อดีตดาวดัง วันนี้ เข้าบรรยากาศวอลเลย์บอลชิงถ้วยพระราชทาน ชาย ก ที่ตบสนั่น ศูนย์กีฬาฯ มรภ.สวนสุนันทา อยู่ตอนนี้ เพราะถ้าเมื่อสักยี่สิบปีก่อน เขาต้องนั่งเฮดโค้ชเป็นจอมยุทธ์ให้ทีมหนุ่ม ธนาคารกรุงเทพ หรือบวกย้อนไปอีกสิบกว่าปี เขาจะเป็นหนึ่งในนักตบทหารอากาศ ทีมดังลูกยางชาย
อุดร เรือนเงิน คือ เขาคนนั้น ชายวัย 61 ปี ที่มีอดีตอันงดงามกับกีฬาวอลเลย์บอลวันนี้
''พี่ดร'' ได้อยู่กับงานที่ยังผูกพันกีฬาในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ดูแลนักกีฬาร่วมห้าร้อยคน ได้อยู่ในวงของคนกีฬากับ
''ด็อกเตอร์เล็ก'' ดร.ประเวช รัตนเพียร อธิการบดี ผู้เชิญมาอาร์แบค มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งนี้ และ
''รองไก่'' เฉลิมชัย บุญรักษ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กกท. มาเป็นรองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนิสิตของที่นี่
''ผมเป็นเด็กที่โตในกรมทหาร อยู่กรมสรรพาวุธ สะพานแดงบางซื่อ พ่อเป็นข้าราชการคนงานในกรม เรียนหนังสือตั้งแต่เด็กถึง มศ. 3 ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง แล้วความที่อยากเป็นทหารก็มาสอบเข้านายสิบ เรียนสองปีจบมาก็รับราชการทหารที่กรมสรรพาวุธ แล้วก็มาต่อ ปกศ. ต้น อีกสองปี ที่วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ และปกศ. สูง ที่วิทยาลัยครูจันทรเกษม อีกสองปี ก็เทียบได้กับอนุปริญญา แล้วถึงค่อยมาจบปริญญาตรี กศ.บ. มศว พลศึกษา"
''พี่ดร'' ผู้ที่คนวอลเลย์บอล จะรู้จักในภาพของโค้ชทีมชายทีมชาติไทย และสโมสรธนาคากรุงเทพ ทีมดังในอดีต ลำดับเรื่องราวการเรียนตั้งแต่เด็กยันจบปริญญาให้ฟัง เพื่อจะได้เล่าเรื่องราวชีวิต ย้อนอดีตแบบยาวๆ ให้เราฟัง เมื่อโดนคำถามถึงกลิ่นอายกีฬาลูกยางในยุคต้นๆ ถึงกับต้องหลับตานึกภาพ
''โอ้โห น่าจะอายุสักสิบสี่สิบห้านะ ยุคนั้น ช่างอากาศอำรุงดังมากเรื่องวอลเลย์บอล สมัยนั้นวอลเลย์บอลชายคนจะนิยมากกว่าทีมหญิง มีคนเล่นเยอะกว่า คนดูก็มาก ก็แข่งของกรมพลศึกษา กับของกทม. ตอนนั้นรุ่นที่แบ่งเขาวัดที่ส่วนสูงนะ ผมเล่นรุ่นจิ๋ว รุ่นเล็ก แล้วกระโดดมารุ่นใหญ่เลย เพราะมันสูงพรวดเกินรุ่นกลางไปแล้ว''
อดีตโค้ชทีมชาติย้อนความหลังให้ฟัง ด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่มร่างโย่งถึงร้อยแปดสิบกว่าเซนต์ ฝีมือในเชิงตบลูกยางเก่งเกินวัย เมื่อเข้ามาอยู่โรงเรียนนายสิบ พี่ดรก็ขึ้นชั้นเล่นกับทีมกองทัพบก ในกีฬากองทัพไทย ซึ่งตอนนั้นทัพบกได้แชมป์มาทุกปี
