
ล่าทอง "ลอนดอนเกมส์"
แก้ว พงษ์ประยูร (1)
จ่าสิบเอก แก้ว พงษ์ประยูร ยอดนักชกรุ่นเล็กชาวกำแพงเพชร ด้วยวัย 32 ปีแล้ว ศึกโอลิมปิกหนนี้ จึงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขา
กว่าที่ ''จ่าแก้ว'' จะผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ทีมชาติชุดใหญ่ในรุ่นเล็กสุด เขาต้องรอเวลาอยู่นานทีเดียว หลังจากหมดยุคของ สุบรรณ พันโนน เมื่อ 4 ปีก่อน แก้วต้องแย่งชิงตัวจริงกับ ''เจ้าเพชร'' อำนาจ รื่นเริง
แต่เพราะเขามีรูปร่างที่เล็ก ไม่เข้าตา ''เสธ.วีป'' พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกมวยในสมัยที่แล้ว จึงต้องหลีกทางให้อำนาจทั้ง โอลิมปิก ปักกิ่งเกมส์ รวมถึง เอเชียนเกมส์ ที่กว่างโจว ด้วย แม้ว่าจะมีดีกรีเป็นถึงแชมป์เอเชียก็ตาม
การผิดหวังไม่ได้ไปชกเอเชียนเกมส์ เกือบทำให้ แก้ว ตัดสินใจอำลาสังเวียนมวยเสื้อกล้ามไปแล้ว แต่เหมือนฟ้าลิขิตดลจิตดลใจให้เขากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของ สมาคมมวยสากลสมัครเล่น ผู้บริหารชุดใหม่เลือกแก้วให้เป็นตัวจริงในรุ่นไลต์ฟลายเวต (49 กก.) และเลื่อนอำนาจไปวัดฝีมือกับ ฉัตร์ชัย บุตรดี ในรุ่นฟลายเวตแทน
ถึงแม้ แก้ว พงษ์ประยูร จะดูว่ามีรูปร่างเล็ก เสียเปรียบคู่ต่อสู้ แต่เขาก็ได้ความแข็งแกร่ง เดินต่อยหมัดได้อย่างดุดันมาทดแทน ด้วยสไตล์การชกเปิดเกมลุยเข้ากับสไตล์การให้คะแนนของไอบ้าในตอนนี้ และฟอร์มการชกเสมอต้นเสมอปลายที่สุด
ทำให้ แก้ว ถูกจับตามอง ยกให้เป็นตัวเต็ง ''ความหวังเหรียญทอง'' สูงที่สุดของนักชกโอลิมปิกชุดนี้ โดยอันดับ เวิลด์แรงกิ้ง ล่าสุด แก้ว ที่ชก ''ศึกเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ'' เมื่อปลายปีที่แล้ว เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย (ก่อนพ่าย ซู ชิ หมิง อย่างดุเดือด แต่ได้ตั๋วไปโอลิมปิกทันที) เลื่อนจากอันดับ 17 ขึ้นมาอันดับ 14 ส่วนเบอร์ 1 โลก ได้แก่ ชิน จอง ฮุน จากเกาหลีใต้
แต่คู่ต่อสู้ที่น่ากลัว ด่านหินที่สุด ไม่ใช่นักชกโสมขาว แต่เป็น ซู ชิ หมิง ยอดมวยมังกรจีน และอีกสองรายก็คือ เบลิค กาลานอฟ หมีขาวจากรัสเซีย กับ เซอร์แดมบ้า พูเรฟดอร์จ นักสู้มองโกล
วิเคราะห์โอกาสของ แก้ว พงษ์ประยูร เส้นทางสู่เหรียญโอลิมปิก มีลุ้นมากที่สุด ถ้าวัดกันที่ฝีมือและจำนวนคู่แข่ง แต่จะไปถึงสวรรค์ชั้น 7 คว้าเหรียญทอง ได้หรือเปล่า
นอกจากพลังกำปั้นและฝีมือแล้ว บอกได้เลยว่าคงต้องมีดวงบวกโชคผสมด้วย เพราะการดวลกับคู่แข่งที่สูสี คู่คี่ ชนิด 10-9 แย่งกันรอง มีสไตล์การชกคล้ายๆ กันอย่างมวยจีนและรัสเซีย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกว่าคู่ชกบนเวที คือ การกดแต้มของกรรมการ!!!
