มวยไทย ควรก้าวสู่กีฬาอาชีพกันได้แล้ว
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องราวของนักมวยคนดัง บัวขาว ป.ประมุข เป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหลังจากที่ศาลแพ่งได้สั่งให้มีการไกล่เกลี่ยกันระหว่าง บัวขาว, ค่ายมวยป.ประมุข, ไทยไฟต์ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการถกกันยาวกว่า 7 ชั่วโมงจนได้ข้อสรุปลงตัวเกี่ยวกับผลประโยชน์ของนักมวย และ ค่ายป.ประมุข แต่ว่าคำสั่งแบนของสำนักงานมวยยังมีอยู่ โดยเฉพาะบัวขาวกว่าจะพ้นโทษกลับมาชกมวยไทยได้ก็เดือนพฤศจิกายน
นัดพบคนดัง กับ แบน ท่าพระ ในสัปดาห์นี้จะพาแฟนมวยไปพบกับแขกรับเชิญคนสำคัญที่มีส่วนในการไกล่เกลี่ยกรณี บัวขาว ให้ยุติลงด้วยดีแต่จะจบจริงหรือไม่นั้นยังต้องรอดูกันต่อไป นั่นคือ ''รองเสือ'' สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ ซึ่งจะมีมุมมองที่น่าสนใจกับวงการมวยมาพูดคุยกันโดยเฉพาะการเซ็นสัญญานักมวยไทยอาชีพเหมือนกับนักฟุตบอลอาชีพที่มีค่าตัว มีระยะเวลาสังกัดค่าย จะเป็นไปได้แค่ไหนไปพบกับ รองเสือ ได้เลย
มวยสยาม : มองเรื่องของ บัวขาว กับ ค่ายป.ประมุข ที่เกิดขึ้นอย่างไร
รองเสือ : เหมือนกับมวย 5 ยก การไกล่เกลี่ยเมื่อเดือนพฤษภาคม เพิ่งแค่ยก 3 ล่าสุดศาลเพิ่งสั่งให้ยกฟ้อง ก็เพียงยก 4 แต่ยังไม่หมดยก 5 แม้ว่าการไกล่เกลี่ยที่ผ่านมาจะได้ข้อยุติทางผลประโยชน์เท่านั้น นักมวยได้ 60-40 ส่วนชกต่างประเทศได้ 75-25 ผมติดตามข่าวมาตลอดไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่ที่ยังติดค้างคือเรื่องของจิตใจไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อก่อนเรียกกันพ่อ-ลูก แต่เดี๋ยวนี้หละ มองตาก็รู้แล้วว่านักมวยต้องการเป็นอิสระ ดังนั้นแล้วทั้ง บัวขาว และค่ายป.ประมุข ไม่มีทางจะมาเหมือนเดิมได้อีกแล้วถึงบอกว่าเพิ่งจบยก 4 ถ้าจะให้จบยก 5 ต้องไม่มีอะไรคาใจกันอีก มาฟ้องร้องกันไม่ได้อีกแล้ว
มวยสยาม : เรื่องของการสังกัดค่ายมวย คิดว่าควรมีข้อยุติแบบไหนที่ลงตัว
รองเสือ : บัวขาว ยังมีสัญญากับค่ายมวยอีก 5 ปี เขายังอยากชกมวยไทยเหมือนเดิม นี่ถ้าเขาไม่ดังก็คงเลิกไปแล้ว แต่นี่เขามีชื่อเสียง ค่าตัวแพง ผมบอกเขาว่าคุณยังทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อีกเยอะโดยใช้มวยไทยเป็นสื่อให้คนทั่วโลกรู้จักเมืองไทย เรามักพูดถึงเรื่องบุญคุณ ผมว่าคนวงการมวยควรเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ถ้าคิดทำมวยไทยให้เป็นธุรกิจอาชีพ 100% ควรมีการเซ็นสัญญาแบบนักฟุตบอลอาชีพ เอาเรื่องของโลกปัจจุบันเข้ามาเกี่ยวโยงกัน จะไม่มีเรื่องของเนรคุณ หรือ ทดแทนบุญคุณกันอีก และเราก็จะไม่ต้องมาเจ็บปวดในสิ่งเหล่านี้อีก ค่าตัวแบ่งกัน50-50 มีสัญญาชัดเจนในการซื้อขาย ระบุระยะเวลาที่แน่นอนว่ากี่ปี ทุกวันนี้กีฬามันเป็นธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ผมได้ชื่อ คุณก็ได้ด้วยเช่นกัน
มวยสยาม:หากทำแบบนั้นถ้านักมวยไม่ต่อสัญญาล่ะจะทำอย่างไร
รองเสือ:นักมวยแต่ละคนมีสัญญาสังกัดค่ายมวยอยู่แล้ว การที่เขาจะไปจากเราไม่ใช่จู่ๆ ก็ไป หัวหน้าค่ายอยากขายก็ขายได้ ให้กับค่ายที่อยากซื้อ ถ้าดังมีชื่อเสียงก็แพงหน่อย ผมว่าวงการมวยควรคิดทำได้แล้ว นักมวยยุคนี้พัฒนาไปเยอะ ทันโลกมีความรู้มากขึ้น ค่ายมวยก็ต้องปรับตัวตามไปด้วยโลกมันมาถึงยุค 2012 แล้ว เอาระบบธุรกิจมาช่วยระบุในสัญญาไปเลย เมื่อหมดสัญญาจะทำอย่างไร จะได้ไม่ต้องมาเจ็บปวดกันทั้ง 2 ฝ่าย ผมว่ามันสามารถทำกันได้ในอนาคตข้างหน้า
