ไม่ใช่แค่เมฆหมอกเท่านั้นที่ทะมึน แฟนบอลอาร์เซน่อลก็ยังมึนๆ กับสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่
เมฆหนายิ่งกว่าเก่าเมื่อ ธีโอ วัลค็อตต์ บอกว่า มั่งฮี่ ว่าแล้วก็ออกมาบอกว่าไม่ต่อสัญญาเหมือนกัน เพราะว่า 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ที่สโมสรเสนอมานั้นน้อยเกินไป กินไม่อิ่มไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเหมือนคนอื่นเขา
คนแรกโดนหลายทีมรุมทึ้ง แมนฯ ซิตี้ อยากได้มากที่สุด ยูเวนตุส แสดงความสนใจ แล้ว บาร์เซโลน่า ก็ขออาสาเป็นคนซื้อเช่นกัน แม้ว่า อาร์แซน เวนเก้อร์ จะเคยบอกว่าไม่ขอทำมาหากินกับทีมนี้อีกแน่นอน แต่ถ้าที่อื่นเขาให้ค่าตัวน้อยกว่า แถมยังเสนอค่าเหนื่อยให้ ฟาน เพอร์ซี่ มากกว่า มันก็มีแววว่ากัปตันคนนี้จะเล่นมันในอังกฤษนี่แหละ
ส่วน วัลค็อตต์ บางคนอาจบอกว่าเห็นซื่อๆ เซื่องๆ ไม่คิดว่าจะซ่าเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย ไม่มีวี่แววอะไรเลย จู่ๆ ก็จะย้ายซะงั้น ปลายทางของเขาอาจเป็น เชลซี บ้านก็ไม่ต้องย้าย เงินก็ได้มากกว่า แต่ว่าเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
แฟนบอลรุ่นหลังๆ อาจไม่รู้สึกว่าแปลกอะไรที่นักเตะจะชี้นิ้วไปในทิศทางที่ต้องการว่า ฉันจะไปอยู่ที่นั่น จัดให้ฉันหน่อยซิ แต่เมื่อก่อนนี้เรื่องไม่มีทางเป็นอย่างนี้เลยครับ
ในยุคที่นักเตะอาชีพยังคงมีความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มตัว ซึ่งหมายถึงว่าพวกเขามีความเป็นสุภาพบุรุษไปด้วยพร้อมๆ กัน การเป็นนักเตะของสโมสรไหนก็หมายความว่าสิทธิ์ขาดเป็นของสโมสรที่จะขายนักเตะคนนั้นให้กับทีมไหนก็ได้ หากว่าสโมสรนั้นไม่ได้เสนอค่าเหนื่อยให้น้อยกว่าสโมสรเดิม พวกเขาจะเคารพสิทธิในการเป็นเจ้าของผู้เล่น นักเตะจะบอกว่าไม่ไปที่นั่นไม่ได้นะครับ แม้ว่าบางทีอาจจะต้องมีการเจรจากันเยอะหน่อย แต่การตัดสินใจยังคงเป็นของสโมสร
นักเตะเป็นคนคุยเรื่องสัญญาเองนะครับ ขอเท่าไหร่ก็ต่อรองกันไปเลย ตัวเลขแน่นอน ผิดกับปัจจุบันที่นักเตะจะมีอีกวิญญาณเกาะตามตัวไปด้วย สโมสรแทบจะคุยกับเจ้าตัวไม่ได้โดยตรง ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ เอเย่นต์จะเสนอหน้ามาทันที หลังจากที่ได้ตัวเลขคร่าวๆ จากนักเตะ เอเย่นต์ก็จะต้องบวกของตัวเองเข้าไปอีก หลายสิบเปอร์เซนต์เลยแหละครับ ตัวเลขค่าเหนื่อยมันก็เลยโดดขึ้นไปอย่างทุกวันนี้แหละ
ที่สำคัญ การคุยกันระหว่างนักเตะกับสโมสรใหม่เป็นเรื่องร้ายแรงมาก ผิดมาก แต่ตอนนี้มันง่ายมาก ใช้มือถืออย่างสบาย หรือถ้าเกรงใจก็อาจให้เอเย่นต์ไปแอบๆ คุยกันในที่ลับ อาจจะบอกกันว่าจะเสนอค่าเหนื่อยให้เท่านั้นเท่านี้นะ แต่เอ็งต้องไม่ต่อสัญญากับที่เก่า ค่าตัวจะได้ถูก แทนที่ข้าจะจ่ายแพงก็เอาเงินมาให้เอ็งไม่ดีกว่าเรอะ นักเตะก็จะบอกว่า ดี แล้วขบวนการใต้ดินทุกอย่างก็เริ่มดำเนินการ
เอเย่นต์แทบจะเป็นคนบอกว่านักเตะควรจะย้ายไปอยู่ที่ไหน พยายามหว่านล้อมให้เห็นถึงผลประโยชน์มหาศาลที่จะได้ แน่นอนว่ามันเป็นเปอร์เซนต์ที่เพิ่มมากขึ้นของเอเย่นต์ด้วย ถ้าไม่ได้อย่างที่ตกลง เอเย่นต์ก็จะเอานักเตะของตัวเองเร่รายต่อไป หรือจะมียุทธการหาเงินเพิ่มอะไรอีกก็ว่าไป แต่ที่แน่ๆ คือนับตั้งแต่มีเอเย่นต์เข้ามาเป็นตัวกลาง ค่าเหนื่อยของนักเตะก็สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพราะต้องเผื่อให้ปอบอิ่มไปด้วย
ผมไม่ได้ถามหาเรื่องความภักดีที่ควรมีต่อสโมสร เพราะสุดท้ายคนเราก็ต้องคิดถึงตัวเองก่อน สโมสรในฐานะนายจ้างก็ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการจากนักเตะ แต่ปัจจุบันเราเห็นการประท้วงไม่ลงเตะ หรือต่อให้เตะก็ไม่เต็มร้อยจากใครหลายคน หลังจากที่ไม่ได้ย้ายไปสโมสรที่ต้องการ มันอะไรกันวะเนี่ย ตกลงนี่เอ็งจะเอาทุกอย่างอย่างที่ต้องการเลยหรือไง สัญญาที่ระบุว่าตัวเองเป็นผู้เล่นของทีมนั้นทีมนี้ไม่มีผลต่อสามัญสำนึกเลยหรือ
ไม่อยากอยู่ทีมเก่าก็ไม่เป็นไร อยากย้ายไปหาความสำเร็จหรือเงินก้อนโตกว่าก็ไม่ได้ว่าอะไร มันเรื่องธรรมชาติ แต่การที่ระบุเลยว่าต้องเป็นทีมนั้นทีมนี้เท่านั้น มันเป็นการไม่ให้เกียรติสโมสรอู่ข้าวอู่น้ำของตัวเอง แม้ว่าพวกฝรั่งมันจะไม่ได้กินข้าวก็เถอะ แบบนั้นมันเกินเลยจากความเป็นคนที่ต้องมีความรับผิดชอบไปหน่อย
เหมือนอย่างตอนที่ คริสโตเฟอร์ แซมบ้า ออกมาประกาศตนตอนที่ แบล็กเบิร์น บอกว่าจะไม่ขายกองหลังคนนี้
ลูกผู้ชาย หากรักษาสัญญาไม่ได้ด้วยเหตุสุดวิสัยอะไรก็ตาม อย่างน้อยก็ต้องเคารพในสัญญาที่มีครับ หากยังทำไม่ได้ก็คงเป็นได้แค่เพศชายเท่านั้น
ศาธนันท์