หลังจากผ่านไป 1 ช่วงโพรล็อคกับอีก 9 สเตจ ศึกจักรยานทางไกลที่โหดที่สุดของโลกอย่าง ''ตูร์ เดอ ฟร้องซ์'' ประจำปี 2012 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 99 แล้วนั้นได้เดินทางมาถึงวันหยุดพักที่ชนบทในเมืองมากง ได้บ่งบอกว่าเข้าสู่ครึ่งทางของการแข่งขันแล้ว
โดยล่าสุดหลังการแข่งขันผ่านไป 10 วันติดต่อกัน มีทั้งอุบัติเหตุรถชนกันจนล้ม, เจ็บป่วย และเกิดความดรามาต่างๆ นานา ทำให้เหลือนักปั่นอยู่ 178 คนจากจำนวนเต็ม 198 คน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในการแข่งขันอีก 11 วันที่เหลืออาจจะมีน่องเหล็กถอนตัวออกจากการแข่งขันเพิ่มอีก
อย่างไรก็ดี ไฮไลต์ในวันพักคงหนีไม่พ้นกองทัพสื่อเมืองน้ำหอมและสื่อทั่วโลกที่คอยโอกาสสัมภาษณ์ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักรสังกัดทีมสกาย ที่รั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวมได้ใส่เสื้อเหลืองจนถึงวันพักด้วยเวลา 39 ชั่วโมง 9 นาที 20 วินาที ทิ้งห่างอันดับที่สอง คาเดล อีแวนส์ นักปั่นคู่แข่งสำคัญจากออสเตรเลีย ที่ทำเวลาตามหลัง 1 นาที 53 วินาที ส่วนอันดับที่สามได้แก่ คริสโตเฟอร์ ฟรูม อีกหนึ่งนักปั่นจากสหราชอาณาจักร ด้วยเวลาตามหลัง 2 นาที 7 วินาที
แต่ดูเหมือน ''เล กิ๊ป'' หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของเมืองน้ำหอมจะได้หน้าได้ตาไปเต็มๆ จากการสัมภาษณ์เดี่ยวพร้อมกับแจกหนังสือพิมพ์ให้ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ นักปั่นหนุ่มเมืองผู้ดีได้อ่านข่าวตัวเอง รู้บ้างไม่รู้บ้างเพราะเป็นภาษาฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม วิกกิ้นส์กล่าวเปิดใจในวันพักว่า
''ผมเคยพูดมาแล้ว 2-3 ครั้ง ผมจะไม่แบ่งสักนาทีเดียวให้กับคาเดล เรากำลังสร้างฉากฝันหวานอยู่ตอนนี้ แต่เราก็จะไม่มีประมาทเด็ดขาด เพราะจากนี้ไปคือสเตจภูเขาที่แสนยากทั้งนั้น''
''ผมไม่ได้ประเมินค่า คาเดล ต่ำเกินไป แต่ทีมของผมจะช่วยกันทำงานอย่างแข็งแกร่ง พวกเราทุกคนเคารพในฝีมือของเขา ซึ่งผมก็รู้ว่าเขามีศักยภาพมากแค่ไหน ผมจึงคาดว่าน่าจะมีการต่อสู้ระหว่างผมกับเขานับจากนี้เป็นต้นไป''
อนึ่ง คีย์เวิร์ดคำเดียวที่ทีมสกายใช้เป็นกลยุทธ์จากนี้คือ ''การควบคุม'' ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ให้อยู่หมัด โดยจะมีความร่วมมือร่วมใจกันทุกคนในทีม
นอกจากนี้ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ยังเอ่ยเพิ่มเติมอีกว่า
''ทุกๆ ปี ทีมเราดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเห็นได้ชัดเจนว่าตอนผมอยู่อันดับที่สี่ในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ผมมีวันที่โชคร้ายแค่วันเดียว และก็ซวยอีกครั้งในรายการวูเอลต้าเมื่อปีแที่แล้ว แต่นั่นเป็นแค่ประสบการณ์ แต่ในขณะเดียวกัน คาเดลก็มีประสบการณ์ใหญ่หลวงในตูร์ เดอ ฟร้องซ์มากกว่าผมด้วยเช่นกัน''
''นี่คือการแข่งขันจักรยาน ทั้งหมดอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมต้องนิ่งสงบและใจเย็น ผมไม่ได้คาดหวังในใครสักคนสำหรับสเตจนี้ นอกจากตัวของตัวเอง มันจะต้องออกมาดี เพราะผมกำลังใส่เสื้อเหลืองอยู่''
''จากนี้ผมคาดหวังที่จะสู้เพื่อในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ดังนั้นผมจึงมีการเตรียมพร้อมรับมือว่าจะต้องทำอย่างไร และรู้ว่าอะไรคือการแข่งขันจักรยานทางไกลตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ถ้าเรารู้จักอะไรดีก็จะทำให้รู้จุดอ่อนจุดแข็ง''
ทางด้าน คริส ฟรูม หรือ คริสโตเฟอร์ ฟรูม อีกหนึ่งนักปั่นกำลังสำคัญของทีมสกาย ส่งข้อความถึงคู่แข่งคนอื่นๆ ว่า
''แน่นอนอย่างยิ่งว่าเราจะต้องทำให้ทุกอย่างชัวร์ว่าแบร็ดลี่ย์จะได้ขึ้นโพเดียมที่ชองเซลิเซ่ส์''
''หลังจากนั้นถ้าเราทำผลงานได้ดีก็น่าจะได้เกาะติดแบร็ดลี่ย์ขึ้นโพเดียมบ้าง โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับชีวิตของผม แต่สิ่งแรกเหนืออื่นใดคือเราต้องส่งให้แบร็ดลี่ย์ได้ใส่เสื้อเหลืองคว้าแชมป์ให้จงได้''
''จากนี้ทีมของเราจะช่วยกันประคองเขาให้ดี และควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไปด้วยกัน ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันไม่มีคุณค่าอะไรต่อผมที่จะคว้าอันดับที่ 2 หรืออันดับที่ 3 เมื่อเขาจะต้องเป็นชนะเท่านั้น ผมทำเวลาตามหลังเขาอยู่สองนาทีกว่าๆ แน่นอนว่าช่องว่างมันมากจนเกินไป ผมมีหน้าที่ช่วยพระเอกให้สมหวังเท่านั้นครับ'' ฟรูม น่องเหล็กดาวรุ่งวัย 27 ปี กล่าวแบบสบายๆ
ทั้งนี้หลังจากวันพัก จะทำการแข่งขันสเตจที่ 10 ซึ่งเป็นเส้นทางภูเขา ระยะทาง 194.5 กิโลเมตร ออกสตาร์ตจากมากงไปยังแบลการ์กด์-ซูร์ก-วัลเซอรีน
อ.ศ.ม.