วันเสาร์ที่ผ่านมาผมปักหลักอยู่ในกรุงเทพฯแต่ก็เจอกับการ "ขอตั๋ว" ที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยเจอมา มีเพื่อนจากจ.พะเยาโทรศัพท์ทางไกลมาขอร้องจนเกือบจะวิงวอนให้หาตั๋วเข้าชมเกมสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกระหว่าง เชียงราย ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดให้หน่อย
เพื่อนสนิทที่เตะตูดกันมาตั้งแต่เด็กบอกว่า ขนครอบครัวใส่เสื้อกว่างโซ้งมาเต็มเหนี่ยวเดินทางร่วมๆร้อยกิโลจากพะเยา หวังจะมาเชียร์ทีมบ้านใกล้เรือนเคียง ที่วันนิ้คิดว่าเป็นทีมของตัวเองไปแล้วให้ได้ อยากจะเชียร์เชียงราย แต่ก็อยากจะเห็นธีรศิลป์,ดัสกร,มาริโอ ตัวเป็นๆมาถึงหน้าสนามแล้วไม่มีบัตรให้เข้าไปดูเพราะตั๋วถูกซื้อไปเรียบ จะขับรถกลับไอ้ตัวเล็กที่ตั้งใจมาดูฟุตบอลเต็มที่ก็ไม่ยอม
ระหว่างที่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดี ติดต่อประสานงานขอซื้อตั๋วจากฝั่งเมืองทองฯให้ ไอ้เพื่อนตัวดีก็ไปจัดการหาเสื้อผ้าเปลี่ยนเพราะคงไม่ถูกเรื่องแน่หากใส่เสื้อกว่างโซ้งเข้าไปนั่งในหมู่กิเลน ก็มีโทรศัพท์จากรุ่นน้อง ที่ไม่ได้เจอกันมานานอีกคน คราวนี้มาจากน่าน รายนี้ยิ่งหนักกว่าเพราะจากน่านมาเชียงราย ต้องมีร่วม 300 กิโลฯมาถึงหน้าสนามแล้วไม่มีตั๋วเข้าคงนึกถึงใครไม่ออก ถึงได้โทร.มาหาผม
จัดการให้เบ็ดเสร็จเรียบร้อย ผมก็นั่งปักหลักหน้าทีวีดูเกมนัดนี้ซิว่า จะสนุกอย่างที่ใครๆอยากดูไหม ก่อนอื่นต้องบอกว่า
"ยูไนเต็ดสเตเดี้ยม" สนามใหม่ของเชียงราย ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเปิดใช้วันแรก เจ้าบ้านเนรมิตได้ดั่งใจแม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ถ้าเทียบกับที่ผมเคยแวะไปดูเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้ว ถือว่ารวดเร็วและสวยงามมาก นี่เป็นฟุตบอลสเตเดี้ยมอีกแห่งที่หากเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่จะต้องเป็นสนามที่ใครๆก็อยากเล่น เพราะทิวทัศน์ที่แวดล้อมด้วยภูเขา เดินทางสะดวกเพียงแค่เดินข้ามถนนจากสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงรายก็ถึงแล้ว
เกมนี้สนุกพอสมควรทีเดียว พลังลูกหนังของเชียงรายและชาวภาคเหนือที่แห่เข้ามาเชียร์กว่า 1 หมื่นคนขับเคลื่อนให้นักเตะกว่างโซ้งสู้กับทีมอันดับ 1 ของตารางได้อย่างสนุกสูสี แถมมีโอกาสชนะด้วย การได้ 1 แต้มของเจ้าถิ่นถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรกับการประเดิมสนามใหม่เป็นครั้งแรก เล่นสนุกแบบนี้แฟนบอลที่แห่เข้าไปดูเป็นหมื่นคนจะติดใจและตามมาเป็นแฟนคลับอีกเพียบแน่
จากความมุ่งมั่นและตั้งใจปั้นทีมจากเหนือสุดแดนสยามของ ประธานสโมสรหนุ่ม วัยเบญจเพสอย่างมิตติ ติยะไพรัช ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไปกับทีมจนทำให้เชียงราย ยูไนเต็ดทะยานจากดิวิชั่น 2 ลีกภูมิภาคขึ้นมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกแบบบันได 3 ขั้นและยืนอยู่บนลีกสูงสุดได้อย่างสง่าผ่าเผยต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ผมว่าวันนี้เชียงราย ยูไนเต็ด คือทีมตัวแทนภาคเหนือ คือความภาคภูมิใจของคนเหนือบนเวทีลูกหนังเมืองไทยของจริง
ไม่ใช่ของเทียมเหมือนอย่างทีทีเอ็ม เชียงใหม่ ที่ย้ายร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆแม้ปีนี้จะปักหลักอยู่เวียงพิงค์แต่ก็ไม่ได้ใจแฟนบอลเจ้าถิ่นเท่าไหร่
เป้าหมายของประธานสโมสรที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะให้ เชียงราย ยูไนเต็ดเป็น ทีม
"สปิริต ออฟ ล้านนา" หรือทีมของคนล้านนา ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงแล้ว จากความรู้สึกของผมที่ได้สัมผัสกับคนใกล้ตัว เวลาที่พูดถึงเชียงราย ยูไนเต็ด
จากนี้ไปขอเพียงแต่เชียงราย ยูไนเต็ด เดินอยู่บนเส้นทางลูกหนังที่สง่างาม แพ้ ชนะ ผมว่าแฟนบอลเข้าใจกันได้ แพ้บ้าง ก็ยังดีกว่าชนะแบบที่เพื่อนร่วมวงการไม่อยากไปเยือน แบบที่สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กุนซือทีโอทีจะทำหนังสือถึงทีพีแอล ว่าขอไม่ไปเล่นแล้วยอมแพ้ 0-1 ดีกว่าไปแล้วแพ้แน่ๆความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆไม่ค่อยดี
ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหารรุ่นหนุ่มของเชียงราย ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม เป็นอีกสีสันของวงการลูกหนังบ้านเรา แต่ฟุตบอลไม่ใช่ธุรกิจที่จะมองคู่ต่อสู้เป็นศัตรู อย่างเดียว อยากเห็นประธานสโมสร,ผจก.ทีมของเชียงรายยูไนเต็ด ที่กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ยิ้มให้กับแฟนบอล ยิ้มให้กับสื่อ ยิ้มให้กับคู่แข่งขัน สร้างความสัมพันธ์ในแบบฉบับของครอบครัวฟุตบอล ควบคู่กับไปกับทำทีมอย่างจริงจัง ไฟแรงอย่างเคย
ผมเชื่อว่าหากผู้บริหารเชียงรายฯค่อยๆสร้างทีมอย่างมั่นคง ไม่หลงระเริง ไม่แอ็ค ไปกับความสำเร็จของทีมที่ได้มาอย่างรวดเร็ว...เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมนี้แหละที่จะเป็นความภาคภูมิใจของชาวเหนือ ทั้ง 17 จังหวัด ทีมแรกและทีมเดียวไปอีกนาน
ปูเป้