คอลัมน์ : มุมสี่สิงห์ โดย.. ทวนเหล็ก
ประธานเทคนิค
11/07/2012 11:25:00 น.


     มีการวิจารณ์ว่าถึงเวลาหรือยังที่การเตรียมทีมชาติจะคิดใหม่ ทำใหม่ ออกนอกระบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมานานนับเกือบ 100 ปี วงการฟุตบอลไทยก้าวมาไกลจากระบบเดิมมากแล้ว ยิ่งเข้าสู่ยุคลีกอาชีพที่เตะกันโครมคราม จนเงินสะพัดไปทั้งประเทศแบบนี้ ยิ่งต้องปรับระบบกันโดยด่วน




        อะไรจึงจะเรียกว่าทีมชาติที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถ้าจะให้ตรงกับความจริงมากที่สุดจะเริ่มนับจากเยาวชน 16 ปีที่จะเป็นชุดแรกในการเล่นชิงแชมป์เอเชีย เพื่อคัดเลือกไปชิงแชมป์โลก 17 ปีต่อไป จากนั้นก็จะขยับขึ้นไปสู่เยาวชน 19 ปี คัดเอเชียไปชิงแชมป์โลก 20 ปี 


        ขยับอีกนิดก็จะมีทั้งชุดซีเกมส์ อายุไม่เกิน 23 ปี จะถือเป็นชุดเดียวกับคัดปรีโอลิมปิก  และเอเชียนเกมส์ด้วย และล่าสุดที่เกิดขึ้นมาใหม่คือเยาวชน 22 ปี หลุดจากนี้คือทีมชาติชุดใหญ่ 
 

        ส่วนทีมหญิงก็จะมีเยาวชน 16 ปี 19 ปี และทีมชาติชุดใหญ่ที่จะเล่นหมดทั้งซีเกมส์, เอเชียนเกมส์, ปรีโอลิมปิก และชุดใหญ่ ที่นับเป็นทีมชาติอีกชุดก็คือทีมฟุตซอล ที่จะมีทั้งทีมหญิง และทีมชาย กับอีกชุดคือทีมชาติฟุตบอลชายหาด ที่มีแต่ทีมชายในเวลานี้ 
 

        ขณะที่ในช่วงหลัง ทางเอเอฟซีเปิดโอกาสให้แต่ละชาติได้มีการเตรียมทีมกันตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับเด็กๆ ได้รู้จักเกมแข่งขันระดับนานาชาติ จึงจัดการแข่งขันขึ้นมาที่เรียกว่า เฟสติวัล ไม่เน้นผลการแข่งขัน แต่เน้นเรื่องของการให้ประสบการณ์กับเด็กๆเสียมากกว่า
 

        ด้วยทีมชาติที่เอ่ยมานี้ในแต่ละปีนับว่าต้องใช้งบประมาณ และค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยสมาคมฟุตบอลฯ อ้างถึงงบที่ไม่เพียงพอ การเตรียมทีมจึงเป็นไปแบบพอเพียง ด้วยการให้เป็นภาระที่ของผู้จัดการทีมรับไปบางส่วน หรือบางชุดอาจจะต้องเข้ามารับผิดชอบทั้งหมด

 

        วิธีนี้ได้ผล เพราะจะเห็นว่าตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไม่เคยหลุดหายไปจากสารบบฟุตบอลเมืองไทย คนนี้เข้า คนนี้ออก หมุนเวียนกันมาตลอด จนกลายเป็นประเพณีบอลทีมชาติของบ้านเราไปแล้ว 


 

        ท่านผู้จัดการทีมเหล่านี้เข้ามาต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องดูแลทีมแทนสมาคมฟุตบอลฯ แต่ทุกคนก็ยินดีไม่มีปัญหา เนื่องจากผู้จัดการทีมชาติมันยิ่งใหญ่จริงๆ และเป็นตำแหน่งมีหน้ามีตาในสังคม ทำให้เป็นที่รู้จัก และสร้างชื่อเสียงได้ในเวลาอันรวดเร็ว\
 

        ทีมชาติชุดหนึ่งมีผู้จัดการทีมคนหนึ่ง ปัญหามันเกิดขึ้นมาก็คือว่า ผู้จัดการทีมคือคนคุมทีมในแต่ละชุด ก็จะมีอำนาจในการแต่งตั้งโค้ช ผลคือทีมชาติแต่ละชุดก็จะแตกต่างในการทำงาน ไม่มีระบบ และไม่มีหลักยึดที่เป็นลักษณะเฉพาะทีมชาติไทย ชุดเล็กไปทาง ชุดใหญ่ไปทาง พอทีมล้มเหลวก็ประกาศลาออก ก็จะมีคนเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนในครั้งต่อไป แนวทาง นโยบายก็เปลี่ยนไป จนมันไม่มีที่สิ้นสุด และสรุปหาสาเหตุของความล้มเหลวกันไม่ได้เสียที มีแต่เริ่มใหม่ เอากันใหม่ ทีมชาติไทยจึงวนเวียนกันอยู่แบบนี้ ไม่ไปไหนไกลเสียที