เด็กหนุ่มคนนี้ ได้เล่นเคียงข้างมือตบทีมชาติอย่าง
ศรชัย หนูเทศ,
กฤษดา ภาคเสมา และเมื่อจบออกมา ก็รับราชการติดยศสิบตรี ที่กรมสรรพาวุธ ทหารบก ร่วมทีมคว้าแชมป์มากมาย ทั้งกีฬากองทัพ และทุกรายการที่ลงบรรยากาศในตอนนั้น
อุดร เรือนเงิน บอกนึกถึงก็มีความสุข กีฬาเหมือนเป็นสิ่งสร้างสุขให้คนเมืองกรุงในยุคนั้น ที่คนไม่พลุกพล่านเหมือนวันนี้ สมัยนั้นกีฬาของกทม. ถ้าเป็นฟุตบอล ก็จะเล่นกันที่สนามหลวง เตะกันกลางสนามนั่นล่ะ ส่วนวอลเลย์บอล ก็ที่เสาชิงช้า เยื้องวัดสุทัศน์น่ะ ตรงที่เป็นลานจอดรถทุกวันนั่นล่ะ
สนามวอลเลย์บอลของเรา ที่จะแข่งกันตอนเย็นๆ แดดร่มลมตก คนก็มานั่งดูกันเต็ม ของขายทั้ง กุ่ยช่าย ไอติม แล้วอะไรล่ะที่เป็นไม่แล้วมีใยโค้งๆ รอบ ของกินยุคนั้น วางขายกันรอบสนาม เด็กเล็ก หนุ่มสาวมาดูกันเต็ม ตอนนั้นก็มีสมาคมจีนแคระ ที่ชอบเรื่องกีฬา พวกนี้จะมาดูกันประจำ แม้พื้นจะราดยางมะตอย เนตยังใช้สลิงดึงจากเสา เรื่องของเซฟตี้เหมือนปัจจุบันไม่ต้องพูดถึง นักกีฬาต้องเซฟตัวเองเป็นหลัก เรื่องพุ่งสไลด์ไม่มีให้เห็น พุ่งรับบอลก็ต้องม้วนตัว ให้กลิ้งไปกับพื้น เป็นการเจ็บตัวน้อยที่สุด
ถึงตอนนี้
อุดร เรือนเงิน ที่ผ่านเกมตบลูกยางมาโชกโชนเกินอายุ ก็ติดธงทีมเยาวชนไทย และได้สั่งสมประสบการณ์สูงขึ้นเป็นลำดับ ในกีฬาสูงสุดของเกมในประเทศอย่าง กีฬาเขตแห่งชาติ ที่เปลี่ยนมาเป็นกีฬาแห่งชาติในปัจจุบัน พี่ดร ก็สวมเสื้อเขต 3 นครราชสีมา เล่นมาหลายสมัย และได้ปะทะฝีมือกับมือดีๆ ทั่วประเทศ รวมถึง
''รองไก่'' เฉลิมชัย บุญรักษ์ ลูกพี่ในอาร์แบคที่ร่วมงานกันในปัจจุบัน
ยุคนั้น
''รองไก่'' ที่เรียนอยู่พละชลบุรี หุ่นสมาร์ต ปราดเปรียว เล่นให้เขต 2 ชลบุรี และจากนั้น พี่ดร ก็ถึงเวลาที่ได้ติดธงทีมชาติชุดใหญ่ ชื่อเสียงตอนนั้นดังพอตัว คนลูกยางรู้จักฝีมือนักตบหนุ่มคนนี้ดี
''เสธ.หนั่น'' น.อ.สนั่น พิทยาภรณ์ ที่ตอนนี้ติดยศ พลอากาศโท อดีตคณะทำงานของสมาคมวอลเลย์บอลฯ ในยุค
อารีย์ วงศ์อารยะ เป็นนายกสมาคม ส่วนผู้ตัดสินก็มีบรมครูอย่าง
ชนินทร์ ยุกตะนันท์ ยังคาบนกหวีดลงตัดสิน
''ผมเล่นสรรพาวุธได้ห้าปี อยู่ๆ วันหนึ่ง พลอากาศเอก มนตรี หาญวิชัย ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งคุมทีมทหารอากาศ มาตบไหล่ผมแล้วบอก นี่ดรเอ็งอยู่ไปยศเอ็งก็ตันอยู่ที่สิบเอก มาอยู่กับพี่มั้ย ยังไงก็จะช่วยดูแลกัน ผมมานอนคิดได้วัน ก็มองอนาคต เลยตัดสินใจบอกกับท่าน ไปอยู่กับท่าน''