.....................................
โปรไฟล์ : แก้ว พงษ์ประยูร
ชกโอลิมปิกสมัยแรก : รุ่นไลต์ฟลายเวต (49 กิโลกรัม)
ภูมิลำเนา : 29/1 หมู่ 1 ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000
เกิด : วันที่ 28 มีนาคม 2523 (อายุ 32 ปี)
บิดา-มารดา : นายคำ-นางมะลิ พงษ์ประยูร (มีพี่น้อง 6 คน-เป็นคนสุดท้อง)
การศึกษา : จบปริญญาตรี สถาบันราชภัฏฯ กำแพงเพชร เทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต
สังกัด : กองทัพบก (กองทัพภาคที่ 3 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์)
ชกมวยไทย : ชื่อ เกตุแก้ว ว.ถิ่นทัพไทย ต่อยประมาณ 100 ครั้ง (เคยเป็นแชมป์ชมรมมวยสยามภาคเหนือ รุ่นเล็ก)
เกียรติประวัติสำคัญ : ได้เหรียญทองซีเกมส์ 4 ครั้ง, ชิงแชมป์เอเชีย ได้เหรียญทอง ที่ประเทศจีน
สูง : 157 เซนติเมตร (การ์ดขวา)
นักมวยขวัญใจ : แมนนี่ ปาเกียว
ครอบครัว : แต่งงานแล้ว ภรรยาชื่อ ''ไก่'' นางธาราทิพย์ พงษ์ประยูร มีลูกสาว 1 คน ชื่อน้อง แก้มใส
...............................
ฉัตร์ชัย บุตรดี (2)
สิบเอก ฉัตร์ชัย บุตรดี ยอดนักชก ชาวสระแก้ว ปัจจุบันวัย 27 ปี โอลิมปิกครั้งนี้เป็นหนแรกของเขาเช่นกัน
''เจ้าสด'' เริ่มมีชื่อเสียงบนสังเวียนคนสู้คน ตั้งแต่สมัยชกมวยไทยในชื่อ ตาพระยา กิมเชียงก่อสร้าง ราวีอยู่กับ ''ศึกวันทรงชัย''
แต่หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในเชิงนายขนมต้ม เขาก็หันมาเอาดีทางด้าน มวยสากลสมัครเล่น จนก้าวขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติได้อย่างรวดเร็ว และถูกคาดหวังว่าเจ้าหมอนี่แหละ จะเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการมวยเสื้อกล้ามในอนาคต
เพียงรายการแรกที่ติดธงไตรรงค์ที่หน้าอก ฉัตร์ชัย ก็คว้ารางวัลเบสต์บ็อกเซอร์ จาก ''ศึกคิงส์ คัพ'' ได้อย่างเซอร์ไพรส์
ทว่าในรุ่นฟลายเวต (52 กก.) เขายังเป็นได้เพียงแค่พระรองในตอนนั้น เพราะคนที่ยืนอยู่เหนือเขา นั่นก็คือ สมจิตร จงจอหอ เจ้าของวลีฮิต ''ผมเจ็บมาเยอะ'' ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ปักกิ่งเกมส์ นั่นเอง
จนเมื่อ สมจิตร แขวนนวม ฉัตร์ชัย บุตรดี จึงก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงทีมชาติชุดใหญ่ และได้ไปแข่งเอเชียนเกมส์ที่จีน ในฐานะตัวเต็งลุ้นเหรียญทอง แต่เขากลับพลาดท่าพ่ายนักมวยอินเดีย ร่วงแค่รอบแรกเท่านั้น
