คอลัมน์ : คอลัมน์มวยสยาม โดย.. ทีมงานมวยสยาม
จบกันเสียที มินิซีรีส์"บัวขาว-ค่าย ป.ประมุข"
10/07/2012 14:21:00 น.

นับเวลาเกือบ 4 เดือนที่ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ''ดำดอทคอม'' บัวขาว ป.ประมุข กับ ''อุ'' ธีรพัฒน์ โรจนตัณฑ์ หัวหน้าคณะ ป.ประมุข และ ''กำนันแก๊'' ประมุข โรจนตัณฑ์ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นข่าวดังของวงการกีฬาที่คนไทยและต่างประเทศสนใจและติดตามว่าจะจบแบบไหน


         หลังจาก บัวขาว ตัดสินใจขึ้นชกไทยไฟต์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่พัทยา ทั้งๆ ที่โดนอ็อบแยกต์จากค่าย ป.ประมุข และทางสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยได้ออกคำสั่งห้ามขึ้นชก บัวขาว กลายเป็นตัวจุดชนวนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหารือเพื่อหาทางออก เนื่องจากส่งผลกระทบกับวงการมวยและ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 อย่างเลี่ยงไม่ได้ กระทั่งมีการตั้งทนายฟ้องร้องกันวุ่น ทั้ง ไทยไฟต์, ค่าย ป.ประมุข, กกท., บัวขาว และผู้ที่เกี่ยวข้องโดนร่างแห่กันเพียบ


        แม้จะมีการตั้งโต๊ะเจรจากันแบบเผชิญหน้า เพื่อเคลียร์ให้จบว่าจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก โดยเฉพาะการเซ็นสัญญาเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ของ บัวขาว และค่าย ป.ประมุข ที่ใช้ทนายถึง 5 คนช่วยกันร่างสัญญา แต่ก็ไม่ได้ผล ทำให้การเจรจาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา บัวขาว ประกาศเลิกชกมวย เพื่อตัดปัญหาต่างๆ พร้อมได้ทำเรื่องอุทธรณ์โดนแบน 6 เดือนจาก กกท. ทว่าคำอุทธรณ์ไม่เป็นผล คำสั่งเพิกถอนทะเบียนนักมวยชั่วคราวของ บัวขาว ยังคงอยู่ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา


         ในช่วงที่รอให้พ้นโดนแบน มีกระแสข่าวว่า บัวขาว จะไปชกมวยกรง, เปลี่ยนสัญชาติเป็นมาเลเซีย เพื่อเดินทางไปชกต่างประเทศ และมีการรับจ๊อบเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าหารายได้ไปพลางๆ กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เหมือนฟ้าจะเปิดกว้าง เมื่อศาลแพ่งนัดไกล่เกลี่ย คู่กรณีทุกฝ่าย และมีการยอมความกัน นอกจากนี้ศาลยังให้ บัวขาว กลับมาชกได้ ส่วนเรื่องค่าตัวนั้น บัวขาว ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ ค่าย ป.ประมุข ได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สิทธิประโยชน์ต่างๆ นอกจากการชกมวย บัวขาว ได้ 75 เปอร์เซ็นต์ ค่าย ป.ประมุขได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของโทษแบน 6 เดือนของ กกท. นั้นศาลสั่งให้ กกท. ไปพิจารณาหาทางแก้ไขเพื่อให้ บัวขาว ได้คืนสู่สังเวียนโดยเร็วที่สุด


         เมื่อทางโล่งทุกอย่างจบ บัวขาว ควงไทยไฟต์ แถลงข่าวถึงคำสั่งของศาลและคิวการชก โดย บัวขาว  ได้เผยถึงการคัมแบ็กกลับมาชกว่า ต้องขอบคุณศาลและทุกฝ่ายที่ช่วยกันประนีประนอมจนตนได้กลับมาชก ดีใจที่มีโอกาสได้ขึ้นชก 


         ''ดีใจครับที่ศาลได้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้ผมได้กลับมาชก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเองเครียดมาก เพราะปัญหาไม่จบ จนต้องตัดสินใจเลิกชกมวย แต่เมื่อศาลให้โอกาสกลับมาชก ผมก็พร้อมทำหน้าที่เต็มที่ครับ ที่ผ่านมา 3-4 เดือนเหนื่อยใจและอึดอัดใจพอสมควร ทุกวันนี้ผ่านไปด้วยดี จริงๆ แล้วปัญหาเกิดขึ้นทุกๆ คนรู้แล้วและเข้าใจ ผมดีใจ ผมเป็นนักมวยก็อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อคนไทยที่รอดูผม ขอบคุณศาลและทุกคนๆ ที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ผม''