''เรื่องโยกย้ายของผมถือว่าเร็วมาก ส่งเรื่องปุ๊บวันรุ่งขึ้นได้ปั๊บ ซึ่งผมก็เตรียมตัวอยู่แล้ว พอเรื่องเรียบร้อย เช้าไปทำงาน ผมแต่งชุดพันจ่าอากาศเอก เดินออกจากที่พักในกรมสรรพาวุธ เพื่อนมองผมเป็นไอ้ตัวประหลาด บางคนบอก เฮ้ย ไอ้ดรมึงมันบ้าไปแล้ว ตอนนั้นใครเห็นก็นึกว่าผมเพี้ยน แต่เอาจริงนะ''
พี่ดร บอกติดตลกเมื่อย้ายค่ายมาเป็นลูกทัพฟ้า ก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่ ที่คนลูกยางยุคนี้รู้จักดีอย่าง
''บิ๊กติ๋ม'' ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ มือเซตร่างเล็ก แต่ปลายนิ้วสะกดได้ตามสั่ง ผู้ที่ต่อมาในปัจจุบัน ได้สร้างให้วอลเลย์บอลไทยสุดฮิตในปัจจุบัน
''พี่อ๋อย'' น.อ.ปัญจะ จิตรโสภี หนุ่มมือหนักที่เข้ามาช่วยสมาคมวอลเลย์บอลฯ ในยุคหนึ่ง หรือ
''พี่แดง'' ชาญชัย ทรงไทย ดีกรีทีมชาติอีกคน ที่พี่ดรได้ยืนเคียงข้าง
''ผมย้ายมาทอ. ทำให้กองเชียร์ทบ.เกลียดผมทันที บางคนตะโกนด่าตอนแข่ง ไอ้วัวลืมตีน คนได้ยินทั้งสนาม แต่เชื่อมั้ย พอผมย้ายมา ทหารอากาศก็ได้แชมป์วอลเลย์บอลมาตลอด'' พี่ดรคุยให้ฟังสำหรับทีมชาติ พี่ดรเล่นมาในยุคที่นักกีฬาไทยดังๆ อย่างบาสเกตบอลก็
บรรจง ว่องไวเลิศ ยกน้ำหนักเป็น
ขัยยะ สุดจินดา จักรยาน
ปรีดา จุลละมณฑล ฟุบอลตอนนั้น
''พี่ต๋อง'' นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ นี่ยังหนุ่มเอ๊าะๆ เหล่านี้ พี่ดรติดธงทีมชาติมาด้วยกัน ได้ผ่านกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 6 ปี 2514 ที่ตอนนั้นยังเป็นชาติที่อยู่ในแหลมทองด้วยกัน ไม่มี อินโดนีเซีย เวียดนาม เหมือนตอนนี้ ที่เปลี่ยนเป็น กีฬาซีเกมส์
''ตอนนั้นเขมรนี่ก็ดีนะ พม่าก็แข็งอยู่แล้ว พวกนี้เขาเอาทหารเล่น อึดจริงๆ เล่นกันจริงจังมาก มีวินัย ผมยังอยากให้ทีมไทยใช้ทหารอากาศยกชุดไปเลย เพราะเขาเป็นทหาร เขามีความรับผิดชอบ มีระเบียบของเขาสูง''
จากบทบาทผู้เล่น ก็มาถึงการก้าวมาเป็นโค้ช ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างจากที่ผ่านมา และหลังจากที่แขวนสนับเข่าในปี 2516 กับกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 7 ที่สิงคโปร์ หลังจากพักได้ไม่นาน ก็มีคนชวนให้ไปสร้างทีมวอลเลย์บอลให้สโมสรธนาคารกรุงเทพ
''พี่เล็ก นักวอลเลย์ฯ เก่าตอนอยู่บ้านสมเด็จ ทำงานแบงก์กรุงเทพ สาขาพัทยา โทร. มาหาผมบอก ดรมาทำวอลเลย์บอลให้แบงก์หน่อยซิ ตอนนั้นเขาทำแต่ฟุตบอลกับบาสเกตบอล เราก็ดูแล้ว เออดีเว้ย ไปสร้างทีม ท้าทายดีนะ ผมคิดงั้น แล้วก็คิดหาเด็ก''