มาถึง ''ศึกเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ'' ที่บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งจะเป็นการคัดเลือกนักชกไปโอลิมปิก ''ลอนดอนเกมส์'' ด้วย ฉัตร์ชัย บุตรดี ต้องตัดตัวกับ อำนาจ รื่นเริง ที่เลื่อนรุ่นขึ้นมา
และก็เป็น ฉัตร์ชัย ที่ได้สิทธิ์ไปชิงตั๋วโอลิมปิก แบบหืดจับทีเดียว ชนะไม่เอกฉันท์ 2 ต่อ 1 ครั้ง ซึ่งอำนาจก็ไม่ยอมรับคำตัดสิน ก่อนประกาศหันหลังให้ทีมชาติตั้งแต่วันนั้น
ฉัตร์ชัย โชคดี ได้ตั๋วไปแข่งโอลิมปิก ทั้งที่ตกรอบ 16 คนสุดท้าย แต่คู่ชก แอนดรูว์ คริสโตเฟอร์ เซลบี นักมวยเวลส์ ที่เป็นเบอร์ 1 โลกเวลานี้ สามารถทะลุไปถึงรอบชิง ตามเกณฑ์ของไอบ้า
อันดับ เวิลด์แรงกิ้ง ตอนนี้ ฉัตร์ชัย อยู่ที่ 35 เลื่อนมาจากที่ 50 รุ่นฟลายเวต คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวระดับแนวหน้าของโลกมีอยู่หลายคนทีเดียว นอกจากคู่ปรับเก่าชาวเวลส์แล้ว ก็ยังมี มิซา อโลยาน แชมป์โลกรัสเซีย และ รัสซี่ วอร์เรน ของสหรัฐฯ กับ จาเซอร์เบ๊ค ลาปิตอฟ จากอุซเบกิสถานด้วย
วิเคราะห์โอกาสของ ฉัตร์ชัย บุตรดี เส้นทางสู่เหรียญโอลิมปิก ก็พอมีไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยฝีมือของเขา ถ้าไม่เจอดาวดังระดับโลกตั้งแต่รอบต้นๆ น่าจะทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ 8 คนสุดท้ายได้
ถ้าผ่านรอบนี้แล้วมี เหรียญทองแดง ตุนไว้ในมือก่อนได้ อนาคตต่อจากนั้น อะไรก็เป็นไปได้หมด
ขึ้นอยู่ที่หัวใจของเขาเท่านั้น...ว่าจะแกร่งแค่ไหน!!!
.......................................
โปรไฟล์ : ฉัตร์ชัย บุตรดี
แข่งโอลิมปิกสมัยแรก : รุ่นฟลายเวต (52 กิโลกรัม)
ภูมิลำเนา : 59 หมู่ 5 บ้านหนองไผ่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว 27180
เกิด : วันที่ 26 มีนาคม 2528 (อายุ 27 ปี)
บิดา-มารดา : นายเทือน-นางทองมา บุตรดี (มีพี่น้อง 2 คน เป็นคนสุดท้อง)
การศึกษา : ปริญญาตรี สถาบันการพลศึกษาสุโขทัย คณะศึกษาศาสตร์
สังกัด : กองทัพบก (กองทัพภาค 1)
ชกมวยไทย : ชื่อ ตาพระยา กิมเชียงก่อสร้าง (ต่อยประมาณ 80 ครั้ง)
เกียรติประวัติสำคัญ : เหรียญทองซีเกมส์ ที่ลาว, เบสต์บ็อกเซอร์ เหรียญทอง ศึกคิงส์คัพ รุ่น 54 กิโลกรัม, เหรียญทอง ปรีโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ปี 2008, เหรียญทอง ปรีโอลิมปิก ที่ลอนดอน อังกฤษ ปี 2011
สูง : 167 เซนติเมตร (การ์ดซ้าย)
นักมวยขวัญใจ : สมจิตร จงจอหอ
ครอบครัว : แต่งงานแล้ว ภรรยาชื่อ ''จิบ'' จุฑารัตน์ เนียมสุ่ม (ลูกสาวคนแรกจะคลอด วันที่ 26 ส.ค. 55 นี้)
........................................