 

        ในยุคของฟุตบอลอาชีพ บรรดานักบอลทำรายได้จากการค้าแข้งให้กับสโมสร ส่งผลให้ทีมชาติถูกลดความสำคัญในสายตาของนักเตะไทยไปโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนการติดทีมชาติ มีธงไตรรงค์อยู่ที่หน้าอกถือเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่หาใดเสมอเหมือน ยุคนี้บางทีมีชื่อติดทีมชาติก็ดูเป็นงั้นๆ ไป ไม่ได้ตื่นเต้นและไม่ได้อีนังขังขอบ  ไปแข่งแบบไร้ใจ เพียงให้จบๆไปเท่านั้น จะได้พักผ่อนและเตรียมรับใช้สโมสรต่อไป 


        ปัญหาแบบนี้จะตามมาอีกในอนาคตถ้าไม่รีบแก้ไข เริ่มต้นจากการปรับระบบของการบริหารเสียใหม่ ถ้าจะว่าไปแล้วรื้อสภากรรมการบริหารจะดีมาก ทำงานยังกับสภาไทย การแต่งตั้งก็ไม่เคยสักครั้งที่จะได้คนที่เก่งจริงเข้ามาทำงาน มีเพียงชื่อแปะข้างฝาติดบอร์ดว่าใครคือใคร แต่ตัวตนแทบจะไม่เคยเห็นหน้า สภากรรมการจะต้องเชี่ยวชาญในตำแหน่งที่ถูกเลือกมา ซึ่งถ้าจะบริหารทีมชาติไทย ตำแหน่งที่จะต้องตั้งโดยด่วนคือ ประธานพัฒนาเทคนิค



        เราได้ยินได้ฟังมานานมาก ซึ่งตำแหน่งนี้มันก็มีอยู่ แต่เรายังไม่เคยรู้เลยว่าตกลงใครกันแน่ที่ทำหน้าที่นี้อยู่ ตำแหน่งประธานพัฒนาเทคนิคสำคัญต่อการบริหารฟุตบอลมากมายนัก ฉะนั้นคนที่จะเข้ามาจะต้องเก่งทั้งวิชาการและปฏิบัติ ทิศทางฟุตบอลไทยจะไปทางไหน ขึ้นกับประธานพัฒนาเทคนิคจะเป็นตัววางกรอบให้เดิน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดินมันก็สะดุดหัวทิ่ม

 

        ทีมชาติทุกชุดควรจะต้องอยู่ภายใต้กรอบทำงานของประธานเทคนิค ซึ่งแน่นอนว่าตัวท่านนายกสมาคมฯ ก็จะต้องเลือกบุคคลที่คิดว่าเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ ดูแลตั้งแต่ทีมชาติชุดเยาวชนถึงชุดใหญ่ แต่ละชุดมีหลักการทำงานในระบบเดียวกัน โค้ชแต่ละชุดถือเป็นทีมงานเดียวกัน แต่อาจจะแบ่งสายงานการบริหารที่จะมีหัวหน้าโค้ชในการคุมอีกชั้นก็ได้  วางระบบการเล่นและวิธีการเล่นรูปแบบเดียวกัน ซึ่งควรมองให้ทะลุเสียทีว่า ฟุตบอลไทยมันควรจะเล่นแบบใดดี ที่ผ่านมาเรามีทั้งระบบแบบบราซิล แบบอังกฤษ แบบเยอรมัน  และแบบผสมผสาน แต่ไม่เคยสำเร็จ จนมาถึงชุดหลังๆ เป็นระบบแบบมั่วต่างคนต่างเล่นไปเลย

 

        อย่าลืมว่าในอนาคตการเตรียมทีมชาติจะมีเวลาน้อยลง เนื่องจากนักบอลติดลีกภายใน แต่ถ้าทีมชาติของเราทุกชุดเป็นไปในระบบเดียวกัน ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชคือทีมเดียวกัน  มีประธานพัฒนาเทคนิคที่เก่งและทำงานจริงจัง ไม่นานทีมชาติไทยก็จะกลับมายิ่งใหญ่ในภูมิภาคอีกครั้ง

    
                                                                      ทวนเหล็ก

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทวนเหล็ก

จำนวนเรื่อง : 69
All post : 244
All view : 345,826
คอลัมน์ มุมสี่สิงห์
งานบุญที่วัดคลองโคน
ทวนเหล็ก
งานบุญที่วัดคลองโคน

View : 1,096 Post : 0
บอลเกรดดี!!
งาช้างดำ
บอลเกรดดี!!

View : 5,933 Post : 0
ฟีฟ่าเดย์หรือฟรีเดย์
ทวนเหล็ก
ฟีฟ่าเดย์หรือฟรีเดย์

View : 1,808 Post : 0
บันไดขั้นสุดท้าย
ทวนเหล็ก
บันไดขั้นสุดท้าย

View : 2,402 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263