ที่เบอซองซง ประเทศฝรั่งเศส-การแข่งขันสเตจที่ 9 วันหยุดพัก 1 วัน เป็นการชิงชัยในประเภทจับเวลา ไทม์ไทรอัล บุคคล ระยะทาง 41.5 กิโลเมตร ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นวันของทีมสกาย อย่างแท้จริง เมื่อ 2 อันดับแรกที่เข้าเส้นชัยเป็นน่องเหล็กชั้นนำของ ''สกาย'' ทั้งคู่
โดยผลในสเตจที่ 9 ปรากฏว่า แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ตัวเต็งนักปั่นจากสหราชอาณาจักร เจองานถนัดสปีดเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 51 นาที 24 วินาที ส่วนอับดับที่สองได้แก่ คริสโตเฟอร์ ฟรูม น่องเหล็กเพื่อนร่วมชาติและเพื่อนร่วมทีมที่สร้างผลงานในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ครั้งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมทำเวลาตามหลังเข้ามา 35 วินาที และมี ฟาเบียน แคนเซลลาร่า นักปั่นจากสวิตเซอร์แลนด์ สังกัดทีม เรดิโอแช็ค-นิสสัน เข้าตามหลังมา 57 วินาที
ทั้งนี้ผลการคว้าแชมป์สเตจนี้ทำให้ วิกกิ้นส์ ยังคงได้ใส่เสื้อเหลืองต่อไป แถมยังขยายโอกาสลุ้นแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 2012 เพิ่มได้อีก เนื่องจากคู่แข่งสำคัญอย่าง คาเดล อีแวนส์ แชมป์เก่าจากออสเตรเลีย เสียเวลาทำพลาดในช่วงเช็ก
พอยนต์ ทำให้เสียเวลารวมตามหลังผู้นำไปถึง 1 นาที 53 วินาที ในขณะที่ปล่อยให้ แบร็ดลี่ย์ เก็บเวลารวมทั้งสิ้น 39 ชั่วโมง 9 นาที 20 วินาที
ภายหลังเข้าเส้นชัย วิกกิ้นส์ กล่าวอย่างดีใจว่า
''ผมค่อนข้างรู้สึกพอใจกับวิธีการที่ผมปั่นจักรยานวันนี้จริงๆ มันมีเรื่องของสภาพจิตใจกับร่างกายที่ต้องทำงานร่วมกัน เสียงตะโกนสองข้างทางเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมันส่งพลังมาให้ผม ยิ่งทำให้ผมทำงานหนักขึ้น ดังนั้นผมจึงปลื้มใจและพอใจกับผลงานตัวเอง''
''แต่จากนี้เรายังต้องทำงานกันเป็นทีม เราต้องปั่นด้วยกัน ผมต้องโฟกัสไปที่สเตจต่อๆ ไป ฉะนั้น ตอนนี้ผมคงแค่รู้สึกโล่งใจและภาคภูมิใจกับตัวเองที่รักษาเสื้อเหลืองเอาไว้ได้ในช่วงวันหยุดพักแรก''
''เมื่อคืนก่อนเข้านอน ผมเริ่มคิดถึงวิธีรับมือกับ คาเดล แต่ ณ ตอนนี้ สถานการณ์ทำให้ผมเหนื่อยน้อยลงหน่อย''
นอกจากนี้ วิกกิ้นส์ นักปั่นวัย 32 ปี ยังได้เอ่ยถึงไทม์ไทรอัลว่า
''การแข่งไทม์ไทรอัล คืออะไรที่ผมทำได้ดีที่สุด ผมอยู่ในโซนที่ดีและผมรู้ว่ามีการปั่นที่ดีตั้งแต่ตอนออกสตาร์ต นี่คือสิ่งที่เราได้ฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก ทุกๆ ชั่วโมงเราทำหน้าที่ได้ดี''
ทางด้าน ชอน เยสต์ ผู้อำนวยการด้านกีฬาของทีมสกาย เปิดเผยว่า
''แบร็ดลี่ย์ ได้ส่งให้สกายมีผลงานที่ดี แต่มันยังมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงปารีส ทว่า เห็นได้ชัดเจนว่าเราน่าจะอยู่ในตำแหน่งที่ดี แบร็ด กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีของชีวิตเขา และทุกคนในสหราชอาณาจักรจะส่งกำลังใจมาให้เขา ทุกคนจะภูมิใจในตัวเขาอย่างมาก ถึงแม้ยังมีเส้นทางอีกยาวให้ต้องแข่งขันกันก็ตาม''
ทางฝั่ง ฟรูม นักปั่นวัย 27 ปี ซึ่งรั้งอันดับที่สี่ของตารางเวลารวม ด้วยเวลาตามหลัง 2 นาที 7 วินาที กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองน้ำหอม หลังขึ้นโพเดียมว่า
''ผมพอใจกับผลงานของตัวเอง และผมคิดว่าเราคงไม่คิดถามอะไรมากไปกว่านี้สำหรับตำแหน่งที่ดีของแบร็ดลี่ย์ตอนนี้ เพราะเขาทิ้งห่าง คาเดล ถึงเกือบ
สองนาที''
''ผมมีความสุขมากครับกับฟอร์มของตัวเอง ผมไม่เสียใจอะไร มันเป็นการทำเพื่อทีมที่มีความแข็งแกร่งมากจริงๆ''
สำหรับ จอห์น เลอล็องเกอ ผู้อำนวยการด้านกีฬาของทีมบีเอ็มซี กล่าวอย่างผิดหวังว่า ''ผมผิดหวังกับวันที่แย่ของ อีแวนส์ บางทีเราพยายามทำดีที่สุดที่จะควบคุมช่องว่างเวลา ระหว่าง คาเดล กับ วิกกิ้นส์ แต่การแข่งขันยังไม่จบ เราจะต้องสู้ต่อไปในรูปแบบที่เสี่ยงแต่ต้องรัดกุมด้วย''

แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ คว้าแชมป์สเตจที่ 9 พร้อมกับรั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวมใส่เสื้อเหลืองต่อไป

คาเดล อีแวนส์ แชมป์เก่าจากออสเตรเลีย ไม่ติดท็อปไฟฟ์ในสเตจ 9 ส่งให้เสียเวลาตามหลัง วิกกิ้นส์ เพิ่มไปเป็นตามหลัง 1 นาที 53 วินาที

วินเชนโซ่ นิบาลี่ น่องเหล็กจากอิตาลี รั้งอันดับ 4 ในตารางเวลารวมหลังจบ 9 สเตจ

ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ครั้งนี้มีชื่อของ คริสโตเฟอร์ ฟรูม นักปั่นจากสหราชอาณาจักร กระหึ่มแทบทุกสเตจ ซึ่งล่าสุดเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ตามหลัง วิกกิ้นส์ 35 วินาที

อ.ศ.ม.