มวยสยาม:เท่าที่สัมผัสวงการมวยแล้ว ดูวุ่นวายหรือเปล่า
รองเสือ:ผมว่าไม่วุ่นวายหรอก บุคคลในวงการมวยมีหลายประเภท ทั้งนักมวย, หัวหน้าคณะ,โปรโมเตอร์, นายสนาม, กรรมการ ฯลฯ มีระเบียบกติกาควบคุมเอาไว้ พ.ร.บ.มวยปี 2542 มีบางอย่างต้องแก้ไขให้ดีขึ้น เป็นพ.ร.บ.ที่ดีแต่ว่าคนจะปฏิบัติตามหรือไม่ จะมีเลี่ยงบาลีมั้ย อย่างม.39 ที่ระบุไว้ใครทำผิดพ.ร.บ.มวยต้องโดนถอนใบทะเบียนไม่เกิน 6 เดือน พอนักมวยโดนยึดก็ชกไม่ได้ แต่กรณี บัวขาว ที่ชกไทยไฟต์ ทางค่ายป.ประมุข เขาแย้งมาก่อนแล้ว สำนักงานมวยก็แจ้งคนจัดแล้วเขาเอาออกแล้วเอา ไทรโยค มาแทนแต่ตรวจสอบแล้วพักไม่ถึง 21 วันก็ชกไม่ได้ คนจัดก็เอาบัวขาวมาชกแทนอีกโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบในเวลา 6 ชั่วโมง ถือว่าเจตนาทำผิดทั้งคนจัดและนักมวย ต้องลงโทษ 6 เดือน ถ้าหากเราทำตามพ.ร.บ.มวย ก็จะไม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น แต่นี่เจตนาทำผิดรู้ว่ามีโทษแค่ระยะเวลาหนึ่ง หมดเดือนพฤศจิกายนก็กลับมาชกได้แล้ว แต่ถ้าไปชกต่างประเทศกฎหมายเราควบคุมไม่ถึง
มวยสยาม:คิดว่า บัวขาว จะช่วยให้เยาวชนไทยหันมาชกมวยมากขึ้นหรือไม่
รองเสือ:จริงๆ แล้วผมไม่อยากให้มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นเพราะว่า บัวขาว คือยอดมวยไทยที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี ผมเสียใจที่มีข่าวว่า บัวขาว หันไปฝึกมวยในกรงที่เป็นมวยเถื่อนล้มแล้วซ้ำได้ ซึ่งมันจะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาให้เยาวชนไทยหันมาฝึกมวยไทย ผมอยากให้มวยไทยเข้าไปอยู่ในสายเลือดของคนไทย แต่ต้องปรับเปลี่ยนทัศนะของครู และผู้ปกครองก่อน ไม่ใช่ว่านักมวยคือพวกบ้านนอก ใช้แต่กำลังตัดสิน มีแต่การพนัน มวยมีมากกว่านั้นเป็นศิลปการต่อสู้ที่ปกป้องรักษาบ้านเมือง ซึ่งเราควรให้เด็กไทยเรียนรู้เอกลักษณ์ของไทย
มวยสยาม:มีแผนการบูมมวยใหญ่อย่างไร
รองเสือ:ในปี 2556 สำนักงานมวยมีแผนจัดมวยไทยลีก เหมือนกับบอลลีกดิวิชั่น 2 รองรับมวยต่างชาติโดยเฉพาะ แบ่งเป็น 5 ภาค จัด3รุ่น ตั้งแต่รุ่น 140 ปอนด์ขึ้นไป แต่ละรุ่นแข่งแบบพบกันหมด ชนะได้ 3แต้ม เสมอ ได้ 1 แต้ม แพ้ไม่ได้แต้ม โดยเอาคนที่มีคะแนน 1-2 เข้ารอบก็จะได้ 6 คนใน 3รุ่น มาแข่งรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกก็จะมีมวย 30 ราย จนได้แชมป์ 3 รองแชมป์ 3 นักมวยทั้ง 6 คนนี้จะเอาไว้ชกกับมวยต่างชาติเพื่อบูมมวยไทยให้แพร่หลายมากขึ้น โดยเอาไปชกที่ต่างแดนเป็นศึกชาเลนจ์มวยไทยลีก ซึ่งพวกต่างชาติอยากชกกับนักมวยไทยทั้งนั้น ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ก็น่าจะลงตัวในเร็วๆ นี้แหละ
มวยสยาม:อยากฝากอะไรถึงคนวงการมวยบ้าง
รองเสือ:อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์มวยไทยไม่เช่นนั้นสักวันมวยไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในไทยก็ได้ และอยากฝากให้คนวงการมวยก้าวให้ทันโลก ทั้งแนวอาชีพและอนุรักษ์ นักมวยอยู่ได้ ค่ายมวยอยู่ได้ แบบนี้ดีกว่า
แบน ท่าพระ