อุดร เรือนเงิน ตอนนั้นเหมือนคนมือเปล่า ไม่มีอะไรติดตัว แต่สโมสรธนาครกรุงเทพมีทุกอย่างพร้อม ต้องหานักกีฬา จึงมองไปที่โค้ช ซึ่งตอนนั้น เบญจมราชานุสรณ์ เป็นยอดลูกยางชายขาสั้น มี
''โค้ชกี้'' ประพนธ หลีสิน คุมทีม กับโรงเรียนบางกะปิ ของ
ปราโมทย์ ปักดอกไม้ จึงขอเป็นพันธมิตร ดึงโค้ชทั้งสองมาเป็นสตาฟฟ์ พร้อมเอาเด็กระดับเยาวชนมาสร้างทีมให้แบงก์กรุงเทพ
นักตบรุ่นแรกๆ ของพี่ดร ก็มี
''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม,
''แชมป์'' ชาญยุทธ วุฒิพานิช,
ชำนาญ ดอกไม้,
อภิชาต คงสวัสดิ์,
''จิ้ม'' ศุภสิทธิ์ คุตตาจารย์ หรือ
ดนัย ด่วน สตาฟฟ์โค้ชทีมชาตินี้ก็ยุคต้นที่พี่ดรสร้างมา ทีมตราดอกบัวเริ่มตั้งไข่ ขณะที่อีกฝัง ทหารอากาศยังแข็งปั๋ง มือดีๆ ยังอยู่ที่นี่ครบทั้งตัวหลักตัวเสริม รวมถึงดาวรุ่งมือหนักจากโคราช
เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หรือ
โค้ชอ๊อด ที่รู้จักกันดี
ก็อยู่กับลูกทัพฟ้าโค้ชอุดร ต้องใช้เกมในสนามเป็นบทเรียน เพราะยุคนั้นต้องยกให้ลูกทัพฟ้าเป็นมหาอาจลูกยางชายจริง แต่เมื่อถึงวันหนึ่งที่ทีมแกร่งขึ้น มีมือเซตเด็กรุ่นน้องจากสรรพาวุธ ''น้าอู๊ด'' ศิริพงษ์ ดวงดารา มือเซตมาช่วยทีม ''ปุ้ม'' เฉลิมพล แสงประเสริฐ มือตบทีมชาติที่ย้ายฝั่งจากดอนเมือง มาอยู่ค่ายบางนากับแบงก์กรุงเทพ แล้วก็มาถึงวันที่นักตบแบงก์กรุงเทพได้ล้มยักษ์ลูกทัพฟ้า จากนั้นก็เป็นคู่ต่อกรที่คู่คี่กันมาตลอดกับกุนซือทีมชาติไทย หลังจากที่ได้สัมผัสกับแชมป์สูงสุดของประเทศไทย ชื่อของ อุดร เรือนเงิน จะต้องมีอยู่ในสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติมาตลอด พร้อมกับ ''ลุงใหญ่'' ร.อ.ชูเกียรติ ไทยใหญ่ เฮดโค้ชทหารอากาศ แทบทุกรายการต้องมีชื่อของสองคนนี้
ที่สร้างความภูมิใจคือ ร่วมทำทีมคว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ และอีกสิบกว่าปี ก็คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ที่เชียงใหม่ ปิดฉากชีวิตการเป็นโค้ชด้วยความสุข และเกียรติประวัติที่ต้องจดจำ แม้จะไม่มีบทบาทในเกมตบลูกยาง แต่ อุดร เรือนเงิน ก็ยังต้องอยู่ในวังวนของกีฬา ทำในสิ่งที่รัก บริหารจัดการกับนักกีฬาร่วมห้าร้อยคน ที่อยู่ในการดูแลที่อาร์แบค แม้ดูหนัก แต่เมื่อได้ทำสิ่งที่รักก็มีความสุข และสุขยิ่งขึ้น เมื่อได้บอกเล่าให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ถึงความรุ่งเรืองในยุคหนึ่งของคนวอลเลย์บอลคนหนึ่ง ซึ่งผ่านความสำเร็จมาแล้วในชีวิตหนึ่ง
คงศักดิ์ ทองภักดี รายงาน