         ส่วนการวางแผนชีวิตนับจากนี้ไปนั้น บัวขาว เผยว่า ตนจะซ้อมปรับร่างกายเพื่อรอรายการชก ตามที่ไทยไฟต์บอกว่าจะให้ชกวันที่ 17 ส.ค.นี้ แต่ก็คงต้องดูว่าทาง กกท. จะแก้ไขโทษแบน 6 เดือนอย่างไร


        ''ผมอยากขึ้นชกเร็วๆ ครับ ไทยไฟต์วางคิวให้ผมชกวันที่ 17 ส.ค.นี้ ที่อังกฤษ แต่ก็คงต้องดูว่าทาง กกท. จะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวผมแล้วตอนนี้ซ้อมรอรายการมาตลอด ไม่อยากให้ร่างกายเรื้อ ขึ้นชกครั้งแรกอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เรื่องน้ำหนักไม่มีปัญหา 70 กก. ผมชกได้สบายๆ อยากขึ้นเวทีให้แฟนมวยได้ชมกัน ผมเป็นนักมวยมีหน้าที่ซ้อมและชก มีเวทีที่ไหนผมอยากชกที่นั่น ส่วนการป้องกันแชมป์ไทยไฟต์ ผมก็พร้อมเต็มที่ครับ การที่ผมได้กลับมาชกไม่ได้เป็นชัยชนะของผม แต่เป็นการไกล่เกลี่ย เป็นการออมชอมต่อกัน โดยที่ทุกอย่างยุติ ฝากถึงนักมวยทุกคน คิดจะทำอะไรต้องคิดให้ดีให้รอบคอบ''


        ขณะที่ อุ ป.ประมุข หัวหน้าคณะ ได้เผยถึงการไกล่เกลี่ยยอมความให้ครั้งนี้ว่า ทุกอย่างจบลงด้วยดี ต่างคนต่างทำมาหากินกันไป ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน


        ''ก็คีครับ ต่างคนต่างทำมาหากินกันไป ผมโอเค, พ่อก็โอเค เรื่องรายได้ผมโอเค ไม่ได้ซีเรียสอะไร อยากให้ทุกอย่างจบเสียที ไม่อยากให้ยืดเยื้อ ต่อไปนี้ต่างคนก็ต่างทำมาหากินไป รายได้ต่างๆ ก็แบ่งกันตามที่ศาลสั่ง ไม่มีปัญหาครับ''


          ด้าน ''กำนันแก๊'' ประมุข โรจนตัณฑ์ ผู้จัดการของบัวขาว ที่ยืนยันมาตลอดว่าไม่อยากเป็นข่าวไม่อยากยุ่งแล้ว เพราะยิ่งยุ่งก็ยิ่งเหนื่อย กรณีที่ศาลไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่ายยอมความให้ครั้งนี้ ตนไม่อยากพูดถึง อยากให้มันจบ


        ''ผมไม่อยากวุ่นวายไม่ยอมรับรู้อะไร การไกล่เกลี่ยยอมความ ผมไม่รู้จริงๆ เป็นเรื่องของ อุ และทนายความดำเนินการกันไป ผมบอกตรงๆ ถ้ารักผม อย่าถามผมเรื่องบัวขาว เพราะที่ผ่านมามันทำให้ผมปวดหัว ทำผมซะเละเทะ จับต้นชนปลายไม่ถูกสับสนไปหมด เมื่อทุกอย่างจบแล้วก็ให้มันจบไป ต่างคนต่างอยู่''


         ทั้งหมดนี้คือบทสรุปมินิซีรีส์ที่ยาวเกือบ 4 เดือน และเมื่อจบลงด้วยดีก็ถือว่าเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทุกคนมีทางเดินของตนเอง เมื่อผลประโยชน์ลงตัว ปัญหาต่างๆ ย่อมไม่เกิดขึ้น สำหรับแฟนคลับก็คอยติดตามดูผลงานของ บัวขาว กันต่อไปว่าจะได้ขึ้นชกเมื่อไร และจะกลับมาสร้างชื่อเป็นซุปตาร์มวยไทยอีกครั้งได้หรือไม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นและจบลงเป็นเพราะผลประโยชน์โดยแท้ ขึ้นชื่อว่าเงินชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ใครล่ะไม่อยากได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในพื้นฐานของความจริงใจและความกตัญญูรู้คุณ เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการมวยที่ต้องจดจำไปอีกนาน











         ทีมข่าวมวยสยาม
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานมวยสยาม

จำนวนเรื่อง : 53
All post : 22
All view : 111,451
คอลัมน์ คอลัมน์มวยสยาม

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263