย นั่นก็รวมทั้งความพยายามในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมนำมาใช้ในสนามฟุตบอล
แม้ในอดีตเป็นผู้รักษาประตูเล่นเกมรับอย่างเดียว แต่ธงชัยก็ทำทีมให้เล่นเกมรุกยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำตัวเลข 50 ลูกจาก 21 นัด รับประกันได้ถึงเกมรุก เช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมรุ่นอดีตเซนเตอร์ฮาล์ฟจอมเฮี้ยวอย่าง จักรราช โทนหงษา ที่คุมทีม
"กระรอกขาวจ้าวสนาม" ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ก็ทำทีมนำจ่าฝูงโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 นัด 42 แต้ม ล่าสุดถล่มมุกดาหาร 8-2
นอกเหนือไปจากสองคนนี้ก็ยังมีอีกมากมายที่กำลังใช้วิชาความรู้ ประสบการณ์เชิงฟุตบอลในการทำงานโดยตรง ไม่ต้องไปทำงานธนาคาร...รัฐวิสาหกิจ ที่อาจไม่เกี่ยวกับสายงานที่เรียนมาหรือถนัด ซึ่งถือว่าเส้นทางอาชีพแคระแกร็นและโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานมีน้อยมากครับ
ส่วนการที่ทั้ง ธงชัย, จักรราช และอดีตนักฟุตบอลทั้งหลายก้าวเข้ามาทำงานในวิชาชีพสายนี้ สายที่ตัวเองถนัดแบบนี้ มันมีโอกาสเติบโตก้าวหน้า วันหนึ่งข้างหน้า สองคนนี้หรือใครที่ทำงานแล้วประสบความสำเร็จในการคุมทีมสโมสรอาจก้าวมาเป็นโค้ชทีมสโมสรใหญ่ในไทยพรีเมียร์ลีก มีค่าจ้างค่าแรงมากมาย...กว่าที่ตัวเองเคยคิดฝันเอาไว้
อยากจะบอกว่าเวลานี้อย่างระดับโลกเนี่ย...ใครจะคิดบ้างว่าครูพลศึกษาที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ วันนี้เป็นโค้ชที่มีรายได้มากที่สุดในโลก มูลค่าของเขาคือ 2,000 ล้านบาท นั่นคือผลพวงจากการที่ฟุตบอลอาชีพในยุโรปเติบโตมั่งคั่งและมั่นคง
บอลไทยก็เหมือนกัน...ผมมองดูว่าลีกภูมิภาคดิวิชั่นสองนี่แหละที่เป็นฐานการสร้างทั้งนักเตะ...และโค้ช เพื่อเก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า สำคัญแต่ว่าบุคลากรเหล่านี้จะพัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้นจนประสบความสำเร็จแค่ไหน ในเมื่อมีโอกาสให้พิสูจน์ตัวเองและต้องแข่งขันเพื่อชิงความเป็นเลิศในยุทธจักรลูกหนังบอลไทย
วันหลังมาว่ากันต่อครับสำหรับลีกภูมิภาค ดิวิชั่นสอง ที่ยังถือว่าเป็นเพียงแค่คานดิน ยังไม่อาจก่อเสา ก่ออิฐ ฉาบผนังให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ฝรั่งเขาเป็นกัน
Jackie