สายลม อาดี (3)
จ่าอากาศเอก สายลม อาดี นักชกเลือดทัพฟ้า ชาวขอนแก่น อายุ 26 ปี แต่เคยผ่านสังเวียนโอลิมปิก ที่ประเทศจีน มาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน (รอบแรกได้บาย, ตกรอบสองพ่ายแอลจีเรีย)
''เจ้าลม'' ก็โด่งดังมาจากสังเวียนมวยไทย ที่เวทีลุมพินี ก่อนเช่นกัน ในชื่อของ สายลม ราชานนท์ เคยเป็นถึงแชมเปี้ยนประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวต มาแล้ว
แต่ด้วยมีลูกพี่เป็นอดีตฮีโร่โอลิมปิก น.ต.วิชัย ราชานนท์ เห็นแววของ สายลม ที่ต่อยหมัดได้ดี น่าจะเบนเข็มมาปั้นเป็นนักชกเสื้อกล้ามทีมชาติ จึงมาเสนอกับ พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นับแต่วันนั้น สายลม ก็ประกาศเลิกชกมวยไทยทันที
สายลม อาดี เป็นนักชกในรุ่นไลต์เวต พิกัด 60 กก. เขาผ่านเวทีระดับโลกมาทุกรายการแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จถึงขีดสุดซะที เต็มที่ก็ได้แค่เหรียญทองซีเกมส์
จุดเด่นของ ''เจ้าลม'' อยู่ที่ความขยันทุ่มเทให้กับการฟิตซ้อมอย่างหนัก เป็นนักมวยที่มีสภาพร่างกายแข็งแกร่งมาก เข้าขั้นบ้าพลังยังไงยังงั้น ทว่าเทคนิคการชกต้องพัฒนาอีกพอสมควร
โอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ คราวนี้ สายลมได้ตั๋วตั้งแต่รอบคัดเลือก ''ศึกเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ'' ที่บากู เหมือนกับ แก้ว และ ฉัตร์ชัย และโชคดีเหมือน ''เจ้าสด'' เพราะตกรอบ 16 คนสุดท้าย แต่คู่ชกผ่านเข้าไปถึงรอบชิง คือ โทเลโด้ โลเปซ มวยคิวบา
ปัจจุบัน สายลม มีอันดับ เวิลด์แรงกิ้ง อยู่ที่ 40 ของโลก เลื่อนจากที่ 51 ขึ้นมา รุ่นนี้ต้องบอกว่ามียอดนักชกพระกาฬ เป็นขวากหนามขวางทาง สายลม อยู่มากมายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์โลก วาสยี่ โลมาเชนโก้ ชาวยูเครน, โทเลโด้ โลเปซ คู่ปรับเก่าคิวบา และ คานี่ เชลลายอฟ จากคาซัคสถาน กับ โดเมนิโก้ วาเลนติโน่ จากอิตาลี
วิเคราะห์โอกาส ความน่าจะเป็นของ สายลม อาดี กับความหวังเหรียญโอลิมปิกหนที่สอง ด้วยสไตล์การชกของเขา และ คู่ต่อสู้ที่เก่งๆ ทั้งนั้น
''เจ้าลม'' เป็นคนที่ต้องลุ้นเหนื่อย แทบกระอักโลหิตที่สุด กว่าจะฝ่าด่านไปถึงรอบตัดเชือกได้ หลายคนเอาใจช่วย สายลม อาดี ให้ผ่านรอบแรกไปได้ก่อน หลังจากนั้นค่อยลุ้นระทึกกันทีละไฟต์
ถ้าผ่านรอบสองไปได้ ทะลุสู่รอบสาม ถึงตอนนั้นพลังใจของเขาอาจปลุกประกายนักสู้ให้เขากลายเป็น
ตำนานฮีโร่ ชาวเมืองหมอแคน คนต่อไปก็ได้...ใครจะไปรู้!!!
......................................
โปรไฟล์ : สายลม อาดี
แข่งโอลิมปิกสมัยที่ 2 : รุ่นไลต์เวต (60 กิโลกรัม)
ภูมิลำเนา : 68 ตำบลภูเหล็ก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 40110
วัน เดือน ปีเกิด : 7 กรกฎาคม 2529 (อายุ 26 ปี)
บิดา-มารดา : นายสวา-นางคำปัน อาดี (มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนที่ 2)
การศึกษา : จบ ม.6 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน
สังกัด : ทหารอากาศ (ทำงานอยู่สนามกีฬาธูปะเตมีย์)
ชกมวยไทย : ชื่อ สายลม ราชานนท์ (ต่อยประมาณ 100 ครั้ง) เคยคว้าเข็มขัดแชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (126 ปอนด์)
เกียรติประวัติสำคัญ : เหรียญทองซีเกมส์ 2 สมัย ที่นครราชสีมา และ ประเทศลาว, เหรียญทอง ศึกคิงส์คัพ รุ่น 60 กิโลกรัม
ส่วนสูง : 176 เซนติเมตร (การ์ดขวา)
นักมวยขวัญใจ : วิชัย ราชานนท์
ครอบครัว : แต่งงานแล้ว ภรรยาชื่อ ''ปอ'' มัทรี อาดี บ้านอยู่ราชบุรี
...........................................
คอลัมน์อื่น ๆ